chular chular detox อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงล้างพิษ เพื่อที่จะขับสารพิษ

chular chular detox อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงล้างพิษ เพื่อที่จะขับสารพิษ และของเสียออกมาให้ได้มากที่สุด ร่างกายจำเป็นต้องอยู่ในสภาพที่เตรียมพร้อม กล่าวคือ เนื้อเยื่อ และกระแสเลือดต้องมีความเป็นด่างอ่อนๆ ร่างกายมีการรับ และผลิตของเสียน้อยลง ในขณะที่มีการปลดปล่อยสารพิษ และของเสียที่สะสมอยู่ออกมา นอกจากนั้น ร่างกายยังต้องมีการสะสมพลังงาน และเอนไซม์ที่จำเป็นต่อกระบวนการล้างพิษต่างๆ เช่น การยุติการเติบโตของเนื้องอก การกำจัดเซลล์ร่างกายที่ได้รับความเสียหาย หรือเสื่อมสภาพ การทำลายเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นอันตราย ดังนั้นในช่วงนี้ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมภายในร่างกายให้มีความเหมาะสมต่อการล้างพิษ ควรหลีกเลี่ยงอาหารดังต่อไปนี้ chular chular detox.
chular chular detox
chular chular detox • ข้าวขาว และแป้งขัดขาว

ควรงดข้าวขาว และอาหารที่ทำจากแป้งที่ผ่านกระบวนการแปรรูป เช่น ขนมปังขาว พาสต้า เนื่องจากอาหารเหล่านี้ มีผลทำให้ภายในร่างกายมีความเป็นกรด และเพื่อที่จะย่อยสลายอาหารเหล่านี้ ร่างกายจำเป็นต้องใช้เอนไซม์ และพลังงานเป็นจำนวนมาก ผลลัพธ์ที่ได้จากการกินอาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูปสูงในช่วงระหว่างล้างพิษก็คือ จะสูญเสียสารอาหารที่จำเป็นต่อกระบวนการล้างพิษ และทำให้ร่างกายไม่สามารถขับสารพิษออกจากร่างกายได้อย่างเต็มที่

• เนื้อสัตว์

ในช่วงล้างพิษ ควรงดอาหารที่ทำจากนม ไข่ และเนื้อสัตว์ทั้งหมด เนื่องจากอาหารดังกล่าว จะก่อให้เกิดกรดในทางเดินอาหาร และกระแสเลือด และยังก่อให้เกิดของเสียประเภทโปรตีน ตกค้างภายในลำไส้ อีกทั้งร่างกายจะถูกบังคับให้นำเอาพลังงาน และเอนไซม์ที่สำรองเอาไว้ไปใช้ในการย่อยสลายโปรตีนที่มีความซับซ้อน และไขมันที่อยู่ในเนื้อสัตว์เหล่านั้น และยังต้องนำไปใช้ในการจัดการของเสียที่เกิดจากกระบวนการย่อยสลายอาหารดังกล่าว ที่ตกค้างอยู่ในทางเดินอาหารอีกด้วย chular chular detox

• น้ำอัดลม

น้ำอัดลม เป็นเครื่องดื่มที่ประกอบไปด้วย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ น้ำตาลทราย และกรดฟอสฟอริก ซึ่งส่วนประกอบเหล่านี้ มีผลต่อความเป็นกรดของเลือด ทำให้เลือดมีความเป็นกรดสูงขึ้น ร่างกายจึงมีระบบการป้องกันความปลอดภัย โดยการดึงเอาแคลเซียมที่เก็บสะสมไว้ มาช่วยปรับค่าความเป็นกรดด่างของเลือด และเนื้อเยื่อให้กลับมาอยู่ในสภาพปกติ ทั้งนี้ การดึงเอาแคลเซียมที่สะสมอยู่ออกมาใช้งาน ร่างกายจะถูกบังคับให้ใช้พลังงาน และแคลเซียมจำนวนมาก ไปกับการพยายามปรับค่าความเป็นกรดด่างให้กลับมาเป็นปกติ แทนที่จะนำไปใช้ในกระบวนการชะล้างสารพิษ จึงเป็นการเสียพลังงาน และแร่ธาตุสำรองที่จำเป็นไปโดยเปล่าประโยชน์

• นมโคพาสเจอร์ไรซ์

ในช่วงล้างพิษ ควรเลี่ยงการดื่มนมโคพาสเจอร์ไรซ์ เนื่องจากน้ำนมโคมีโปรตีนเคซีน (Casein) ซึ่งเป็นโปรตีนที่มีความเหนียว และแข็งแรงมาก จึงทำให้ลำไส้ของเราต้องทำงานหนัก เพื่อที่จะย่อยน้ำนมดังกล่าว นอกจากนั้น น้ำนมโคที่ผ่านการพาสเจอร์ไรซ์ยังสูญเสียเอนไซม์ ที่มีหน้าที่ในการย่อยนมดังกล่าวไป ดังนั้น เมื่อเราดื่มนมเข้าไป นมจะตกค้างอยู่ในกระเพาะอาหาร ไม่สามารถย่อยสลายได้ จนทำให้นมเน่า และกลายเป็นเมือกเหลวๆ ที่เคลือบอยู่ตามผนังลำไส้ ทำให้ลำไส้อุดตัน

• น้ำตาลทรายขาว

น้ำตาลทรายขาว หรือน้ำตาลซูโครส เป็นอาหารที่จัดว่ามีอันตรายที่สุด เนื่องจากก่อให้เกิดกรดภายในร่างกาย ในเวลารวดเร็ว และรุนแรง ระบบป้องกันตัวของร่างกาย จึงดึงเอาแคลเซียมจากกระดูก และฟันในปริมาณมาก เข้ามายังกระแสเลือด เพื่อปรับเลือดที่เป็นกรดให้มีความเป็นกลาง

• ธัญพืชส่วนใหญ่

ในระหว่างล้างพิษ ไม่ควรกินธัญพืช หรือถั่ว เพราะในการย่อยอาหารที่ทำจากธัญพืชดังกล่าวจะทำให้เกิดกรด และจำเป็นต้องใช้พลังงาน และเอนไซม์ในการย่อยจำนวนมาก ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ทำจากข้าวสาลี เช่น ขนมปัง หรือพาสต้า เพราะแป้งสาลีไม่เพียงเป็นธัญพืชที่ก่อให้เกิดกรดมากที่สุด แต่ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการแพ้ในคนจำนวนมาก และในช่วงล้างพิษ อาการแพ้ดังกล่าวอาจรุนแรงมากยิ่งขึ้น

อาหารที่ควรกินในช่วงล้างพิษ

ในขณะที่ล้างพิษ ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่สร้างความเป็นกรดให้แก่เลือด และเนื้อเยื่อ แล้วอาหารที่ควรกินในช่วงล้างพิษ ควรเป็นอาหารที่มีส่วนช่วยสร้างสภาพแวดล้อม ภายในร่างกายให้มีความเป็นด่าง ช่วยทำความสะอาดเลือด และเนื้อเยื่อ ช่วยชะล้างของเสีย หรือสารพิษที่มีสภาพเป็นกรด มีสารอาหารที่จำเป็นต่อการล้างพิษ ก่อให้เกิดของเสียจากกระบวนการเผาผลาญ หรือการย่อยอาหารน้อยที่สุด และใช้พลังงาน และเอนไซม์ในการย่อยสลายน้อยที่สุด มีดังต่อไปนี้

• พริกป่น

พริกป่น เป็นหนึ่งในสมุนไพรที่มีประสิทธิภาพในการเยียวยา และล้างพิษมากที่สุด พริกป่นช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ช่วยบำรุงหัวใจให้ทำงานอย่างเป็นปกติ และอยู่ในสภาวะสมดุล ทำให้เซลล์ และเนื้อเยื่อของร่างกายได้รับออกซิเจน และสารอาหารที่จำเป็นอย่างพียงพอ ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบฮอร์โมน เพื่อเป็นการกระตุ้นการบีบตัวของทางเดินอาหาร รักษาภาวะเลือดคั่งในตับ เพิ่มความแข็งแรงของภูมิคุ้มกัน ลดการทำงานของลำไส้ และกระตุ้นระบบการย่อยอาหารให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น ช่วยรักษาแผลเรื้อรังในกระเพาะอาหาร เนื่องจากพริกป่นช่วยทำความสะอาด และฆ่าเชื้อโรคของแผลเรื้อรังดังกล่าว ทำให้แผลหายเร็วขึ้น พริกป่นมีคุณสมบัติเป็นด่าง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่เหมาะสำหรับการล้างพิษมากที่สุด

• ผัก และผลไม้สด

ผัก และผลไม้สด มีสรรพคุณในการทำความสะอาด และชำระล้างร่างกาย การย่อยสลายผัก และผลไม้สดจะก่อให้เกิดของเสียในร่างกายในปริมาณน้อย และใช้พลังงาน และเอนไซม์ในการเผาผลาญน้อยด้วยเช่นกัน ในขณะที่ให้สารอาหาร และแร่ธาตุที่จำเป็นสำหรับการล้างพิษ และซ่อมแซมร่างกายจำนวนมาก นอกจากนั้น อาหารที่ได้จากพืชผัก ยังมีวิตามินในปริมาณที่พอเหมาะ ที่จะช่วยบำรุงรักษาลำไส้ ตับ รวมไปจนถึงอวัยวะที่ใช้ในการขจัดของเสียต่างๆ อีกด้วย ผลไม้ที่เหมาะสำหรับการล้างพิษควรเป็นผลไม้จำพวกส้ม และมะนาว หรือผลไม้ที่มีความหวานเพียงเล็กน้อย เช่น แอปเปิ้ล แบล็คเบอร์รี่ ลูกแพร์ แตงโม องุ่นดำ กีวี มะม่วงดิบ แคนตาลูป มะละกอ เสาวรส สับปะรด เป็นต้น ส่วนผักที่มีคุณสมบัติที่เหมาะแก่การล้างพิษ ได้แก่ แตงกวา แครอท กระเทียม พริก ขิง มันเทศ หัวหอม บีทรูท กะหล่ำปลี มันแกว มะเขือเทศ ฟักทอง เซเลอรี พาร์สลีย์ รวมไปถึงผักใบเขียวเข้มต่างๆ

• ธัญพืช และถั่วบางชนิด

ในการล้างพิษนั้น ไม่ได้หมายความว่า ควรงดอาหารที่ทำจากธัญพืชทุกชนิด เพราะยังมีธัญพืชบางชนิดที่มีสภาพเป็นด่าง ได้แก่ ข้าวฟ่าง ข้าวแดง ข้าวบาร์เล่ย์ ข้าวไรย์ อาหารที่ทำจากธัญพืชเหล่านี้ จะง่ายต่อการย่อย และยังให้สารอาหารสำคัญที่ร่างกายต้องการอีกมากมาย เช่น คาร์โบไฮเดรต ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานของกระบวนการเผาผลาญสารอาหาร มีใยอาหารที่ช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ มีกรดอะมิโน วิตามินบี และแร่ธาตุ นอกจากนี้ เมล็ดถั่วอย่างอัลมอนด์ เมล็ดถั่วที่ย่อยง่าย ช่วยทำให้ระบบต่างๆ ภายในร่างกายอยู่ในสภาวะเป็นด่าง เป็นแหล่งของกรดอะมิโน และกรดไขมันที่จำเป็น เป็นแหล่งของแคลเซียม และแมกนีเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นสำหรับกระบวนการล้างพิษ

• แคลเซียม

ในระหว่างล้างพิษ ร่างกายต้องการแคลเซียม และแมกนีเซียมในปริมาณที่มากกว่าปกติ แคลเซียมช่วยปรับสภาพแวดล้อมภายในร่างกายให้เป็นด่าง ช่วยในการทำงานของระบบเผาผลาญ และจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเซลล์ และเนื้อเยื่อที่สร้างขึ้นใหม่ เนื่องจากแหล่งสำคัญของแคลเซียม ซึ่งก็คือ นมโค เป็นอาหารต้องห้ามของการล้างพิษ เราจึงสามารถได้รับแคลเซียมจากอาหารประเภทอื่นแทน เช่น งา บร็อคโคลี่ สาหร่าย เป็นต้น

• แมกนีเซียม

แมกนีเซียม เป็นองค์ประกอบสำคัญของเอนไซม์ที่เป็นด่าง ซึ่งร่างกายจำเป็นต้องผลิตขึ้นสำหรับกระบวนการล้างพิษ และยังเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาสมดุลการทำงานของระบบหัวใจ และระบบประสาท เนื่องจากทั้งแคลเซียม และแมกนีเซียม จะทำงานร่วมกันในการขับสารพิษออกจากร่างกาย จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ร่างกายต้องได้รับแร่ธาตุทั้งสองในปริมาณที่เพียงพอ ร่างกายจะนำแมกนีเซียมมาใช้งานได้ง่ายที่สุด ในรูปของแมกนีเซียมคลอไรด์ ซึ่งพบได้ในเกลือทะเล

