ทวนทอง99 อาการของโรคต่างๆเช่นโรคไซนัสอักเสบ

ในสภาวะทางการแพทย์ปวดหัวเป็นความผิดปกติทางกายภาพ อาการของโรคต่างๆเช่นโรคไซนัสอักเสบ ทวนทอง99 โรคภูมิแพ้, ความวิตกกังวล, ไมเกรน, ไมเกรน, ไมเกรน, โรคร้ายแรงเช่น หรือกราม เยื่อหุ้มสมองอักเสบหรือเนื้องอกในสมอง

เนื่องจากมีหลายปัจจัยหลายอย่างที่อาจเกี่ยวข้องกับอาการปวดหัว แพทย์สามารถวินิจฉัยได้ ต้องมีการตรวจสอบประวัติผู้ป่วยอย่างละเอียด เราไปหาหมอ ควรสังเกตให้ดีก่อน ฉันจะบอกคุณหมอ

กินผลไม้และผักมากขึ้น

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการกำจัดเส้นรอบเอวส่วนเกิน ไม่อดอาหาร ทวนทอง99 แต่ต้องใส่ใจกับสิ่งที่คุณกิน เพื่อหลีกเลี่ยงความหวานให้เป็นช่วงเวลาที่ต้องลดน้ำหนักปาล์ม เห็ดหลินจือแดง คะย้าประชาชัยนักโภชนาการจากศูนย์สุขภาพและความงามอเมทิส แนะนำให้ทานใยอาหารเสริม

คนอ้วนอาจเกิดจากการย่อยอาหารไม่ดี กินผลเปรี้ยวเช่นส้ม, แอปเปิ้ลเขียวและผักทุกชนิดไม่ จำกัด ไฟเบอร์ในอาหารนี้ช่วยในการดูดซับไขมันและกระตุ้นระบบทางเดินอาหารของคุณ อาจเพิ่มการทานโยเกิร์ตธรรมชาติสูตรต่ำไขมันซีเรียล กินวันละหนึ่งแก้วต่อวัน เพื่อช่วยให้สมดุลของลำไส้

ปวดหัวเนื่องจากมีไข้ปวดศีรษะร่วมด้วยอาการไข้น้ำมูกไหลไอจามไข้บรรเทาอาการปวด

โดยทั่วไปแล้วหมอนที่ทำจากขนเป็ดหรือขนสัตว์จะดีกว่าหมอนโฟม ทวนทอง99 มันจะสนับสนุนรูปทรงของศีรษะและลำคอโดยไม่มีแรงกดจนท่าทางผิดและปวดคอ ควรเปลี่ยนเมื่อเริ่มแผ่ออกและไม่สามารถให้การสนับสนุนอย่างเพียงพอ อย่าชดเชยความสูงของหมอนที่มีหมอนหลายใบวางซ้อน

ที่นอนยังมีผลต่ออาการปวดคอนั่นคือการเลือกที่นอนที่มีความหนาแน่นปานกลางและรองรับส่วนหลัง พวกเขาควรหลีกเลี่ยงการนอนลง และพยายามที่จะยืดกล้ามเนื้อคอก่อนนอนและเมื่อตื่นนอน

อาการปวดศีรษะไมเกรนอาจเป็นอาการปวดศีรษะเพียงครั้งเดียว เห็ดหลินจือแดง อาการปวดศีรษะหรือคิ้วบางครั้งเจ็บปวดสามารถเห็นได้ในรุ้งสายตาเบลอหรือปวดเมื่ออาเจียน มักใช้เวลาหลายชั่วโมง มันจะดีขึ้น.

ปวดหัวเพราะความเครียดไม่ว่าเราจะเครียดโดยสติหรือสติ ความเครียดทำให้กล้ามเนื้อแน่น ปวดศีรษะมักจะบีบในหัว เมื่อสูญหายหรือต้องผ่อนคลาย