• คลอโรฟิลล์จากธรรมชาติ

ดร.เบอร์นาร์ด เจนเซ็น (Dr.Bernard Jensen) หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านการบำบัดร่างกายด้วยการล้างพิษกล่าวว่า “คลอโรฟิลล์ มีคุณสมบัติในการเร่งกระบวนการชะล้างสารพิษ chular chular detox และของเสียในตับ กระแสเลือด และลำไส้ใหญ่ให้เป็นไปเร็วขึ้น” คลอโรฟิลล์ เป็นหนึ่งในสารที่ช่วยทำความสะอาดระบบเลือด และเนื้อเยื่อ ทำให้ฮีโมโกลบินแข็งแรง ซึ่งเป็นองค์ประกอบของเม็ดเลือด ที่ทำหน้าที่ในการลำเลียงออกซิเจนไปยังเซลล์ และเนื้อเยื่อ แหล่งที่พบคลอโรฟิลล์ได้แก่ สาหร่ายสไปรูลิน่า น้ำคั้นต้นอ่อนธัญพืชต่างๆ เป็นต้น

• นมแพะ

เพื่อให้ร่างกายได้รับโปรตีน แคลเซียม และสารอาหารที่จำเป็นจากน้ำนมสัตว์ในช่วงล้างพิษ น้ำนมจากแพะ และผลิตภัณฑ์จากนมแพะ จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง เช่น โยเกิร์ต เนยแข็ง และน้ำนม ซึ่งมีสภาวะเป็นด่างอ่อนๆ และมีแร่ธาตุพื้นฐาน เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส โปรตีน และสารอาหารที่จำเป็นอื่นๆ คล้ายคลึงกับน้ำนมมนุษย์ นอกจากนี้ นมแพะยังมีไขมัน และให้พลังงานน้อยมาก ร่างกายสามารถย่อยสลาย และดูดซึมมาใช้ประโยชน์ได้อย่างง่ายดาย

• ชาสมุนไพร

ชาสมุนไพรเกือบทั้งหมดจะมีความเป็นด่าง และมีประโยชน์ในแง่ของการช่วยบำบัด มีคุณสมบัติในการกระตุ้นการทำงานของอวัยวะ รวมไปจนถึงต่อมต่างๆ ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการขับสารพิษให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น

• น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล

น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล มีสรรพคุณแตกต่างจากน้ำส้มสายชูทั่วไป กล่าวคือ ในขณะที่น้ำส้มสายชูที่ใช้กันทั่วไปในครัวเรือน จะมีส่วนผสมของกรดอะซิติก ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นกรด ทำให้เกิดอุปสรรคในการล้างพิษ แต่น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล จะมีส่วนผสมของกรดมาลิก ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นด่าง จึงเป็นอาหารที่เหมาะกับการรับประทานในช่วงล้างพิษ

• ถั่วงอก

เมล็ดพืชที่ถูกเพาะจนงอกเป็นต้นอ่อน หรือที่เรียกกันว่าถั่วงอก ถือเป็นแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น วิตามิน แร่ธาตุ โปรตีน เอนไซม์ และพลังงานที่จำเป็นต่อร่างกายมากมาย นักชีววิทยายืนยันว่า ถั่วงอกดีต่อระบบย่อยอาหาร และมีความเป็นด่าง ที่เหมาะสำหรับการล้างพิษ

• น้ำ

น้ำ กลายเป็นสื่อกลางในการชะล้างสารพิษ และของเสียออกจากร่างกาย โดยเฉพาะในช่วงล้างพิษ จำเป็นต้องดื่มน้ำสะอาดให้มากกว่าปกติ เพื่อละลายของเสีย และสารพิษที่อยู่ในกระแสเลือด และเนื้อเยื่อ และเพื่อเจือจาง และปรับค่าความเป็นกรดด่างของของเสียดังกล่าว ให้มีความเป็นกลางก่อนที่จะถูกขับออกไปทางอวัยวะขับถ่าย chular chular detox.

cher อาหารเสริม แน่นอนว่าถ้าพูดถึงอาหารเสริม หลายๆ คนก็คงจะรู้ว่ามีขายอยู่ทั่วไป

cher อาหารเสริม แน่นอนว่าถ้าพูดถึงอาหารเสริม หลายๆ คนก็คงจะรู้ว่ามีขายอยู่ทั่วไป ตามที่ต่างๆ มากมาย อีกทั้งมีหลายสูตรให้เลือกรับประทานกันอย่างอิสระ อย่างไรก็ตาม หลักในการกินอาหารเสริมให้ได้ประโยชน์นั้น หลายๆ คนกลับยังไม่ค่อยรู้กันสักเท่าไหร่ (คือเห็นคนอื่นว่าดีก็กินตามๆ กันไป) ดังนั้นวันนี้เรามีสูตร ในการรับประทานอาหารเสริม ที่จะทำให้ร่างกายได้รับประโยชน์มากที่สุด มาฝากกันค่ะ โดยมีเคล็ดลับดังนี้ 1. ไม่ควรเน้น กินวิตามินรวม เพื่อหวังผลในทางด้านใดด้านหนึ่ง เพราะชื่อของมันก็บอกอยู่แล้วว่า วิตามินรวม ซึ่งมักจะเป็นการรวมเอาสารอาหารประเภทวิตามินต่างๆ มาอัดกันอยู่ในเม็ดเดียว ซึ่งถ้าเรารับประทานในรูปแบบของการบำรุงสุขภาพ ก็สามารถรับประทานได้ แต่ถ้าเน้นวิตามินประเภทใดประเภทหนึ่ง เพื่อหวังผลอย่างใดอย่างหนึ่ง ควรหาวิตามินประเภทนั้นมากินไปเลยดีกว่าจะมากินวิตามินรวม cher อาหารเสริม.

cher อาหารเสริม

cher อาหารเสริม 2. เน้นรับประทานอาหารเสริม ที่มีราคาแพง แต่ได้คุณภาพ ดีกว่าพวกอาหารเสริมราคาถูก เพราะคุณภาพมักจะมาพร้อมกับระดับราคา อาหารเสริมก็เป็นสินค้าที่หนีไม่พ้นกฏเกณฑ์นี้ เพราะสารอาหารที่มีคุณภาพ มักจะมีราคาแพงอยู่แล้ว หากจะกินอาหารเสริม ควรเลือกแบบมีคุณภาพไปเลยจะดีกว่า แม้ว่าราคาจะแพงหน่อยก็ตาม

3. เลือกซื้อและรับประทานอาหารเสริม ที่มีการออกฤทธิ์ตลอดทั้งวัน เพราะจะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะวิตามินบางชนิด มักจะถูกร่างกายขับออกมาในฐานะของวิตามินส่วนเกิน ดังนั้นเราจึงควรเลือกอาหารเสริมประเภทที่ทำให้ร่างกายต้องการใช้งานอยู่ตลอดเวลาจะได้ผลเต็มที่กว่า cher อาหารเสริม

4. เน้นรับประทานอาหารเสริม ให้พร้อมกับมื้ออาหาร เพราะว่ารจะเป็นช่วงที่ร่างกายนั้น จะมีการย่อยสลาย เพื่อดูดซึมเอาสารอาหารต่างๆ เข้าสู่ร่างกาย ไม่ควรกินอาหารเสริมในขณะที่ท้องว่าง เพราะระบบการย่อย และการดูดซึมจะทำงานไม่เต็มที่ การรับประทานอาหารเสริมที่แนะนำ คือ รับประทานก่อนหรือหลังมื้ออาหารเล็กน้อย

5. รับประทานอาหารเสริม โดยการอ่านทำความเข้าใจและปฏิบัติตามวิธีการกิน ที่ระบุไว้ด้านขางโดยผู้ผลิต เพราะจะทำให้สามารถได้สารอาหารที่มีประโยชน์เต็มที่ จากอาหารเสริมสูตรนั้นๆ

6. เลือกรับประทานอาหารเสริมที่เหมาะกับตนเอง (อาหารเสริม จะมี หลายลักษณะ เช่น เป็นเม็ด แคปซูล และน้ำ) โดยหากเป็นไปได้แนะนำอาหารเสริมที่เป็นน้ำ ซึ่งร่างกายไม่จำเป็นต้องเสียเวลาในการย่อย ทำให้สามารถดูดซึมได้เร็วมากกว่าการรับประทานอาหารเสริมที่เป็นเม็ด อย่างไรก็ตาม อาหารเสริมบางประเภทก็ไม่เหมาะกับการนำมารับประทานเช่นกัน โดยเฉพาะอาหารเสริม ที่เมื่อถูกน้ำแล้วจะเป็นฟอง ซึ่งนักโภชนาการของต่างประเทศเคยให้ความเห็นว่ามันผสม น้ำตาลและสารปรุงแต่งหลายชนิด

ธาตุเหล็ก” เป็นแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการในปริมาณเล็กน้อย แต่มีความสำคัญมาก เนื่องจากธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง ถ้าคุณรู้สึกเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ใจสั่น และหายใจลำบาก หรือดูซีดเซียวไม่มีน้ำมีนวลแบบเมื่อก่อน นี่เป็นสัญญาณให้คุณรู้ว่า…ร่างกายของคุณกำลังต้องการธาตุเหล็ก ดังนั้น รีบหาอาหารเสริมธาตุเหล็กมาทานด่วน!!
รู้จักธาตุเหล็กกันดีกว่า

แม้ธาตุเหล็กเป็นธาตุที่ร่างกายต้องการในปริมาณน้อย แต่มีความสำคัญมาก เม็ดเลือดแดงทำหน้าที่ในการนำเม็ดเลือดแดงในปอดไปเลี้ยงเซลล์ทั่วร่างกาย และช่วยขจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซออกจากร่างกาย เห็นหรือไม่ว่าธาตุเหล็กมีหน้าที่สำคัญจริงๆ ถ้าร่างกายเราได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอ หรือธาตุเหล็กที่สะสมไว้มีน้อยลงร่างกายจะอ่อนเพลีย ไม่มีสมาธิ ผิวพรรณซีดเซียวไม่มีน้ำมีนวล สุดท้ายน่ะเหรอก็เกิดโรคโลหิตจางน่ะสิโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก (ภาษาชาวบ้าน) ซึ่งเป็นปัญหาของสังคมไทยในปัจจุบัน สาเหตุหลักๆ มาจากการรับประทานอาหาร (อาหารเสริมธาตุเหล็ก) ไม่เพียงพอ
ธาตุเหล็กสำคัญต่อสตรีอย่างไร?

ธาตุเหล็กสำคัญต่อสตรี โดยเฉพาะคนที่ตั้งครรภ์ เพราะต้องนำไปสร้างเม็ดเลือดซึ่งเป็นตัวนำออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย เลือดแม่สู่ลูก กรมอนามัยกระทรวงสาธารณะสุขให้ข้อมูลว่า cher อาหารเสริม หน้าที่สำคัญของธาตุเหล็กคือองค์ประกอบหลักในการสร้างเม็ดเลือดแดง นำเลือดดำไปฟอกที่ปอด กลายเป็นเลือดแดงที่ร่างกายนำไปใช้ได้ หากร่างกายขาดธาตุเหล็กก็จะทำงานหนักขึ้น เสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว ธาตุเหล็กจะถูกดูดซึมได้ง่ายต้องทานวิตามินซีควบคู่กันไปด้วยนะคะ
10 ผักไทย อาหารเพิ่มธาตุเหล็กให้ร่างกายสูงปรี๊ด

1. ผักกูดเสริมธาตุเหล็ก 36.3 มิลลิกรัม/100 กรัม

2. ถั่วฝักยาวเสริมธาตุเหล็ก 26 มิลลิกรัม/ 100 กรัม

3. เห็ดฟางเสริมธาตุเหล็ก 22.2 มิลลิกรัม / 100 กรัม

4. ใบแมงลักเสริมธาตุเหล็ก 17.2 มิลลิกรัม / 100 กรัม

5. พริกหวานเสริมธาตุเหล็ก 17.2 มิลลิกรัม / 100 กรัม

6. ผักเม็กเสริมธาตุเหล็ก 11.6 มิลลิกรัม / 100 กรัม

7. ผักแว่นเสริมธาตุเหล็ก 25.2 มิลลิกรัม/ 100 กรัม

8. (ยอด) มะกอกเสริมธาตุเหล็ก 9.9 มิลลิกรัม / 100 กรัม

9. (ยอดอ่อน) กระถินเสริมธาตุเหล็ก 9.2 มิลลิกรัม / 100 กรัม

10. ใบกะเพราเสริมธาตุเหล็ก 15.1 มิลลิกรัม / 100 กรัม

แหล่งอาหารเสริมธาตุเหล็กโดยทั่วไปธาตุเหล็กจะอยู่ใน 2 รูปแบบคือ สารประกอบฮีม (heme iron) และสารประกอบที่ไม่ใช่ฮีม (heme iron) cher อาหารเสริม.

ยาระบาย เป็นที่ทราบกันดีว่า “มะขาม” นั้นเป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์ในหลายๆ ด้าน

ยาระบาย เป็นที่ทราบกันดีว่า “มะขาม” นั้นเป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์ในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะนำมาใช้กินเป็นอาหาร หรือใช้ทาตัวเพื่อขัดผิวพรรณให้เนียนนุ่มได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย และยังมีคุณสมบัติที่ช่วยในเรื่องของการดูแลสุขภาพให้หายจากโรคอีกด้วย
“มะขาม” ผลไม้ดี มีสรรพคุณทางยา แก้ปัญหาสารพัดเพราะฉะนั้นเราจึงอยากให้ทุกคนมีสุขภาพร่างกายที่ดี และมะขามก็เป็นอีกหนึ่งสมุนไพรที่น่าสนใจมาก โดยเราสามารถนำทุกส่วนของมะขามมาใช้ประโยชน์ได้หมด เนื่องจากมะขามนั้นจัดเป็นผลไม้ที่มีสารอาหารทางโภชนาการสูง พร้อมกับมีสรรพคุณทางยาที่ช่วยป้องกันและรักษาอาการเจ็บป่วยได้หลายโรค คุณสมบัติสำคัญที่มะขามมีมาแต่โบราณคือ มีสรรพคุณเป็นยาระบายที่แก้อาการท้องผูกได้เป็นอย่างดี รวมทั้งเป็นยาขับพยาธิ แก้ท้องเดิน และขับเสมหะ โดยเฉพาะใครที่อยากมีผิวขาวผุดผ่องก็ให้มองหามะขามมาช่วยกันได้เลย ยาระบาย.
ยาระบาย
ยาระบาย นอกจากนี้ในมะขามยังมีสารเคมีต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอยู่มากมาย ซึ่งจะเสริมสร้างให้เรามีสุขภาพที่แข็งแรงยิ่งขึ้น อย่างสารต้านอนุมูลอิสระในมะขามนั้นมีสูงจนทำให้ภูมิต้านทานในร่างกายก็ดีขึ้นตามไปด้วย ช่วยปกป้องอวัยวะต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกไม่ให้เสื่อมก่อนวัยอันควร แก้อาการไอ เจ็บคอ หรือแก้อาการเหงือกบวม แก้ฟันผุ

หรือหากคนที่มีปัญหาของน้ำหนักเกิน มีโรคประจำตัวที่ต้องควบคุมน้ำหนัก มะขามมีความสามารถที่จะช่วยลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมะขามไม่ได้มีแค่เส้นใยอาหาร แต่มีสารสำคัญหลายชนิดที่มีประสิทธิภาพยับยั้งการสร้างไขมันในร่างกาย ลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีและลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีทีเดียว จากสรรพคุณและประโยชน์ต่างๆ ของมะขาม เราจึงไม่ควรจะมองข้ามผลไม้ชนิดนี้กันเชียวนะ ยาระบาย
14 สรรพคุณของมะขาม ประโยชน์ในการรักษาโรค

1. มะขามทำให้ผิวพรรณทั้งผิวหน้าและผิวกายเปล่งปลั่ง สดใส เพราะวิตามินซีที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดีซึ่งจะช่วยปกป้องผิวจากมลพิษต่างๆ บำรุงผิวพรรณให้เนียนนุ่ม ลดการเกิดริ้วรอยแห่งวัยและช่วยชะลอความแก่

2. มะขามมีสรรพคุณเป็นยาระบาย จึงเหมาะกับคนที่มักมีปัญหาท้องผูก โดยมะขามมีกรดอินทรีย์หลายชนิดซึ่งมีคุณสมบัติในการระบายและช่วยลดความร้อนในร่างกาย เพียงกินมะขามสุก 3-4 ฝัก ดื่มน้ำอุ่นตามเยอะๆ จะช่วยได้

3. มะขามมีประโยชน์ในด้านของความงาม ตามสรรพคุณโบราณมะขามจะถูกนำมาใช้ขัดตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นแขน ขา ข้อพับ ซอกขาหนีบหรือรักแร้ ซึ่งจะช่วยให้รอยคล้ำลดลง ทำให้ผิวหนังชุ่มชื่นได้ตลอดวัน แถมช่วยกำจัดแบคทีเรียได้เป็นอย่างดี

4. มะขามใช้พอกหน้าก็ได้ ซึ่งมีสรรพคุณทำให้ผิวหน้าที่เคยหมองคล้ำดูขาวใสขึ้น กำจัดเซลล์เก่าที่ตายแล้วให้หลุดออก ผิวพรรณสะอาด สดใส นุ่มนวล และกระชับขึ้นด้วย

5. มะขามมีฤทธิ์ช่วยลดคอเลสเตอรอลให้อยู่ในระดับปกติ ลดความดันให้เป็นปกติ และลดระดับของน้ำตาลในเลือด

6. ประโยชน์ของมะขามใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ช่วยยับยั้งการเกิดนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ และยังช่วยขับพยาธิที่ได้ผลดี

7. สรรพคุณมะขามใช้เป็นผลไม้ลดน้ำหนักได้ ซึ่งมะขามได้รับการยืนยันทางวิชาการแล้วว่าช่วยลดน้ำหนักได้ เพราะมะขามอุดมด้วยเส้นใยอาหารและสารเคมีสำคัญที่มีคุณสมบัติช่วยให้การขับถ่ายเป็นปกติแล้วยังช่วยดักจับไขมันจากอาหาร ยับยั้งการสร้างไขมันไม่ให้ไปสะสมตามอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย

8. มะขามอุดมด้วยธาตุแคลเซียม ยาระบาย หากกินเป็นประจำจะช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง นอกจากนี้ก็มีสรรพคุณใช้รักษาอาการเหงือกบวม ฟันผุ และโรคเลือดออกตามไรฟัน

9. มะขามมีสรรพคุณช่วยรักษาโรคหวัด คัดจมูก แก้ไอ ขับเสมหะ ละลายเสมหะ

10. มะขามเป็นแหล่งของธาตุเหล็ก ที่มีหน้าที่ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง บำรุงเลือดและฟอกเลือดได้

11. ประโยชน์ของมะขามมีทั้งวิตามินเอและเบต้าแคโรทีน ที่มีประสิทธิภาพในการช่วยบำรุงสายตา มองเห็นในตอนกลางคืนได้ชัด รวมทั้งบำรุงผิวพรรณและลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง

12. สรรพคุณของมะขามมีธาตุฟอสฟอรัส ซึ่งมีความจำเป็นต่อกระบวนการทำงานภายในทุกส่วนของร่างกาย โดยประโยชน์สำคัญของฟอสฟอรัสคือ ช่วยในการเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ทำให้กล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่นขึ้น

13. มะขามมีประโยชน์ในการลดอุณหภูมิในร่างกาย แก้อาการตัวร้อนและเป็นไข้

14. มะขามมีฤทธิ์ในการสมานแผล รักษาแผลสด และสามารถช่วยถอนพิษได้ ยาระบาย.

percy daily detox ด้วยมลภาวะ วิถีการดำเนินชีวิต รวมทั้งการบริโภคแบบผิดๆ

percy daily detox ด้วยมลภาวะ วิถีการดำเนินชีวิต รวมทั้งการบริโภคแบบผิดๆ ที่ล้วนเป็นสาเหตุ ก่อให้เกิดสารพิษขึ้น ในร่างกายโดยไม่รู้ตัวซึ่งสารพิษเหล่านี้ แม้ร่างกายของเรา จะมีระบบกำจัดออกไป ตามธรรมชาติอยู่แล้ว แต่กระบวนการดังกล่าว ก็สามารถเสื่อมประสิทธิภาพลงได้หากร่างกาย ได้รับสารพิษมากเกินกว่า จะชำระล้างได้หมด และเกิดการสะสม จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยรวมทำให้ในปัจจุบัน กระแสของการล้างพิษ (Detoxification) ให้กับร่างกายจึงถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวถึงบ่อยขึ้น โดยเฉพาะ “การกินเพื่อล้างพิษ”เพราะเป็นวิธีการที่ง่าย รวมทั้ง มีอาหารให้ได้เลือกกันอย่างหลากหลาย แต่ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ก็คือ “ผลไม้”เพราะนอกจาก จะดีต่อสุขภาพและระบบภูมิคุ้มกันแล้ว ผลไม้หลายชนิด ยังมีคุณสมบัติ ที่ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกายได้ด้วย ซึ่งมีดังนี้ percy daily detox.

percy daily detox
percy daily detox ผลไม้ ที่มีคุณสมบัติในการล้างพิษ มีอะไรบ้าง?

ผลไม้ล้างพิษ

แตงโม

แตงโม เป็นผลไม้ที่นิยมนำมารับประทาน หรือนำมาทำเป็น เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เพราะมีรสชาติหวาน เย็น และฉ่ำน้ำ ช่วยดับกระหายคลายร้อน และช่วยขับปัสสาวะได้ดี percy daily detox

จึงมีคุณสมบัติ ช่วยลดการสะสมของกรดยูริก ในไตและในกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเกาต์ และโรคไขข้ออักเสบ

ทั้งนี้ แตงโมยังมีสรรพคุณ ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร และทำให้สบายท้อง

แอปเปิ้ล

เป็นผลไม้ที่มีสารอาหารสำคัญ ได้แก่ เบต้าแคโรทีน และวิตามินซี ซึ่งมีคุณสมบัติ ช่วยกำจัดสารพิษ รวมทั้ง ช่วยป้องกัน การบูดเน่าของโปรตีนในลำไส้

นอกจากนี้ ยังมี “เพกติน” ซึ่งเป็นเส้นใยอาหารชนิดละลายน้ำได้ในปริมาณมาก จึงมีส่วนสำคัญในกระบวนการทำความสะอาดลำไส้

รวมทั้ง ช่วยให้ตับ และระบบย่อยต่างๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการจะรับประทานแอปเปิ้ล เพื่อให้ได้ประโยชน์ดังกล่าว

ควรล้างให้สะอาดแล้ว รับประทานทั้งเปลือก เพราะจะทำให้ได้ คุณค่าทางโภชนาการสูงสุดควบคู่ไปด้วย

detox ผลไม้

สับปะรด มะละกอ และมะม่วง

เพราะสับปะรด เป็นผลไม้ที่มีเอนไซม์โบรมีลินสูง ส่วน มะละกอและมะม่วง จะมีเอนไซม์พาเพน ในปริมาณมาก

ซึ่งเอนไซม์ทั้ง 2 ชนิดนี้ มีคุณสมบัติช่วยทำให้ของเสีย ที่เป็นโปรตีนแตกตัวได้เร็วขึ้น จึงมีสรรพคุณช่วยล้างสารพิษ ช่วยทำความสะอาดลำไส้

รวมทั้ง ช่วยในการทำงาน ของระบบย่อยอาหารให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

อะโวคาโด

เป็นผลไม้ ที่เป็นแหล่งของกลูตาไทโอน (Glutathione) ที่มีคุณสมบัติ ช่วยลดคอเลสเตอรอล ช่วยป้องกัน การอุดตันและ เพิ่มความยืดหยุ่นของหลอดเลือด

ทั้งยังมีฤทธิ์ ช่วยดักจับสารพิษกว่า 30 ชนิด ที่เป็นตัวการก่อโรคมะเร็ง และมีส่วนช่วยในกระบวนการ กำจัดสารพิษและโลหะหนักของตับ ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จากคุณสมบัติ ในการช่วยกำจัดสารพิษ ออกจากร่างกายของผลไม้ หลายชนิดดังกล่าว คงทำให้ใครหลายคน หันมาใส่ใจกับ “การกินเพื่อล้างพิษ” กันบ้าง

เพราะเป็นวิธีที่ง่าย แต่เป็นทางออกที่ดี ของการมีสุขภาพที่แข็งแรง ปราศจากโรคภัย และช่วยให้มีชีวิตที่ยืนยาวขึ้นด้วยค่ะ

เม็ดแมงลัก เม็ดพืชเล็กๆ ของต้นแมงลักซึ่งเป็นพืชในตระกูลเดียวกันกับกะเพราและโหระพา แตกต่างก็แต่ลักษณะของใบ

และกลิ่นที่หอมต่างกัน นอกจากนี้ ประโยชน์และสรรพคุณจากเม็ดแมงลัก ยังมีโดดเด่นต่างกันอีกด้วย ว่าแต่จะมีอะไรบ้าง ติดตามได้เลยดังนี้
ประโยชน์และสรรพคุณของเม็ดแมงลัก

เม็ดแมงลัก นับเป็นสมุนไพรที่มากด้วยประโยชน์และสรรพคุณมากมาย ดีทั้งต่อสุขภาพและการดูแลรูปร่าง

ดังนั้น เรามาดูกันดีกว่าว่า ประโยชน์และสรรพคุณจากเม็ดแมงลัก นั้นมีอะไรบ้าง?