แชมพู hybeauty ขึ้นชื่อว่าสารเคมีสังเคราะห์แล้ว หากเข้าสู่ร่างกายของเรา

แชมพู hybeauty ขึ้นชื่อว่าสารเคมีสังเคราะห์แล้ว หากเข้าสู่ร่างกายของเรา และถ้าร่างกายของเราไม่สามารถขับถ่ายออกไปได้หมด ก็จะเกิดการตกค้างสะสมอยู่ในอวัยวะ ต่างๆภายในร่างกาย โอกาสที่จะทำให้ เกิดโรคร้ายอย่าง เนื้อร้าย มะเร็งก็มีมาก ทุกวันนี้เข้าใจว่ายังไม่มีการชี้ชัดว่าสารเคมีสังเคราะห์ที่ใช้ในแชมพู สบู่เหลว ครีมนวดผม หรือเครื่องสำอางอื่นๆ จะเป็นสาเหตุโดยตรงของมะเร็งหรือโรคร้ายอื่นๆ แต่น่าจะสันนิษฐานได้ว่า สารเคมีเหล่านี้น่าจะช่วยกระตุ้นหรือเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเป็น มะเร็ง และโรคร้ายได้มากขึ้นเพราะมีการยืนยันจากนักวิทยาศาสตร์ในหลายประเทศในยุโรปและอเมริกาที่ได้ทำการวิจัยและออกมากล่าวเตือนมานานแล้วถึงผลกระทบและความเสี่ยงของสารเคมีหลักหลายตัวที่ใช่ในแชมพูสระผม สบู่เหลว ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และเครื่องสำอางว่าสารเคมีเหล่านี้ สามารถซึมผ่านผิวหนังเข้าสู่ร่างกายและมีโอกาสทำให้เกิดสารก่อมะเร็ง ซึ่งจะไปสะสมอยู่ในตับ ไต และกระแสเลือด รัฐบาลในบางประเทศก็ออกประกาศเตือนบริษัทผู้ผลิตบางรายก็พยายามหลีกเลี่ยงและหันไปใช้สารเคมีตัวอื่นหรือสารสกัดจากธรรมชาติแทน แต่บริษัทผู้ผลิตส่วนใหญ่ รวมทั้งบริษัทที่ประกาศตัวว่าใส่ใจเรื่องสุขภาพและสิ่งแวดล้อมก็ยังใช้อยู่ จึงเป็นเรื่องที่ผู้บริโภคต้องให้ความสนใจ ศึกษาหาความรู้ให้มากขึ้น ต้องชั่งใจดูว่าจะเชื่อข้อมูลของฝ่ายไหน แต่ก่อนจะตัดสินใจว่าจะยังคงใช้แชมพูที่ซื้อหามาจากท้องตลาดต่อไป หรือหันกลับไปใช้แชมพูแบบธรรมชาติ ก็ลองมาดู ข้อมูลต่อไปนี้กันก่อนว่าสารเคมีหลักๆ ที่ใช้ในแชมพูนั้นมีอะไรบ้าง และสารเคมีตัวไหนที่อาจจะมีพิษภัยต่อสุขภาพร่างกายของเราได้ แชมพู hybeauty.

แชมพู hybeauty

แชมพู hybeauty ผมเสียมาก ทําไงดี hybeauty shampoo
ผมเสียมาก ผมแห้ง hybeauty vitalizing hair & scalp shampoo

สภาพผมเสียมากโดยส่วนใหญ่จะมีปัญหาที่มาจากสาเหตุใกล้เคียงกันเลยค่ะ สาเหตุของผมเสียมากก็คือ สัมผัสกับสารเคมีกับเส้นผมมากเกินไป มีทั้ง การกัดสีผม การทำสีผม การดัด การยืดผม การใช้ความร้อนกับเส้นผม การหนีบผม การม้วนผม การไดร์ผม หรือคลอรีนจากการว่ายน้ำ และอีกอย่างหนึ่ง ที่เป็นการที่เราทำร้ายเส้มผมของตัวเอง ก็คือ การสระผมทุกวัน และเป่าผมทุกวัน นอกนั้นก็ยังเป็นเรื่องของความเจ็บป่วย และอาหารที่ไม่เพียงพอด้วยนะคะ ผมแห้งส่วนใหญ่มักจะเกิดจากการที่เราสระผมทุกวันหรือร่างกายขาดโปรตีนและสภาวะโลหิตจาง แชมพู hybeauty

ผมเสีย , ผมทำสี
ผมแตกปลาย

สาเหตุส่วนใหญ่ก็มาจากเส้นผมที่ถูกดัด ถูกย้อม ยืด จนกระทั่งเส้นโปรตีนคลายเกลียว ในการดัดผมนั้น ผู้ที่มีเส้นผมตรงๆ จะถูกทำให้โปรตีนที่มีอยู่ข้างในอ่อนตัวลง เมื่ออ่อนตัวลงก็จะจับม้วนเข้าไปใหม่และจับไว้ให้แน่น ก็จะกลายเป็นคลื่นๆ ดังนั้นเส้นผมก็จะไม่แข็งแรง โดยเฉพาะบริเวณตรงปลายเพราะถูกน้ำยาดัดมากที่สุด