1.เม็ดแมงลัก ช่วยขับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีและลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

อาหารทุกชนิดที่เรารับประทานเข้าไป โดยเฉพาะอาหารที่อุดมไปด้วยไขมัน ล้วนมีทั้งคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL)

และคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) ทั้งสิ้น แต่เม็ดแมงลักมีคุณสมบัติ ช่วยขับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี ออกจากร่างกายได้

เนื่องจากมีเส้นใยที่จะคอยทำหน้าที่ดูดซับไขมันเอาไว้ หากร่างกายไม่สามารถย่อยกาก ใยอาหารได้

ไขมันชนิดไม่ดีก็จะถูกขับออกมาพร้อมกับเส้นใยของเม็ดแมงลักนั่นเอง โดยที่ไขมันดียังคงทำ หน้าที่บำรุงสุขภาพได้อยู่ดังเดิมต่อไป

เพราะฉะนั้น การรับประทานเม็ดแมงลักเป็นประจำ จึงไม่เพียงแค่ช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ แต่เพียงเท่านั้น

หากแต่ยังช่วยลดความเสี่ยง ในการเกิดโรคหัวใจได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

2.เม็ดแมงลัก ดีต่อผู้ป่วยเบาหวาน

เนื่องจาก เม็ดแมงลัก สามารถพองตัวได้อย่างเต็มที่ จึงทำให้การดูดซึมสารอาหารเป็นไปได้อย่างช้าลง ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่พุ่งขึ้นสูง

ดังนั้น เม็ดแมงลักจึงเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวานด้วยนั่นเอง

3.เม็ดแมงลัก ช่วยลดน้ำหนักอย่างได้ผล

เพราะเม็ดแมงลักมีคุณสมบัติในการพองตัวได้มากถึง 45 เท่า หากรับประทานก่อนอาหารก็จะทำให้รู้สึกอิ่มท้อง

ทั้งยังอยู่ท้องนาน ทำให้เราทานอาหารหลักได้น้อยลง และยังช่วยลดอาการหิวจุบจิบในระหว่างมื้อได้

ฉะนั้น สาวๆ คนไหนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก การรับประทานเม็ดแมงลัก ย่อมช่วยให้รูปร่างของคุณดูดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

โดยเฉพาะผู้ที่มีน้ำหนักตัว 50 – 60 กิโลกรัม ให้คุณ รับประทานเม็ดแมงลักควบคุมน้ำหนัก โดยใช้สูตรนี้

วิธีรับประทาน : นำเม็ดแมงลัก 2 ช้อนชาผสมกับน้ำ 1 แก้วใหญ่ จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ จนเม็ดแมงลักพองตัวเต็มที่

แล้วนำมารับประทานก่อนมื้ออาหาร นอกจากทำให้อิ่มท้องดีแล้ว สรรพคุณจากเม็ดแมงลัก ยังช่วยป้องกันการดูดซึมน้ำตาล

ไม่ให้เข้าสู่กระแสเลือดได้อีกด้วย แต่หากน้ำหนักตัวเพิ่มมากกว่าดังกล่าวก็ให้เพิ่มปริมาณขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า ประโยชน์จากเม็ดแมงลักช่วยลดน้ำหนักได้ แต่การรับประทานเป็นประจำทุกมื้อ จะทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร และเจ็บป่วยตามมาได้ เช่นเดียวกัน แนะนำให้ทานเพียงแค่บางมื้อ หรือทานแค่รู้สึกอิ่มก็พอแล้ว

4.เม็ดแมงลัก เป็นยาระบาย แก้อาการท้องผูก

เม็ดแมงลักที่มีคุณสมบัติในการพองตัวได้มาก ด้วยเหตุนี้ มันจึงเพิ่มกากใยอาหารและช่วยในการหล่อลื่น

ลดการเกาะตัวระหว่างอุจจาระไม่ให้ติดกับลำไส้ ทำให้ขับถ่ายคล่องตัวมากขึ้น จึงเปรียบดั่งยาระบาย และช่วยแก้อาการท้องผูกได้เป็นอย่างดีนั่นเอง

วิธีรับประทาน : นำเม็ดแมงลัก 1 – 2 ช้อนชา แช่ในน้ำสะอาด 1 แก้วเพื่อให้พองตัว จากนั้นดื่มก่อนนอน

5.เม็ดแมงลัก ล้างลำไส้ ดีท็อกซ์ลำไส้ และขับของเสียออกจากร่างกาย

ร่างกายของคนเรามีสารพิษตกค้างมากมาย นอกจากทำให้ภูมิคุ้มกันโรคบกพร่องตามมาได้แล้ว ยังส่งผลทำให้เจ็บป่วยบ่อยหรือเกิดโรคต่างๆ ได้ง่ายขึ้นด้วย

ดังนั้น นับว่าจำเป็นอย่างมากที่เราจะต้องหมั่นล้างลำไส้ หรือดีท็อกซ์ลำไส้เพื่อขับสารพิษและของเสียออกจากร่างกาย

ซึ่ง ประโยชน์จากเม็ดแมงลัก ก็สามารถช่วยล้างลำไส้ ดีท็อกซ์ลำไส้ และช่วยขับของเสียออกจากร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม

วิธีรับประทาน : นำเม็ดแมงลักประมาณ 2 ช้อนชา ผสมน้ำร้อน 1 แก้ว จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ 30 นาทีแล้วดื่มก่อนนอน โดยควรดื่มด้วยสูตรนี้ เป็นประจำทุกวันหรือสัปดาห์ละ 3 – 4 วัน
โทษของเม็ดแมงลัก กับการรับประทานแบบผิดๆ !!

อาหารทุกอย่าง แม้เป็นพืชพรรณสมุนไพรจากธรรมชาติก็ตาม percy daily detox หากรับประทานอย่างถูกต้อง ก็ย่อมส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดีได้

แต่หากรับประทานในแบบผิดๆ ก็ย่อมก่อให้เกิดโทษได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะเม็ดแมงลัก

เรามาดูกันนะคะว่า หากรับประทานแบบผิดๆ โทษของเม็ดแมงลัก จะมีอะไรบ้าง

1.เกิดอาการท้องอืด และท้องผูกหนักขึ้น

หากดื่มเม็ดแมงลักในขณะที่ยังไม่พองตัวเต็มที่ เม็ดแมงลักจะเข้าไปดูดน้ำภายในทางเดินอาหาร ส่งผลให้เกิดการจับตัวเป็นก้อนแข็งๆ

และก่อให้เกิดการอุดตันของลำไส้ ในที่สุดก็จะทำให้มีอาการท้องอืดและท้องผูกในเวลาต่อมา

2.ร่างกายดูดซึมตัวยาได้น้อยลง

เม็ดแมงลักที่พองตัวเต็มที่ จะเข้าไปขัดขวางการดูดซึมของตัวยา ทำให้ฤทธิ์จากยาเข้าสู่ร่างกายได้น้อยลง

ดังนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานยาพร้อมเม็ดแมงลัก แนะนำให้ทานยาก่อนประมาณ 15 – 30 นาที จากนั้นจึงทานเม็ดแมงลักได้

3.โรคขาดสารอาหาร

ในผู้ที่ใช้ เม็ดแมงลักลดน้ำหนัก มักจะรับประทานเม็ดแมงลักเป็นประจำแทบทุกมื้ออาหาร หรือรับประทานแทนอาหารหลัก

หากยังคงทานเช่นนี้ เป็นเวลาติดต่อกันนาน ก็ย่อมทำให้ร่างกายขาดสารอาหารและเจ็บป่วยตามมาได้

ทราบกันแล้วนะคะว่า ประโยชน์และสรรพคุณของเม็ดแมงลัก ดีทั้งต่อสุขภาพ ช่วยลดน้ำหนัก ล้างลำไส้ และดีท็อกซ์ลำไส้ได้

รวมถึง โทษจากการทานเม็ดแมงลักแบบผิดๆ ก็มีให้เราต้องพึงระวังก่อนรับประทานเช่นเดียวกัน

ฉะนั้น จากนี้คงต้องหันมาใส่ใจการรับประทานเม็ดแมงลัก เพื่อสุขภาพที่ดีอย่างถูกต้องกันมากขึ้นแล้วค่ะ percy daily detox.

healthway grape seed เกร็ดความรู้ !!!ทำไม สาวๆถึงชอบสารสกัดจากเมล็ดองุ่น!!

healthway grape seed เกร็ดความรู้ !!!ทำไม สาวๆถึงชอบสารสกัดจากเมล็ดองุ่น!! สารสกัดเมล็ดดองุ่นดีต่อสุขภาพและผิวพรรณอย่างไร 10 อันดับประโยชน์สารสกัดจากเมล็ดองุ่นประโยชน์ขององุ่นนั้นมีมากมาย เพราะในผลองุ่นนั้นอุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหารไม่ว่าจะเป็น วิตามินซี น้ำตาลกลูโคส น้ำตาลซูโครส ธาตุเหล็ก แคลเซียม เป็นต้น องุ่นนั้นสามารถปลูกได้ทั้งในพื้นที่ ที่เป็นเขตหนาว เขตกึ่งร้อนกึ่งหนาว หรือไม่ว่าจะเป็นเขตร้อนอย่างบ้านเราก็สามารถปลูกองุ่นได้ ประโยชน์ขององุ่นนั้นไม่ใช่แค่ได้จากผล ประโยชน์ของรากองุ่น ประโยชน์ของใบองุ่นก็มีเช่นเดียวกัน เพราะสามารถใช้เป็นยาขับลม ขับปัสสาวะ รักษาโรคไขข้ออักเสบ อาการเป็นเอ็นปวดกระดูกได้ และนอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติทางยามีฤทธิ์ระงับประสาทแก้ปวด แก้อาเจียนได้อีกด้วย การรับประทานองุ่นเป็นประจำยังมีประโยชน์ช่วยในการบำรุงหัวใจ แก้กระหาย บำรุงกำลังวังชาได้ องุ่นยังแบ่งสายพันธุ์ออกเป็นหลายพันธุ์ด้วยกัน เช่น องุ่นเขียว องุ่นดำ องุ่นแดง healthway grape seed.
healthway grape seed
healthway grape seed 1. ช่วยหัวใจและหลอดเลือด

– ยับยั้งการเกาะตัวของคอเลสเตอรอลที่ผนังหลอดเลือด จึงป้องกันหลอดเลือดอุดตัน
– เพิ่มความสามารถในการไหลเวียนของโลหิต
– ส่งเสริมให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง ไม่เปราะหรือแตกหักง่าย สามารถรวมตัวกับคอลลาเจนของผนังหลอดเลือดได้ดีจึงป้องกันอนุมูลอิสระที่จะมา ทำลายเซลล์ผนังหลอดเลือดช่วยบรรเทาอาการเส้นเลือดขอดหรือโป่งพองได้

2.ช่วยให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง

ไม่เปราะหรือแตกหักง่าย สามารถรวมตัวกับคอลลาเจนของผนังหลอดเลือดได้ดี จึงป้องกันอนุมูลอิสระ ที่จะมาทำลายเซลผนังหลอดเลือด ช่วยบรรเทาอาการเส้นเลือดขอดหรือโป่งพองได้ เนื่องจากมีคุณสมบัติจับกับอนุมูลอิสระที่คอยทำลายเซลล์ผนังหลอดเลือดเพิ่ม ความแข็งแรงให้กับคอลลาเจน และยับยั้งเอนไซม์ที่ทำลายคอลลาเจน บริเวณหลอดเลือด ได้แก่ เอนไซม์ คอลลาจิเนส (Colleganase) ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) อีลาสเตส (Elastase) ซึ่งจะส่งผลให้ผนังหลอดเลือดแข็งแรง ป้องกันการเป็นเส้นเลือดขอดได้ และแก้ไขปัญหาเส้นเลือดขอดระยะเริ่มต้น (Spider web) healthway grape seed
3.ต้านการอักเสบ (Anti-Inflammation)

จะยับยั้งการสังเคราะห์และการปล่อยสารที่จะ ทำให้เกิดการอักเสบทำให้เนื้อ เยื่อเกี่ยวพันของข้อต่างๆ ทำงานได้ดี ลดอาการข้อกระดูกอักเสบ โรคเนื้อเยื่อแข็ง
4.ลดอาการภูมิแพ้

มีคุณสมบัติในการต้านสารฮิสตามินจึงช่วยลด อาการภูมิแพ้หอบหืด เนื่องจากช่วยปกป้อง mast cell มิให้ถูกโจมตี เมื่อไม่ถูกรบกวนก็ไม่หลั่ง histamine มากทำให้ไม่เกิดอาการภูมิแพ้ ดังนั้น OPC จึงดีกว่ากินยาแก้แพ้ (Antihistamine) เพราะไม่ง่วง ไม่เกิดซึมเศร้า หรือนมโตในผู้ชาย อันเป็นผลข้างเคียงของ Antihistamine
5.ป้องกันสมองเสื่อม

สามารถผ่านแนวกั้นสมองได้ จึงป้องกันสมองจากการทำลายของอนุมูลอิสระ
6.ป้องกันการเสื่อมของดวงตา

ชะลอภาวะการเกิดต้อกระจก ช่วยให้สายตาปรับการมองเห็นในที่มืดได้ดี
7.ป้องกันมะเร็ง

ป้องกันมิให้อนุมูลอิสระไปทำความเสียหายต่อ DNA ของเซลล์ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นเซลล์มะเร็ง
8.ป้องกันริ้วรอย

ฝ้า กระ ช่วยต้านอนุมูลอิสระที่จะมาทำลายคอลลาเจน healthway grape seed และอิลาสตินในผิวหนัง อันเป็นสาเหตุทำให้ผิวเสื่อมสภาพ เกิดริ้วรอยก่อนวัย นอกจากนี้ยังปกป้องผิวจากรังสี UV ทำให้ฝ้าและกระ จางลง
9.คงความยืดหยุ่นของเซลล์ผิว

ช่วยลดเลือนริ้วรอย เพื่อผิวเรียบเนียน แลดูอ่อนกว่าวัย เนื่องจาก OPC มีคุณสมบัติยับยั้งเอนไซม์ที่ทำลายคอลลาเจนใต้ผิว ได้แก่ เอนไซม์คอลลาจิเนส (Colleganase) จึงทำให้หลอดเลือดฝอยแข็งแรง สามารถนำสารอาหารไปเลี้ยงเซลล์ผิวได้ดี ผิวจึงดูสดใส มีน้ำมีนวลา
10.วิตามินซี

ทำงานร่วมกันกับวิตามินซี เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย และทำให้คอลลาเจนทั่วร่างกายแข็งแรงขึ้น และยังช่วยป้องกันการสูญเสียวิตามินซีและอี healthway grape seed.