ผมเสีย
วิธีการแก้ผมเสียมาก ผมแห้ง

ต้องหยุดกระบวนการทำร้ายเส้นผมทั้งหมด ปล่อยให้เป็นไปตามกลไกธรรมชาติ เลิกสระผมทุกวันโดยเด็ดขาด ลดการใช้ความร้อนกับเส้นผม ไม่ว่าจะเป็น การม้วนผม การหนีบผม หันมาใช้วิธีม้วนผมโดยไม่ใช้ความร้อนดูบ้างนะคะ
ปรับปรุงอาหารให้เหมาะสม โดย เน้นอาหารที่ช่วยบำรุงเส้นผม ที่มีวิตามินบีสูง ซึ่งสำคัญมากในการเจริญของผม มีเหล็กและสังกะสี อาทิเช่น ปลาแซลมอน เนื้อปลา งาดำ ไข่แดง นม โยเกิร์ต ถั่วต่างๆ อาทิ ถั่วปากอ้า ถั่วเหลือง ถั่วอัลมอนด์ เน้นทาน ผักใบเขียว ที่มีวิตามิน A และ C สูง อย่างเช่น บร็อคโคลี่, ผักโขม ซึ่งร่างกายต้องการใช้ในการผลิตไขมัน (sebum) และน้ำมันจากรากขน เพื่อหล่อเลี้ยงเส้นผม และ หอยนางรม เพราะมีสังกะสีสูงมาก ควรทานแต่อย่าบ่อยเกินนะคะ เดี๋ยวคลอเรสเตอรอลขึ้นสูงปรี๊ดด จะหาว่าไม่เตือนนะคะ
ควรหันมาใช้แชมพูจากธรรมชาติ ร่วมกับการใช้น้ำมันมะกอกหรือน้ำมันมะพร้าว นวดและหมักเส้นผมไว้ก่อนสระผมสัก 30 นาที จะช่วยให้ผมนิ่มและเป็นเงางาม ลดอากาพันกันของเส้นผมได้เป็นอย่างดี
ไม่ควรสะบัดผมไปมามากๆ นะคะ เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้เส้นผมรับฝุ่นละอองสิ่งสกปรกได้มากขึ้น การมัดรวบผมหรือเกล้าผมเก็บไว้จะเป็นการรักษาเส้นผมทำให้สกปรกเปรอะเปื้อนได้ยากกว่าการปล่อยสยาย
ถ้าผมแตกปลายก็ให้เล็มผมเก่าก่อน และหยุดดัด หยุดย้อม หยุดทำทุกอย่างกับเส้นผม แล้วให้ทำแชมพูใช้เองตามสูตรที่แนะนำไว้ ผมก็จะค่อยๆดีขึ้น
ผมเสียมาก แก้ไขไม่ยากแต่ต้องอดทนและใช้เวลานะคะ ไม่สามารถทำให้หายหรือดีขึ้นได้ใน 2-3 วัน ต้องทำใจ ค่อยๆ ดูแล และมันจะค่อยๆ ดีขึ้นทุกวันๆ เชื่อเถอะค่ะ เร่ิ่มทำวันนี้ ไม่นาน เส้นผมของคุณก็จะกลับมาสวยได้ดังเดิม แน่นอน คอนเฟิร์มค่ะ