ยาสีฟันสมุนไพร ยาสีฟันสมุนไพรธรรมชาติ รักษาโรคกลิ่นปาก และเหงือกอักเสบได้

ยาสีฟันสมุนไพร ยาสีฟันสมุนไพรธรรมชาติ รักษาโรคกลิ่นปาก และเหงือกอักเสบได้ รอยยิ้มพิมพ์ใจมักจะมาควบคู่กับฟันขาวสะอาดเสมอ นอกจากนี้ เหงือกและฟันยังเป็นอวัยวะช่วยในการย่อยอาหารที่สำคัญ เมื่อเกิดปัญหากลิ่นปาก เหงือกอักเสบ การจะรักษาโรค เหงือกอักเสบ และ กลิ่นปาก นั้นสามารถรักษาได้ด้วย ยาสีฟันสมุนไพรในช่องปากย่อมกระทบกับการทำงานในระบบที่เกี่ยวเนื่องกันได้ เมื่อย้อนกลับไปศึกษาประวัติศาสตร์ของการใช้แปรงสีฟันและยาสีฟันพบว่ามีมานานกว่า 2,500 ปีแล้ว เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศจีน โดยใช้ขนหมูมัดติดกับไม้ไผ่ใช้แปรงฟัน ส่วนในอินเดียจะใช้กิ่งข่อยแปรง เช่นเดียวกับประเทศไทยใช้กิ่งข่อยและกิ่งสีฟันคนทาแปรงฟันยาสีฟันเก่าแก่และโบราณที่สุดในโลก ได้แก่ เกลือ คนโบราณจึงใช้เกลืออมบ้วนปากและแปรงฟัน ต่อมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ในการทำความสะอาดช่องปากเจริญรุดหน้า เราจึงได้เห็นแปรงสีฟันในรูปแบบต่าง ๆ เช่นที่พบในปัจจุบัน ส่วนยาสีฟันก็ไม่แตกต่าง มีการค้นพบสารซักฟอกที่ใช้ในการทำความสะอาด ยาสีฟันในปัจจุบันจึงมีทั้งฟอง รสชาติต่าง ๆ กลิ่นที่แตกต่างกันไป ยาสีฟันสมุนไพร.
ยาสีฟันสมุนไพร
ยาสีฟันสมุนไพร ยาสีฟันในปัจจุบันมีบทบาทสำคัญต่อการทำความสะอาดฟัน เพราะสารขัดถูและสารทำความสะอาด ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักที่จะช่วยขจัดคราบฟันได้ดี และทำให้ฟันขาวสะอาด และยังมีสารตัวอื่น ๆ เพิ่มลงไปเพื่อช่วยเสริมในการดูแลปากและฟัน เช่น ฟลูออไรด์ ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของผิวฟัน สารฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ช่วยลดจำนวนเชื้อแบคทีเรียในช่องปาก เป็นต้น

ทำไมเราต้องใส่ใจว่ายาสีฟันนั้นเป็นแบบธรรมชาติหรือไม่ เพราะส่วนผสมของยาสีฟันทั่วไปนั้นจะมีสารซักฟอกเป็นส่วนประกอบ ซึ่งในระยะยาวแล้วสารเหล่านี้ย่อมส่งผลกระทบต่อสุขภาพ แตกต่างจากการใช้ยาสีฟันธรรมชาติที่จะไม่มีสารซักฟอกทิ้งสารตกค้างไว้ในร่างกาย และยังสามารถเพิ่มสรรพคุณโดยการเลือกใช้สมุนไพรที่หาได้ง่ายมาเป็นส่วนประกอบของยาสีฟันสมุนไพร ซึ่งเราสามารถเลือกเองได้ ยาสีฟันสมุนไพร

ส่วนประกอบหลักของยาสีฟันทั่วไปและธรรมชาติโดยทั่วไป จะประกอบด้วย
สารขัดถู ทำหน้าที่ขัดถูผิวฟัน ขจัดเศษอาหาร คราบที่ติดอยู่บนผิวฟัน ในยาสีฟันทั่วไปใช้แคลเซียมคาร์บอเนตเป็นตัวการขัดถู ส่วนยาสีฟันธรรมชาติ ก็จะใช้แคลเซียมคาร์บอเนต และเกลือแกง ผงฟูหรือโซเดียมคาร์บอเนต

สารทำความสะอาด ทำหน้าที่เพิ่มประสิทธิภาพในการทำความสะอาดฟัน สารที่ใช้เป็นสารลดแรงตึงผิว เช่น สบู่ หรือสารซักฟอก ใช้แปรงฟันแล้วเกิดฟอง สารนี้จะไม่เป็นพิษ ไม่ระคายเคืองต่อเยื่อบุในช่องปาก ยาสีฟันทั่วไปใช้สารซักฟอก ตัวที่นิยมคือสาร SLS (Sodium Lauryl Sulfate ) ใช้ได้ไม่เกิน 2% แต่สำหรับในยาสีฟันธรรมชาตินี้จะใช้ผงสบู่ ไม่เกิน 1-2% หรือเกลือแกง ก็สามารถช่วยทำความสะอาดได้เช่นกัน
สารฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ทำหน้าที่ช่วยลดแบคทีเรียในช่องปาก ในยาสีฟันทั่วไป มักจะใช้สารไตรโคลซาน(Triclosan) ที่เป็นชนิดเดียวกับที่ใช้ในสบู่ยา ส่วนในยาสีฟันธรรมชาติจะใช้ผงฟู (โซเดียมไบคาร์บอเนต) สมุนไพรต่าง ๆ ที่บดเป็นผงและน้ำมันหอมระเหย เช่น อบเชย กานพลู เป็นต้น
สารเพิ่มความชุ่มชื้น ใช้เฉพาะในยาสีฟันที่เป็นครีม ในยาสีฟัน สารเพิ่มความหวาน เพื่อให้รสหวานในยาสีฟัน ไม่ได้เป็นสารจำเป็นแต่อย่างใด ในกรณีที่จะใช้ก็จะใช้กลีเซอรีน หรือซอร์บีทอล
ฟลูออไรด์ (Fluoride) เป็นสารที่ช่วยทำให้เคลือบฟันแข็งแรง ป้องกันฟันผุ ฟลูออไรด์ที่ใช้คือ โซเดียมฟลูออไรด์ หรือโซเดียมโมโนฟลูไรฟอสเฟต ต้องใช้ในปริมาณเจือจางมาก ๆ มีข้อควรระวังในการใช้สำหรับเด็กต่ำกว่า 6 ปี ใช้แล้วต้องบ้วนน้ำมาก ๆ ไม่ควรกลืน สำหรับยาสีฟันธรรมชาติจะไม่ใส่

ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ยาสีฟันสมุนไพรวางขายมากมายในท้องตลาด แต่ละแบบก็มีคุณสมบัติแตกต่างกันออกไปตามส่วนผสมของสมุนไพรแต่ละชนิด ซึ่งก็มีข้อดีตรงที่สามารถเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคอย่างเราๆได้หลากหลาย โดยแต่ละยี่ห้อก็มีการปรับให้เหมาะกับผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายแตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นรส กลิ่น สี ยาสีฟันสมุนไพร หรือลักษณะของเนื้อยาสีฟัน (แบบแป้ง แบบครีม) แต่โดยพื้นฐานแล้ว ยาสีฟันเกือบทุกประเภทรวมถึงยาสีฟันสมุนไพร ล้วนมีส่วนผสมตั้งต้นคล้ายๆกัน จะมีสารอะไรบ้างนั้น สุขภาพดี…มีข้อมูลมาฝากค่ะ
ส่วนผสมหลักของยาสีฟัน

1 สารขัดฟัน (Abrasives) แน่นอนว่ายาสีฟันจะต้องมีสารที่ขัดฟันให้สะอาด ช่วยกำจัดรอยเปื้อนและคราบหินปูน โดยส่วนใหญ่จะใช้แคลเซียมฟอสเฟต (Calcium phosphate) อะลูมินา (Alumina) หรือแคลเซียมคาร์บอเนต (Calcium carbonate) แต่สารเหล่านี้หากอยู่ในยาสีฟันแบบผงอาจไม่เหมาะเท่าไร เพราะถ้าเกิดสูดดมหรือหายใจเข้าไปจะก่อให้เกิดอันตรายได้ แต่หากอยู่ในยาสีฟันชนิดครีมหรือเจลก็ไม่มีปัญหาค่ะ

2 ฟลูออไรด์ (Fluoride) เป็นสารสำคัญอีกชนิดหนึ่งที่จะขาดไม่ได้เลยในยาสีฟัน เพราะมีคุณสมบัติช่วยป้องกันฟันผุ โดยทำหน้าที่เคลือบฟัน ป้องกันการกัดกร่อนของกรดที่เกิดจากแบคทีเรียได้ แต่หากได้รับฟลูออไรด์ในปริมาณที่มากเกินไปจะทำให้ผิวฟันขรุขระ และเกิดรอยสีน้ำตาลที่ฟัน และเป็นอันตรายหากกลืนหรือกินเข้าไปเป็นจำนวนมาก ดังนั้นพ่อแม่ผู้ปกครองควรระวัง ถ้ามีลูกวัยกำลังซน ควรดูแลอย่างใกล้ชิดในระหว่างที่ลูกกำลังแปรงฟันนะคะ

3 สารลดแรงตึงผิว ที่มีประจุลบ ( Anionic Surfactant ) เป็นสารที่ช่วยทำให้เกิดฟอง คนส่วนใหญ่มักคิดว่าหากยาสีฟันมีฟองเยอะจะช่วยให้แปรงฟันได้สะอาดขึ้น แต่จริงๆแล้วฟองไม่เกี่ยวกับความสะอาดนะคะ ขึ้นอยู่กับวิธีแปรงฟันของเรามากกว่า

4 สารกันเสีย (Preservatives) สารกันเสียมีคุณสมบัติช่วยป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ในยาสีฟันทุกชนิด แต่หากมีมากเกินไปอาจทำให้เกิดการแพ้ได้ สังเกตได้จากการรู้สึกคันหรือแสบบริเวณริมฝีปากหรือรอบๆริมฝีปากเมื่อแปรงฟันเสร็จ อาจเป็นไปได้ว่าคุณกำลังแพ้สารกันเสียในยาสีฟันอยู่ค่ะ

5 สารแต่งกลิ่นรส ( Flavors ) และส่วนประกอบ / สารปรับปรุงคุณสมบัติ อื่นๆ ( Other Ingredients / Additives ) ซึ่งสารเหล่านี้จะทำให้ยาสีฟันแต่ละยี่ห้อมีสี รสชาติ กลิ่น หรือคุณสมบัติอื่นๆที่แตกต่างกันออกไป ยาสีฟันสมุนไพร.

ครีมน้ำผึ้งป่า สารสกัดจากน้ำผึ้งป่า” ที่ได้จากผึ้ง ซึ่งหากินโดยดูดน้ำหวานจากเกสรดอกไม้ตามธรรมชาติ

ครีมน้ำผึ้งป่า สารสกัดจากน้ำผึ้งป่า” ที่ได้จากผึ้ง ซึ่งหากินโดยดูดน้ำหวานจากเกสรดอกไม้ตามธรรมชาติ ซึ่งแตกต่างจากผึ้งเลี้ยง ที่เลี้ยงดูโดยการให้น้ำตาล หรือน้ำหวาน จึงมีคุณค่าจากธรรมชาติ 100% ครีมน้ำผึ้งป่า ซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระมีกฤธิ์ต้าน oxidation ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส เชื้อรา และมีคุณสมบัติยับยั้งการเกิดการอับเสบ การสมานแผล ช่วยชะลอความเสื่องของเซลล์ น้ำผึ้งเป็นสารให้ความชุ่มชื่นตามธรรมชาติ คือ สามารถดึงและเก็บความชื้นไว้ได้ ทำให้ผิวหนังมีความอ่อนนุ่มและยืดหยุ่น ช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้นไม่แห้งง่าย ทำให้ผิวแต่งตึง ลดเลือนริ้วรอย พร้อมทั้งยังช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้นอีกด้วย ครีมน้ำผึ้งป่า.
ครีมน้ำผึ้งป่า
ครีมน้ำผึ้งป่า ประโยชน์ของน้ำผึ้ง
– ครีมน้ำผึ้งป่า มีสารต้านอนุมูลอิสระ
– ปกป้องผิวจากรังสี UV
– ลดสิวเสี้ยน / สิวอุดตันบนใบหน้า
– มีฤทธิ์ต้าน Oxidation
– มีสารต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส เชื้อรา ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย
– มีคุณสมบัติยับยั้งการเกิดการอักเสบ
– มีส่วนช่วยในด้านการสมานแผล
– ช่วยชะลดความเสื่อมของเซลล์
– กักเก็บน้ำให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ลดการระคายเคืองสำหรับผิวแพ้ง่าย ครีมน้ำผึ้งป่า

น้ำผึ้งเป็นสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ คือ สามารถดึงและเก็บความชื้นไว้ได้ ทำให้ผิวหนังมีความอ่อนนุ่มและยืดหยุ่น ช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้น ไม่แห้งง่าย ทำให้ผิวเต่งตึง ลดเลือนริ้วรอย พร้อมทั้งยังช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้นอีกด้วย