วิธีแก้ปัญหาผมร่วงที่ได้ผล เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยตนเอง
ผมร่วงเป็นปัญหาหนักอกหนักใจ ใครหลายๆ คน ที่ต้องการ วิธีแก้ปัญหาผมร่วง โดยปกติอาการผมร่วงนี้จะหายไป เมื่อต้นตอของสาเหตุได้รับการรักษา ผมร่วงก็จะไม่เกิดขึ้นถาวร ต่อมรากผมก็จะเริ่มทำงาน ผมก็จะงอกขึ้นมาใหม่ ยกเว้น หากต่อรากผมมีปัญหาก็จะทำให้ผมร่วงถาวรและจะทำให้หัวล้านได้ ก่อนที่จะเข้าใจผมร่วง เรามาทำความเข้าใจวงจรชีวิตของเส้นผมก่อน เส้นผมมีวงจรชีวิตอยู่ในช่วงประมาณ 2 -6 ปี และส่วนใหญ่ผมจะยาวประมาณครึ่งนิ้ว/เดือน ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ๆ 90 % ของปริมาณเส้นผมบนหนังศีรษะจะอยู่ในช่วงที่กำลังเจริญเติบโต และ 10% อยู่ในระยะพัก ผมในระยะพักจะไม่เจริญเติบโตต่ออีก หลังจากนั้น 2 – 3 เดือนก็จะร่วงหลุดไป และมีผมสั้นใหม่เจริญขึ้นมาแทน นี่คือวงจรชีวิตของผมปกติ ถ้าจะมีอะไรก็ตามที่มาขัดขวางการเจริญของผมใหม่ หรือเร่งให้ผมมาอยู่ในระยะพักเร็วขึ้นก็จะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดผมร่วง ผมบางลงได้

ผมร่วง

สาเหตุผมร่วง

สาเหตุผมร่วงเกิดจาก ความเครียด(ทั้งจิตใจและร่างกาย) การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ผลข้างเคียงจากการใช้ยาต่าง ๆ เป็นต้น สาเหตุที่ทำให้เกิดผมร่วง ผมบางที่พบอาจได้แก่

การกินยาแอสไพรินวันละ 2 เม็ด หรือมากกว่า ยาลดความอ้วน ยาแอมเฟตามีน ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกินผมร่วง
อาการตกใจ กลัวสุดขีด แชมพู hybeauty เช่น ประสบอุบัติเหตุ คนรัก หรือญาติสนิท เสียชีวิต
ความเครียด ป่วยอยู่นานๆ
โรคตับที่เกิดจากการดื่มมากเกินไป
คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ เพิ่งคลอดหรือมีลูกอ่อนก็จะมีอาการผมร่วง
ขาดธาตุเหล็ก จะทำให้ผมเปราะ แตกหักง่าย
ซัลเฟอร์ มีความจำเป็นในการรักษาสีผมไว้
ขาดทองแดง และสังกะสีจะทำให้ผมเสีย
ขาดวิตามินบีรวม จะทำให้ผมแตก หัก มีรังแค เกิดผมหงอก ผมร่วง ศีรษะล้าน
การใช้สารเคมีรุนแรงกับเส้นผม เช่น ย้อมผม, กัดสีผม, น้ำยาดัดผม , ยืดผม มากเกินไปหรือบ่อยเกินไป
ผมร่วงแบบศีรษะล้านจากพันธุกรรม ภาวะนี้พบได้บ่อยในผู้ชาย แต่ก็พบได้ในผู้หญิง
ความไม่สมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย ผมร่วงอาจเกิดจากภาวะความไม่สมดุลของฮอร์โมนในร่างกายได้เช่น การได้รับยาเม็ดคุมกำเนิด, หญิงวัยหมดประจำเดือน เป็นต้น
อาจพบภาวะผมร่วงได้ทั้งในผู้ป่วยที่มีฮอร์โมนไทรอยด์สูงและไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ
อายุที่เพิ่มขึ้น เมื่ออายุมากขึ้น การเจริญของผมจะช้าลง ก็เป็นสาเหตุผมร่วงเช่นกัน
การดูแลสุขภาพของเส้นผม ไม่ให้ผมร่วง ไม่ควรเริ่มจากแชมพูเท่านั้น เพราะแชมพูเป็นการจัดการกับสิ่งที่ตายไปแล้ว ถ้าต้องการให้เส้นผมมีสุขภาพดีต้องเริ่มต้นจากอาหารเริ่มต้นจากการออกกำลังกาย เริ่มต้นจากการดูแลรักษาจะเป็นการหวีผม แปรงผม สระผม หลีกเลี่ยงสารเคมี และอย่าลืมว่า เส้นผมงอกมาจากหนังศีรษะ เราต้องดูแลหนังศีรษะ เพราะเป็นส่วนที่เส้นผมยึดเกาะและงอกออกมา ดังนั้นจึงต้องมีการดูแลหนังศีรษะควบคู่กัน จึงจะได้เส้นผมที่แข็งแรง ไม่หลุดร่วงง่าย ผมที่สวยสมบูรณ์และแข็งแรงมาจากสุขภาพร่างกาย มิใช่เพียงแต่การดูแลภายนอก ดังนั้นจึงควรกินอาหารที่มีสารอาหารที่เพียงพอ แชมพู hybeauty.