ประโยชน์จากน้ำผึ้งป่าต่างจากผึ้งเลี้ยงอย่างไร

น้ำผึ้งป่า”ที่ได้จากผึ้งที่หากินจากธรรมชาตินั้นต่างจากผึ้งเลี้ยง ที่เลี้ยงโดยการให้น้ำตาลหรือน้ำหวาน  เพราะผึ้งป่าได้รับคุณค่าจากธรรมชาติ100% นี่จึงทำให้น้ำผึ้งป่ามีประโยชน์มากกว่าผึ้งเลี้ยงนั่นเอง น้ำผึ้งป่ามีฤิทธิ์ต่อต้านเชื้อโรค เชื้อไวรัส และเชื้อรา อีกทั้งยังเด่นทางด้านสมานแผล รักษาสิวอักเสบ สิวเสี้ยน สิวหัวช้างนอกจากนั้นยังช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์อีกด้วย   และนี่ก็คือนานาประโยชน์ของน้ำผึ้งป่า

น้ำผึ้งมีประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะบำรุงร่างกายไปจนถึงรักษาโรคต่างๆ มากมาย แต่ใครจะรู้ถึงวิธีการใช้ประโยชน์จากน้ำผึ้งได้อย่างเต็มที่ วันนี้ได้นำวิธีการดื่มน้ำผึ้งเพื่อประโยชน์ต่างๆ มาให้อ่านกันค่ะ ครีมน้ำผึ้งป่า แล้วลองนำไปใช้ดูนะคะ ได้ผลยังไง มาเล่าให้ฟังกันบ้างนะคะ

1. บำรุงสุขภาพ น้ำผึ้ง 3 ช้อนโต๊ะผสมน้ำอุ่นดื่มทุกวัน
2. อดนอน น้ำผึ้ง 1-2 ช้อนโต๊ะ หรือผสมน้ำผลไม้
3. ยาอายุวัฒนะ น้ำผึ้ง ½ -1 ช้อนโต๊ะ ดื่มทุกวัน เช้า / ก่อนนอน
4. นอนไม่หลับ น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะดื่มเวลาอาหารเย็นหรือก่อนนอน
5 . ไอ หลอดลมอักเสบมีเสมหะ กระเทียม 1-2 กลีบ (ตำให้ละเอียด) น้ำมะนาว ½ เกลือเล็กน้อย พิมเสนหรือการบูร 2-3 เกล็ด น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ
6. ท้องอืด ท้องเฟ้อ น้ำผึ้ง ½ ช้อนโต๊ะน้ำขิงเข้มข้น ½ ถ้วย เกลือเล็กน้อยดื่มวันล่ะ 3 เวลาหลังอาหาร
7. ท้องผูก น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะดื่มก่อนนอน
8. เด็กปัสสาวะรดที่นอน น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา (ไม่ผสมน้ำ) ดื่มก่อนนอน
9. ท้องเสียรุนแรง น้ำผึ้ง 1-2 ช้อนโต๊ะ เกลือ ½ ช้อนชา ผสมน้ำอุ่น 1 แก้ว
10. เด็กหวะนม น้ำผึ้ง ½ -1 ช้อนโต๊ะ ผสมนมให้เด็กดื่ม
11. กล้ามเนื้อเป็นตะคริว น้ำผึ้ง 2 ช้อนชา ดื่มทุกเมื่ออาหาร
12. ล้างแผล แผล ฝี หนอง แผลเรื่อรัง น้ำผึ้ง 1 ส่วน ผสมน้ำ 9 ส่วนชะล้างแผล หัวหอมแดง 2 หัวตำให้ละเอียด+น้ำผึ้งพอกฝี น้ำสุกที่เย็นแล้วล้าง ให้สะอาด ใช้สำลีหรือผ้าพันแผลชุบน้ำผึ้งปิดบริเวณแผล
13. แผลไฟไหมน้ำร้อนลวก ถูกท่อไอเสีย ใช้ผ้าพันแผลชุบน้ำผึ้งปิดแผล ไว้แล้วเปลี่ยนผ้าพันแผลทุก 12 ชั่วโมง
14. โรคกระเพาะ ดื่มน้ำผึ้ง 2-3 ช้อนโต๊ะขณะปวด และ 3 ช้อนโต๊ะ ก่อนนอน
15. ผู้ป่วยด้วยโรคพิษสุรา(ตับแข็ง/โรคตับ) น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะผสมน้ำ ½ ถ้วยแก้ว ดื่มวันละ 3 ครั้งเป็น ประจำ คอเหล้าดื่มน้ำผึ้ง 1-2 ช้อนโต๊ะก่อนนอน
16. ผู้ป่วยริดสีดวงทวาร น้ำผึ้งผสมกระเทียมโทน บริโภควันละ 3 ครั้งหลังอาหาร
17. เด็กโตช้า และโลหิตจาง น้ำผึ้งผสมนมดื่มเป็น ประจำ
18. เสียน้ำหรือเสียเลือด( 10-20 % ) น้ำ 1 ถ้วยแก้วผสมเกลือ ¼ ช้อนชา น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ
19. โรคเด็ก (ทางเดินอาหารผิดปกติ) น้ำผึ้ง 1 ช้อนชาต่อน้ำ 1 ถ้วย

สุดยอดคุณประโยชน์จาก “น้ำผึ้ง”🐝
-ต่อต้านเชื้อโรค ให้ห่างไกลโรคผิวหนัง✅
-เร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิว ให้กระจ่างใส✅
-ชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย✅
-ช่วยรักษาสิว ลดการอักเสบของสิว✅
-รักษาแผลให้หายเร็วขึ้นและช่วยสมานผิว✅
-เติมความชุ่มชื่นให้ผิวพรรณ✅ ครีมน้ำผึ้งป่า.

รกแกะ vip รกเป็นอวัยวะที่ถูกสร้างขึ้นภายในผนังมดลูก ทำหน้าที่สำคัญในการส่งสารอาหาร

รกแกะ vip รกเป็นอวัยวะที่ถูกสร้างขึ้นภายในผนังมดลูก ทำหน้าที่สำคัญในการส่งสารอาหารและออกซิเจนจากแม่สู่ลูกเพื่อให้ลูกในท้องเจริญเติบโต รกแกะก็ทำหน้าที่สำคัญในการส่งสารอาหารและออกซิเจนไปสู่ลูกในท้องแบบเดียวกันกับรกของมนุษย์ ในรกแกะอุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย เช่น กรดอะมิโนนานาชนิด คอลลาเจน กรดไฮยาลูโรนิก กรดนิวคลีอิก วิตามินและแร่ธาตุต่างๆ สารอาหารเหล่านี้มีหน้าที่สำคัญภายในร่างกาย เช่น เสริมพละกำลัง รักษาสุขภาพของระบบการย่อยอาหาร ต่อต้านอาการแพ้ต่างๆ บำรุงผิวพรรณ ปรับสมดุลระบบเผาผลาญและต่อมไร้ท่อ เป็นต้น ประโยชน์ด้านสุขภาพของรกแกะมาจากการจับคู่กันของสารประกอบสเต็มเซลล์และสารประกอบที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพที่อยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ สเต็มเซลล์ คือ เซลล์ที่สิ่งมีชีวิต (มนุษย์ สัตว์และพืช) สร้างขึ้นเพื่อผลัดเปลี่ยนเซลล์ที่ได้รับความเสียหายภายในร่างกาย สเต็มเซลล์ที่อยู่ภายในรกจะสามารถเปลี่ยนรูปไปเป็นเซลล์ที่เสียหาย ไม่ว่าเซลล์ที่เสียหายนั้นจะเป็นเซลล์เม็ดเลือด เซลล์ผิวหนัง เซลล์อวัยวะต่างๆ ด้วยเหตุนี้ แนวทางการรักษาด้วยสเต็มเซลล์จึงได้รับความนิยมนำไปใช้อย่างกว้างขวางตั้งแต่การบำบัดรักษาทางการแพทย์ไปจนถึงด้านความสวยงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งวงการเครื่องสำอางและวงการด้านความงาม มักนำแนวทางการบำบัดด้วยสเต็มเซลล์มาใช้เพื่อคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิวหน้า ลดริ้วรอย และรักษารอยแผลเป็น รกแกะ vip.
รกแกะ vip
รกแกะ vip งานวิจัยเกี่ยวกับแนวทางการบำบัดด้วยสเต็มเซลล์จากรกส่วนมากใช้สเต็มเซลล์ของมนุษย์ เอกสารอ้างอิง 2รายการด้านล่างเป็นเพียงส่วนหนึ่งจากงานวิจัยจำนวนมากในเรื่องนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ว่ากันว่ารกของสัตว์โดยเฉพาะอย่างยิ่งรกแกะได้ประสิทธิผลในร่างกายมนุษย์พอๆ กันและนิยมนำมาใช้มากกว่ารกมนุษย์เพราะสัตว์ไม่มีโรคภัยต่างๆ มากเท่ากับที่มนุษย์เผชิญ อีกทั้งการนำสเต็มเซลล์จากแกะมาใช้ยังสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาด้านเชื้อชาติ ศาสนาได้อีกด้วย
ประโยชน์บางส่วนจากการนำรกมาใช้

ต่อต้านความแก่ชราโดยการฟื้นฟูสภาพผิว
เสริมพละกำลัง
ปรับปรุงระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
ปรับปรุงพลังของร่างกาย
เสริมสุขภาพโดยทั่วไป

รกแกะจากนิวซีแลนด์

รกแกะ

ด้วยปริมาณน้ำฝนอันอุดมสมบูรณ์และแสงแดดจ้าเป็นเวลานาน นิวซีแลนด์จึงเป็นดินแดนที่เหมาะอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตของต้นหญ้า ประเทศที่การทำฟาร์มแกะมีข้อจำกัดในด้านปริมาณและคุณภาพของหญ้ามักจะซื้อรกแกะจากนิวซีแลนด์ เนื่องจากมีความน่าเชื่อถือสูงอีกทั้งคุณภาพของรกแกะก็อยู่ในระดับสูง ขณะที่รกแกะเป็นสิ่งที่หาได้ยากในประเทศญี่ปุ่น บริษัท Aotea Pacific ได้ดำเนินงานในประเทศนิวซีแลนด์เป็นเวลามากกว่า 20 ปีและประสบความสำเร็จในการจัดหาแหล่งรกแกะคุณภาพดีและไว้ใจได้เพื่อนำไปเข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อการค้า รกแกะ vip

ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับแกะ
สารสกัดจากรกแกะเริ่มได้รับความนิยมมาสักระยะหนึ่งแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากคุณประโยชน์ในด้านความงามมีการใช้รกแกะในวงการความสวยความงามในประเทศต่างๆ ทั้งในทวีปยุโรป อเมริกา แคนาดา ฯลฯ ในประเทศจีน รกแกะได้รับการเรียกขานว่าเป็น “ทารกของแกะ” และมีประวัติศาสตร์การนำไปใช้อย่างยาวนาน จากประวัติศาสตร์ มนุษย์ผูกพันกับแกะอย่างยาวนานมาตั้งแต่อดีต ว่ากันว่ามนุษย์นำแกะมาเลี้ยงตั้งแต่ยุคเมโสโปเตเมียเมื่อประมาณ 6000 ถึง 7000 ปีก่อนคริสต์กาล ผู้คนนำแกะมาเลี้ยงเป็นฟาร์ม คุ้มกันแกะจากสัตว์ร้ายเช่น หมาป่า และใช้ประโยชน์จากขนแกะ นมและเนื้อแกะตั้งแต่นั้นเป็นต้นมมา แกะยังมีความเกี่ยวโยงกับศาสนามากมายในโลกตะวันตก ทั้งศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์และแม้กระทั่งศาสนายิวที่แกะได้รับการคำนึงถึงเป็นอย่างสูง ด้วยน้ำหนักตัวของแกะ (45 ถึง 100 กิโลกรัม) และจำนวนการให้กำเนิด 1 ถึง 2 ตัวต่อการตั้งครรภ์จึงถือว่าแกะมีความใกล้เคียงกับร่างกายของมนุษย์ ปัจจุบันมีการคาดคะเนจำนวนประชากรแกะทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 1 พันล้านตัว (ประมาณ 40 ล้านตัวอยู่ที่นิวซีแลนด์) ซึ่งแกะเหล่านี้ถูกเลี้ยงไว้เพื่อเป็นอาหาร ผลิตเสื้อผ้า และผลิตภัณฑ์สำหรับสุขภาพ

คุณสมบัติของรกแกะที่ช่วยให้ผิวดูอ่อนโยน
1. การดูแลตัวเองอย่างดีที่สุดอยู่ที่การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมและตรงกับความต้องการของผิวคุณมากที่สุด ด้วยครีมรกแกะสามารถที่จะช่วยปรับสภาพผิวของคุณให้มีความขาวใสได้อย่างที่ต้องการ ด้วยช่วยให้หน้าใสดูดีเป็นธรรมชาติมากขึ้น สำหรับครีมชนิดนี้มีส่วนในการช่วยให้ผิวหน้าของคุณนั้นแลดูอ่อนวัย เหมาะที่สุดสำหรับการดูแลเรื่องของสุขภาพผิวอย่างจริงจัง ไม่ต้องเสียเวลาและต้องเสียเงินมากๆกับการร้อยไหม ไม่มีงบพอที่จะไปร้อยไหมก็ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป หรือแม้แต่สาวๆวัยกำลังทำงานหากมีความสนใจและต้องการที่จะดูแลตัวเองสามารถที่จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้ได้เนื่องจากช่วยได้จริงและมีประสิทธิภาพมากที่สุด ด้วยสำหรับใครที่อายุยังไม่มากเท่าไหร่แต่มีปัญหาเรื่องความหมองคล้ำและเรื่องของริ้วรอย สำหรับในวันที่เหมาะสมแล้วควรที่จะมีการดูแลสุขภาพผิวให้จริงจัง