ozee gluta mix ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจฉีดผิวขาว

ozee gluta mix ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจฉีดผิวขาวฟังทางนี้ก่อนที่จะตัดสินใจไปฉีดผิวขาวนะจ๊ะสาวๆ ที่รัก มารู้ถึงประโยชน์และโทษของการฉีดผิวขาวกันก่อนดีกว่าว่าคุ้มไหม?สมัยนี้หันไปก็มีแต่เทรนด์เกาหลีเต็มบ้านเต็มเมือง โฆษณาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ก็ขยันคิดก็อปปี้ “…ขาวเหมือนสาวเกาหลี” กันจริ๊งงงง นู่นนี่นั่นก็มีส่วนผสมของกลูต้าไธโอนกันเกลื่อนเมือง เกิดเป็นลัทธิบูชาความขาวกันขึ้นมา หนุ่มๆ ก็ชอบผู้หญิงขาวๆ สาวไทยผิวสีน้ำผึ้งที่ต่างก็แห่แหนหาสารพัดวิธีที่จะทำให้ตัวเองขาวขึ้น ซึ่งหลายคนก็คงคิดว่า การฉีดผิวขาว เป็นทางลัดสำหรับผู้ที่อยากมีผิวขาวแบบทันตาเห็นแต่ช้าก่อน! อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจไป เราอยากลองให้คุณสาวๆ ลองชั่งน้ำหนักจากข้อมูลด้านล่างต่อไปนี้ให้ดีก่อนนะจ๊ะ ว่าการฉีดผิวขาวนั้นมันจะคุ้มค่าไหม จะได้ไม่เสียใจภายหลังประโยชน์ของกลูต้าไธโอน1. เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระชั้นเลิศ ช่วยรักษาตับ ต้านพิษจากยาแก้ปวดพาราเซตามอลหรือผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ2. ช่วยบำบัดรักษาผู้ป่วยเอดส์และผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย3. ทำให้ผิวขาวขึ้นจริง แต่ไม่ใช่ฉีดปุ๊บ ขาวปั๊บ ต้องมาฉีดซ้ำหลายๆ ครั้ง และต้องฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นข้อควรระวังกับการฉีดผิวขาวด้วยกลูต้าไธโอน1. กลูต้าไธโอนแบบฉีดที่ขายอยู่ทั่วไปตามอินเตอร์เน็ต ส่วนใหญ่เป็นสินค้าปลอม เพราะไม่มีแหล่งผลิตที่มีอยู่จริง สังเกตได้ว่ากลูต้าไธโอนแบบฉีดหลายยี่ห้อจะมีหลายรุ่นมาก ส่วนผสมในตัวยาเหล่านั้นอาจจะไม่ใช่กลูตาไธโอนจริงๆ แต่อาจจะเป็นวิตามินซีธรรมดาๆ ซึ่งราคาค่อนข้างถูก2. เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าผู้ฉีดนั้นเป็นหมอหรือพยาบาลที่มีความรู้ความสามารถจริงๆ เท่าที่เห็นในข่าวส่วนมากที่โดนจับกันก็ไม่ได้มีวุฒิการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับสาขานี้ เพราะการฉีดในปริมาณที่มากเกินไปหรือโอเวอร์โดสนั้นอาจทำให้เสียชีวิตได้นะ3. สถานที่และอุปกรณ์ต่างๆ ในที่นำมาใช้ในการฉีดผิวขาว เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าสะอาดปลอดเชื้อ และได้รับการฉีดแบบถูกวิธี เพราะถ้าเกิดติดเชื้อขึ้นมาผลที่ตามมามันน่ากลัวกว่าที่คิดซะอีก ozee gluta mix.