2. เรื่องปัญหาเกี่ยวกับผิวพรรณนั้นเป็นเรื่องที่เราต้องเร่งดูแลมากที่สุด ด้วยผลิตภัณฑ์ชนิดนี้สามารถที่จะช่วยได้จริงและมีความสามารถที่จะเข้าถึงความต้องการได้มากที่สุด ด้วยใครที่มีความสงสัยว่าทำไม่ริ้วรอยที่เกิดขึ้นนั้นมีมากมายขนาดนี้ นับว่าเป็นเรื่องที่หน้าปวดหัวเสียเหลือเกินเพราะเรื่องของปัญหาริ้วรอยเป็นเรื่องที่น่าปวดหัวมากที่สุด ด้วยเรื่องของประสิทธิภาพแล้วสามารถที่จะช่วยได้อย่างที่ต้องการ จากปัญหาข้างต้นนี้ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้สามารถช่วยได้จริงและเข้าถึงความต้องการของลูกค้าได้มากที่สุด สำหรับเรื่องของผิวขาวแล้วมีหลากหลายวิธีด้วยกัน รกแกะ vip แต่สำหรับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของเราช่วยให้เห็นผลได้เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างที่คุณต้องการ และได้รับความสนใจกันมากที่สุดสำหรับช่วงเวลานี้

3. ทางด้านของการแนะนำและการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ รกแกะ นั้นสามารถที่จะเลือกใช้ได้อย่างต่อเนื่องเพราะไม่ส่งผลกระทบกับร่างกาย ด้วยเครื่องสำอางสำหรับหน้าใส พร้อมด้วยการดูแลสุขภาพผิวให้ผิวอ่อนวัยนั้นคุณสามารถที่จะเลือกใช้ได้ แต่ทั้งนี้เรื่องของคุณภาพนั้นอยู่ที่คุณเลือก สำหรับเรื่องของคุณภาพคับจอเป็นเรื่องที่คุณมีสิทธิที่จะเลือก ด้วยอีกทั้งยังคงคุณค่าของธรรมชาติสำหรับการดูแลสุขภาพผิวได้มากที่สุด ด้วยเรื่องการดูแลสุขภาพผิวนั้นเรามีความพร้อมและมีอย่างครบถ้วน ส่งตรงจากออสเตรเลียถึงมือคุณในทันทีอย่างที่คุณสนใจและต้องการ

4. มาแล้วกับครีมรกแกะที่ช่วยปรับสภาพผิวให้คุณมีความขาวใสเป็นธรรมชาติอย่างที่ต้องการ ด้วยครีมชนิดนี้เป็นที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความหน้าใสและมีส่วนในการช่วยบำรุงสุขภาพผิวได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพที่สุด ด้วยช่วยเรื่องการปรับสภาพผิวได้อย่างที่ต้องการและอ่อนวัยของสาวๆ สำหรับเรื่องการเลือกใช้แล้วสามารถที่จะใช้ได้อย่างที่ต้องการโดยไม่ส่งผลกระทบอะไรกับร่างกาย ด้วยเรื่องของการดูแลสุขภาพผิวนั้นดีที่สุด ด้วยเรื่องของราคาตรงกับความสนใจและความต้องการอย่างที่คุณสนใจ ด้วยเรื่องของประสิทธิภาพแล้วสามารถที่จะทดลองเลือกใช้ได้ รับรองได้ว่าคุณจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน จากที่ผ่านมาเราได้รับความสนใจและมีลูกค้าเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้มากขึ้น เพราะมีการผลิตที่มีความทันสมัยและมีการควบคุมเป็นอย่างดีที่สุดเพื่อที่จะช่วยให้ผิวพรรณของคุณดูดีและเป็นธรรมชาติได้มากขึ้นอย่างที่คุณต้องการและสนใจ

5. ด้วยราคาพิเศษที่โดนใจสำหรับคนที่มีความสนใจและต้องการที่จะดูแลเรื่องของสุขภาพผิวอย่างที่ต้องกร ด้วยเรื่องของผลิตภัณฑ์รกแกะนั้นได้รับความสนใจและได้รับการยอมรับกันมากที่สุด ด้วยเพียงแค่คุณซื้อครีมรกแกะ ผ่านทางร้านของเราหรืออาจมีการสั่งซื้อผ่านทางช่องทางอินเตอร์เน็ต เราก็มีความพร้อมที่จะจัดส่งให้ทันทีอย่างที่ต้องการ สำหรับเรื่องราคาของผลิตภัณฑ์นั้น ไม่ได้แพงอย่างที่คิด สำหรับเรื่องของการแนะนำและการจำหน่ายครีมรกแกะของเราได้มาตรฐานและได้รับการยอมรับมาช้านานเรื่องประสิทธิภาพ รับรองได้ว่าไม่ผิดหวังกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ช่วยเรื่องการดูแลสุขภาพผิวและช่วยปรับสภาพผิวให้มีความขาวใสได้อย่างที่ต้องการ รกแกะ vip.

แป้ง cho เคล็ดลับการใช้แป้งพัฟ และ แป้งฝุ่น

แป้ง cho เคล็ดลับการใช้แป้งพัฟ และ แป้งฝุ่น ข้อดีของการทาแป้งมีมากมายไม่ว่าจะเป็น ทำให้ใบหน้าความนวลเนียน และยังทำให้เมกอัพประเภท อายแชโดว์ บลัชออน ดินสอเขียนคิ้วที่เราแต่งแต้มลงบนใบหน้านั้นติดทนไม่เลอะเทอะตลอดทั้งวัน ทั้งยังป้องกันความมันเงาทำให้ใบหน้าดูเนียนใสไปตลอดทั้งวันด้วยค่ะ สำหรับสาวๆคนไหนที่ยังเป็นมือใหม่ในการแต่งหน้าก็อาจจะยังไม่รู้ว่าแป้งแต่ละชนิดมีคุณสมบัติและมีวิธีการใช้แตกต่างกันอย่างไรบ้าง เรามาดูกันเลยค่ะโดยทั่วไปแล้วแป้งที่นิยมใช้เมคอัพมีอยู่ 2ชนิด คือแป้งพัพและแป้งฝุ่นซึ่งมีคุณสมบัติแตกต่างกันดังนี้ค่ะ แป้ง cho.
แป้ง cho
แป้ง cho แป้งพัฟ ,แป้งทูเวย์,แป้งผสมรองพิ้น (Pressed Powder)

คือแป้งรองพื้นที่อัดแข็งบรรจุอยู่ในตลับ ใช้คู่กับพัฟฟ์ฟองน้ำ จะเหมาะกับการแต่งหน้าที่ไม่ต้องการความละเอียดมากนัก เช่นการแต่งหน้าในชีวิตประจำวัน หรือเหมาะกับคนที่ไม่มีเวลาในการแต่งหน้ามาก เพราะในเนื้อแป้งจะมีส่วนผสมของรองพื้นอยู่ด้วย เพื่อให้สะดวกในการใช้งาน มีความ สามารถในการปกปิดปานกลาง หากลงหลายรอบก็อาจช่วยปกปิดได้มากขึ้น ข้อดีของแป้งชนิดนี้คือสามารถใช้เติมให้หน้าดูนวลเนียนได้ในระหว่างวันและพกพา ได้สะดวก แต่อย่างไรก็ตามข้อเสียของแป้งชนิดนี้ก็คืออาจจะไม่ติดทนนานเท่ากับการใช้รองพื้น และผิวสัมผัสจะไม่เรียบเนียนเท่าการใช้รองพื้นที่มีเนื้อเหลวสามารถแทรกซึมเข้าซอกมุมหรือร่องเล็กๆได้ดีกว่า

แป้งฝุ่น ( Loose Powder)

แป้งฝุ่นมีคุณสมบัติดูดซับความมัน เวลาทาแล้วใบหน้าจะดูเนียนบางเป็นธรรมชาติ แนะนำให้ใช้ควบคู่กับรองพื้นชนิดฟลูอิด หรือครีม ด้วยคุณสมบัติของแป้งจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับรองพื้นที่ทาได้เป็นอย่างดี เมื่อใช้ควบคู่กันผิวหน้าจะดูเรียบ แป้งฝุ่นถูกออกแบบมาให้อณูเล็กและละเอียดกว่าแป้งฝุ่นทาตัว หรือแป้งเด็ก ทำให้สามารถแทรกซึมไปกับบริเวณริ้วรอยหรือร่องลึกต่างๆได้ดีกว่า และไม่อุดตันรูขุมขนอีกด้วย สำหรับการใช้งานของแป้งฝุ่น เหมาะสำหรับการนำมาเซ็ทตัวรองพื้น หรือเมคอัพเบส เพราะโดยส่วนมากรองพื้นหรือเมคอัพเบสเหล่านี้จะมีส่วนผสมของน้ำมันอยู่ เมื่อทาลงไปบนผิวก็จะทำให้หลงเหลือความมันอยู่บนใบหน้า แป้งฝุ่นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยดูดซับความมันจากรองพื้นอีกด้วย ทั้งนี้ปัจจุบันแป้งฝุ่นได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน เพราะบางคนอาจจะระคายเคืองกับละอองของแป้งฝุ่นที่ฟุ้งในอากาศ ที่เรียกว่า “แป้งฝุ่นอัดแข็ง” ซึ่งดูภายนอกอาจจะไม่แตกต่างจากแป้งผสมรองพื้นค่ะ แต่แป้งฝุ่นอัดแข็งนั้น ไม่มีส่วนผสมของรองพื้น จึงทำให้สามารถนำมาเซ็ทตัวรองพื้นได้โดยไม่เพิ่มชั้นความหนาของการแต่งหน้ามากนัก อีกทั้งยังอยู่ในรูปแบบของแป้งอัดแข็ง จึงสะดวกกับการนำมาเติมระหว่างวันมากกว่าแป้งฝุ่นปกติอีกด้วยหลังจากที่สาวๆได้ทารองพื้นแล้วไม่ว่าจะเป็นชนิดฟลูอิดหรือครีม ขั้นตอนต่อมาคือการลงแป้งฝุ่น โดย กดซับแป้งฝุ่นให้ทั่วใบหน้าเพื่อให้แป้งฝุ่นกับรองพื้นหลอมรวมเป็นเนื้อ เดียวกัน ทำให้ใบหน้าแลดูเนียนนุ่มงดงาม แต่ถ้าสาวคนไหนยังเป็นมือใหม่อยู่ยังใช้ไม่ค่อยชำนาญ ถ้าทาแป้งในปริมาณที่มากเกินไป สามารถใช้แปรงปัดแป้งส่วนเกินออกไปได้ค่ะ จากนั้นแต่งแต้มสีอายแชโดว์ที่เปลือกตา กรีดอายไลน์เนอร์ ปัดมาสคาร่า ลงบลัชออนที่แก้ม และเติมปากเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จพิธีค่ะ ในระหว่างวันหากสาวๆต้องการเติมแป้ง ก่อนอื่นเลยต้องกำจัดความมันและเหงื่อบนใบหน้าเสียก่อนด้วยกระดาษซับมันก่อนค่ะ แล้วจึงใช้แป้งพัฟกดซับกระจายทั่วใบหน้าเบา ๆ เพียงเท่านี้ใบหน้าของเราก็จะสวยนวลเนียนเนิ่นนานตลอดทั้งวันเลยค่ะ แป้ง cho

นขั้นตอนการแต่งหน้านั้น จะขาดไอเท็มที่สำคัญอย่างแป้งสำหรับทาหน้าไปไม่ได้ เพราะจะช่วยดูดซับความมันส่วนเกินและช่วยให้ผิวหน้าดูผ่องนวลเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้การใช้แป้งทาบางๆให้ทั่วผิวหน้าเป็นขั้นตอนสุดท้ายภายหลังจากแต่งหน้าเสร็จแล้ว ยังเป็นเคล็ดลับที่ช่วยให้เครื่องสำอางติดทนนานอีกด้วย ดังนั้นสาวๆจึงต้องให้ความสำคัญกับแป้งไม่น้อยกว่าเมคอัพไอเท็มชนิดอื่นๆ

ชนิดของแป้งที่ใช้สำหรับทาผิวหน้า มีอยู่ด้วยกันหลายประเภทดังต่อไปนี้

Loose Powder มีเนื้อที่ค่อนข้างละเอียด นุ่ม เบา ใช้ทาผิวภายหลังจากลงรองพื้นเพื่อช่วยดูดซับความมันส่วนเกินบนใบหน้า ภายหลังจากการแต่งหน้าหรือในระหว่างวัน ส่วนใหญ่แล้ว Loose Powder  จะมีลักษณะที่โปร่ง เบา ไม่มีสี อย่างเช่น   Cliniqueแป้งฝุ่น Blended Face ที่มีลักษณะโปร่งใสไม่มีสี สามารถเกลี่ยได้ง่ายและทำให้ผิวหน้าดูนวลเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ

Pressed Powder มีลักษณะเป็นแป้งเนื้อแข็งที่บรรจุเอาไว้ในตลับ มักใช้กับพัฟฟองน้ำเพื่อความสะดวกในการเติมหน้าระหว่างวัน และรูปแบบที่บรรจุอยู่ในตลับก็ทำให้สะดวกกับการพกพาใส่กระเป๋า แป้ง cho ซึ่ง Pressed Powder สามารถทาลงไปบนผิวหน้าได้โดยตรงเพื่อปกปิดผิวหรืออาจจะใช้แปรงแต่งหน้าปัดแป้งให้กระจายทั่วผิวหน้าก็ได้ เพื่อให้ผิวหน้าดูนวลเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่ง Pressed Powder ที่จำหน่ายในตลาดมีอยู่ด้วยกันหลายยี่ห้อ และมีเนื้อให้เลือกหลายประเภททั้งเนื้อเชียร์และเนื้อ matte อย่าง  Maybelline Clear Smooth All In One SPF32 PA++

Setting Powder ที่ใช้ภายหลังจากแต่งหน้าเสร็จแล้ว เพื่อช่วยให้เมคอัพเซ็ตตัวและติดบนผิวหน้าได้ทนทานตลอดทั้งวัน รวมถึงพกพาเพื่อเติมลงบนผิวหน้าโดยไม่ทำให้รู้สึกหนาหนักผิวหน้าจนเกินไป อย่างเช่น  Laura Mercier Loose Setting Powder – Translucent

Finishing Powder มีลักษณะเป็นผงสีขาว โปร่งแสง มักใช้หลังแต่งหน้าเพื่อช่วยปกปิดริ้วรอยและรูขุมขนอีกชั้นหนึ่งเพื่อให้เมคอัพของสาวๆออกมาดูสวยสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ยังช่วยให้เมคอัพติดทนนานตลอดทั้งวันและช่วยควบคุมความมันบนใบหน้าได้ดีอีกด้วย อย่างแป้ง Yves Rocher CN3 Velvet Finish Loose Powder Transparence Beigeแต่การใช้ finishing powders อาจมีข้อควรระวังสำหรับสาวๆที่ต้องออกงานและอาจต้องถ่ายภาพโดยใช้แฟลช เพราะหากเบลนด์ลงบนผิวหน้าได้ไม่สนิทพออาจจะทำให้รูปถ่ายของคุณออกมาดูไม่ดีเท่าที่ควร เพราะอาจเห็นผงของ finishing powders กระจายตัวไม่สม่ำเสมอหรือเป็นกระจุกอยู่บนผิวหน้า แต่หากใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไปก็ไม่มีอะไรน่าห่วง แป้ง cho.

acorbic c-1000 mg วิตามินซี คืออะไร ประวัติการค้นพบ วิตามินซี เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่สมัย

acorbic c-1000 mg วิตามินซี คืออะไร ประวัติการค้นพบ วิตามินซี เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่สมัย ศตวรรษที่ 18 มีการสังเกตว่าพวกทหารเรือที่มีการรอนแรมออกเดินเรือไปในทะเลเป็นเวลานานๆ ซึ่งมักจะขาดแคลนพวกผักสดผลไม้สด จะป่วยเป็นโรคลักปิดลักเปิด และสุขภาพไม่ค่อยดี มีอาการอ่อนเพลีย อยู่บ่อยๆ แต่ก็มีคนสังเกตเห็นว่าจะไม่พบอาการดังกล่าวในทหารเรือที่รับประทานมะนาวเป็นประจำ และเมื่อต่อมาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ก้าวหน้ามากขึ้น ในปี 1982 ก็สามารถหาสารอาหารสำคัญที่เป็นต้นเหตุของโรคดังกล่าวได้ว่าสารที่พวกทหารเรือขาดไปคือ “กรดแอสคอร์บิค (Ascorbic acid)” ซึ่งมันมีฤทธิ์สามารถช่วยรักษาโรคลักปิดลักเปิดได้ ในปัจจุบัน กรดแอสคอร์บิค ก็ถูกรู้จักกันโดยทั่วไปในชื่อของ “วิตามินซี” และมีนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงท่านหนึ่งซึ่งเคยได้รับรางวัลโนเบลถึง 2ครั้ง และมีอายุยืนยาวมากกว่า 90 ปีแม้จะป่วยเป็นโรค มะเร็ง มายาวนานถึง 20 ปีก็ตามคือ Dr.Linus Pauling ชาวเมืองพอรต์แลนด์ ได้เคยพูดไว้ว่า เหตุที่เขาสามารถมีสุขภาพดีและสามารถชะลอการลุกลามของโรค มะเร็ง ในตัวได้นานกว่า 20 ปี ก็เนื่องจาก วิตามิน และ เกลือแร่ ที่เขารับประทานเข้าไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิตามินซี ซึ่งหลังจากที่เขารับประทานขนาดสูงทุกวัน เขาก็ไม่เคยเป็นหวัดอีกเลย Dr.Linus Pauling เริ่มรับประทาน วิตามินซี ชนิดเม็ดตั้งแต่อายุ 40 ปี และเพิ่มขนาดสูงถึง 18,000 มิลลิกรัม เมื่อรู้ว่าตนเองเป็น มะเร็ง ตั้งแต่อายุได้ 64 ปี เขายืนยันว่ามันช่วยให้ มะเร็ง ในร่างกายสงบลง acorbic c-1000 mg.
acorbic c-1000 mg
acorbic c-1000 mg ประโยชน์ของ วิตามินซี
เราทราบกันโดยทั่วไปแล้วว่า วิตามินซี มีประโยชน์มากมากหลายอย่าง ไม่ว่าจะช่วยปกป้องเซล เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน สุขภาพและความแข็งแรงของเนื้อเยื่อในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับ เส้นเอ็น และคอลลาเจน ก็มีผลมาจากปริมาณ วิตามินซี ในร่างกาย และ วิตามินซี ยังมีฤทธิ์ในการเป็นสารแอนตี้อ๊อกซิแดนท์ที่ดี จึงสามารถป้องกันการทำลายเซลจากอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี และมันช่วยให้ร่างกายสามารถรีไซเคิลสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นๆ ดังนั้นเพื่อประโยชน์สูงสุดจึงควรที่จะรับประทาน วิตามินซี ร่วมกับสารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่นๆ เช่น วิตามินอี แคโรทีน ฟลาโวนอย เป็นต้น

นอกจากนี้ วิตามินซี ยังมีประโยชน์ด้านอื่นๆ อีก คือ

► วิตามินซี ช่วยบรรเทาความรุนแรงและระยะเวลาของการเป็นโรคหวัด หากเริ่มรับประทาน วิตามินซี ตั้งแต่เริ่มแรกที่เห็นอาการของโรคหวัด จะช่วยให้อาการป่วยลดความรุนแรงและหายได้เร็วขึ้น มีการศึกษาเมื่อปี 1995 พบว่าหากรับประทาน วิตามินซี 1,000 ถึง 6,000 มิลลิกรัมต่อวันตั้งแต่เริ่มมีอาการของโรคหวัด จะช่วยให้หายได้เร็วขึ้น 21% แต่ก็ยังไม่มีรายงานว่า วิตามินซี สามารถช่วยป้องกันโรคหวัดได้

► วิตามินซี ช่วยให้แผลหายได้เร็วขึ้น เนื่องจาก วิตามินซี ช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมและรักษาตัวเองโดยการไปเสริมสร้างผนังเซล ทำให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง และต่อต้านอาการอักเสบ จึงทำให้แผลหายได้เร็วขึ้น ในทางกลับกันการขาด วิตามินซี ก็สงผลให้แผลให้ได้ช้าลงเช่นกัน acorbic c-1000 mg

► หากรับประทาน วิตามินซี เป็นประจำทุกวัน มันจะช่วยให้เหงือกมีสุขภาพแข็งแรง โดย วิตามินซี จะไปช่วยรักษาเซลที่ถูกทำลายและช่วยให้แผลที่เหงือกหายเร็ว

► เพิ่มความต้านทานต่อ โรคหัวใจ โดยการไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมระดับ คลอเรสเตอรอล ในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรับประทานร่วมกับ วิตามินอี โดยมันจะไปลดการเกาะตัวของไขมันที่ผนังหลอดเลือด

► เนื่องจาก วิตามินซี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดี มันจึงอาจจะช่วยในการป้องกันและต่อสู้กับโรค มะเร็ง ได้ มีการศึกษาอย่างมากในเรื่องนี้แต่ก็ยังไม่ข้อสรุปที่ชัดเจน โดยยังมีการถกเถียงกันอย่างมากเกี่ยว วิตามินซี กับการป้องกันและต่อสู้กับโรค มะเร็ง

► ช่วยในการป้องกันโรคต้อกระจก เนื่องจาก วิตามินซี สามารถช่วยปกป้องเลนส์ตาจากอันตรายต่างๆ เช่น ควันบุหรี่ แสงอุลตร้าไวโอเลต ที่เป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดโรคต้อกระจก มีการศึกษาอันหนึ่งพบว่าผู้หญิงที่รับประทานวิตามินซีมาอย่างน้อย 10 ปี พบว่ามีความเสี่ยงที่จะมีอาการเลนส์ตาขุ่นมัวซึ่งเป็นอาการเริ่มแรกของโรคต้อกระจก ลดลงถึง 77%

► บรรเทาอาการแพ้ หอบหืด ไซนัส ทั้งนี้เนื่องจากโดยธรรมชาติแล้ว วิตามินซี มีคุณสมบัติเป็นสารต่อต้านภูมิแพ้ต่างๆ เช่น ฝุ่นละออง เกษรดอกไม้ ซึ่งอาการแพ้เหล่านี้ก็เป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของโรคไซนัส นอกจากนี้ยังมีการศึกษาพบว่า วิตามินซี ช่วยป้องกันและทำให้อาการหอบหืดดีขึ้น

► ช่วยป้องกันอาการไมเกรน เมื่อรับประทานร่วมกับ pantothenic acid โดย วิตามินซี จะไปช่วยร่างกายในการต่อสู้กับความเครียดได้ดีขึ้น

► ช่วยเรื่องความจำ โดย วิตามินซี จะไปช่วยรักษาสภาพของเซลประสาทและจะได้ผลดียิ่งขึ้นหากรับประทานร่วมกับอาหารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่นๆ เช่น วิตามินอี แคโรทีน กิงโกะไบโลบ้า และโคเอนไซม์ Q10

ขนาดที่รับประทาน
ในสภาวะปกติปริมาณที่แนะนำให้รับประทานคือ 60 มิลลิกรัมต่อวัน (แต่ในคนที่สูบบุหรี่ 200 มิลลิกรัมต่อวัน) อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารเสริมสุขภาพได้แนะนำว่าเพื่อประสิทธิภาพที่ดีต่อสุขภาพควรจะต้องรับประทานอย่างน้อย 100-200 มิลลิกรัมต่อวัน คนที่มีความเครียดควรรับประทานวันละ 500 มิลลิกรัมต่อวัน แต่หากต้องการผลในด้านการป้งกันโรคต่างๆ เช่น มะเร็ง ความชรา ควรจะรับประทาน 250 – 1,000 มิลลิกรัม

หากเราได้รับ วิตามินซี น้อยกว่าที่ร่างกายควรจะได้รับ ก็จะเกิดลักปิดลักเปิด ซึ่งจะยิ่งรุนแรงมากขึ้นหากขาดอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานและไม่ต้องกังวัลว่าจะได้รับมากเกินไป เนื่องจาก acorbic c-1000 mg วิตามินซี สามารถละลายน้ำได้ดี หากร่างกายไม่ได้ใช้ก็จะมีการขับออกมาได้ทางปัสสาวะ อีกทั้งยังไม่เคยมีรายงานเกี่ยวกับพิษที่เกิดจากการรับประทาน วิตามินซี แม้จะรับประทานในปริมาณที่สูงกว่า 6,000 – 18,000 มิลลิกรัม

ข้อปฏิบัติในการรับประทานเพื่อประโยชน์สูงสุด

► เพื่อให้ได้ผลดีที่สุดควรพิจารณารับประทานร่วมกับสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นๆ เช่น วิตามินอี ฟลาโวนอย จะไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ วิตามินซี

► เพื่อสุขภาพทั่วไป ควรรับประทานอย่างน้อย 500 มิลลิกรัมต่อวัน

► สำหรับการรับประทานเพื่อการรักษาหรือการป้องกัน ควรรับประทาน 1,000 – 6,000 มิลลิกรัม ขึ้นกับโรคแต่ละชนิด

► การรับประทานไม่จำเป็นต้องรับประทานในครั้งเดียวต่อวัน สามารถแบ่งรับประทานเป็นหลายๆ ครั้งต่อวัน

► การรับประทาน วิตามินซี ไม่จำเป็นต้องรับประทานพร้อมอาหาร หรือทานอาหารก่อนการรับประทาน

►ยังไม่มีรายงานว่า วิตามินซี ชนิดพิเศษพวก Esterifies วิตามินซี จะให้ผลดีกว่าวิตามินซีแบบธรรมดา

ข้อควรระวัง

► การรับประทานในปริมาณสูงๆ อาจจะมีผลต่อการดูดซึมแร่ธาตุอื่นๆ เช่น Copper Selenium

►การรับประทานในปริมาณสูงๆ อาจจะมีผลต่อการผิดพลาดของผลตรวจระดับน้ำตาลในปัสสาวะได้

► วิตามินซี ทำให้การดูดซึมธาตุเหล็กได้ดี จึงอาจจะเกิดภาวะได้รับธาตุเหล็กเกิน acorbic c-1000 mg.