ozee gluta mix
ozee gluta mix 4. ในบางโรงพยาบาลหรือคลินิกอาจจะมีการลักลอบฉีดผิวขาวด้วยกลูต้าไธโอนปลอม ซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย แต่ก็ยังมีความพยายามต่างๆ เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย เช่น ใช้ชื่อคอร์สในการฉีดผิวขาวอื่นๆ แทนการใช้ชื่อว่าฉีดกลูต้าไธโอนโดยตรง โอซี กลูต้า มิกซ์
5.ความสม่ำเสมอและความต่อเนื่องในการฉีดเป็นปัจจัยสำคัญของความขาว บางครั้งก็อาจเกิดความขี้เกียจเลยไม่ได้ไปฉีด เพราะฉะนั้นก็อย่าไปให้เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา แถมยังเสี่ยงต่อการติดเชื้ออีกด้วยนะจ๊ะ
6. ถึงแม้ว่าการฉีดกลูต้าไธโอนจะทำให้ผิวขาวขึ้นจริง แต่มันก็ไม่จะขาวเกินไปกว่าผิวเนื้อเดิมของสาวๆ หรอกนะจ๊ะ แต่มันจะไปยับยั้งการผลิตเมลานิน ซึ่งมีหน้าที่ผลิตเม็ดสีต่างหาก แถมยังต้องใช้ระยะเวลานานกว่าจะเห็นผล เพราะฉะนั้นหยุดเชื่อคำโฆษณาที่ว่าฉีดแค่เข็มเดียวก็ขาว มันไม่เป็นความจริงเลยค่ะ ozee gluta mix
7. มีราคาค่อนที่ข้างสูง เช่น สมมติว่าค่าฉีดครั้งละ 2,000 บาท และต้องฉีดทุกๆ 3-7 วันต่อครั้ง ในหนึ่งเดือนอาจจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 8,000-20,000 บาทเลยทีเดียว และต้องฉีดติดต่อกันหลายเดือนด้วยถึงจะเห็นผลอย่างชัดเจน ถ้ารายได้เราเดือนชนเดือนก็อย่าเสี่ยงเลยดีกว่าค่ะ เดี๋ยวจะได้ไม่คุ้มเสีย
8. ตามทฤษฎีแล้วกลูต้าไธโอนจะไปยับยั้งการสร้างเม็ดสีจะทำให้ผิวหนังได้รับแสงแดดเพิ่มมากขึ้น ทำให้เสี่ยงต่อมะเร็งผิวหนัง และไม่ได้จำกัดแค่สีผิวเท่านั้น สีผม และสีตาดำของเราก็ต้องมีการสร้างเม็ดสีเช่นกัน ถ้าไม่อยากผมขาวก่อนวัยอันควร และเสี่ยงต่ออากการตาบอดก็คิดให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจไปฉีดนะจ๊ะ
อันที่จริงสาวไทยผิวสีน้ำผึ้งอย่างเรา เรียกได้ว่าผิวสวยเลยนะ สาวเกาหลีผิวขาวๆ บางคนเขาอิจฉาสีผิวของสาวไทยด้วยนะจะบอกให้ เพราะผิวแทนสำหรับเขาหมายถึงผิวที่ดูสุขภาพดี เป็นสปอร์ตตี้เกิร์ลนะจ๊ะ แต่ถ้าใครอยากผิวขาวจริงๆ ยังมีวิธีที่ดีกว่าการฉีดผิวอีกเยอะแยะมากมาย

อยากขาวทำไงดี? เชื่อว่าคำถามนี้สาวๆ หลายคนล้วนขวนขวายหาคำตอบกันมานักต่อนัก เพราะแสงแดดเมืองไทยร้อนแรง

จึงทำเอาผิวสาวหมองคล้ำดำกร้านง่าย ไหนจะอายุที่มากขึ้น กระบวนการผลัดเซลล์ผิวจึงทำงานเสื่อมประสิทธิภาพลง

เราจึงควรให้ความสำคัญกับการขัดผิว เพื่อกระตุ้นกระบวนการผลัดเซลล์ผิวในแบบธรรมชาติไปพร้อมๆ กัน

วันนี้เราจึงหยิบเอา สูตรขัดผิวขาวจากสมุนไพรธรรมชาติ มาฝากสาวๆ ให้ได้ลองนำไปทำตามกันถึง 7 สูตร

แต่ละสูตรมีวิธีการทำอย่างไรบ้าง สาวคนไหนอยากได้ผิวสวยกระจ่างใสในราคาแสนประหยัด รีบมาติดตามกันเลยนะคะ

สูตรขัดผิวขาวด้วยสมุนไพร มีสูตรใดบ้าง?

เพราะการมี ผิวขาว เป็นความปรารถนาของหญิงสาวทุกคน ครั้นจะให้เนรมิตผิวขาวง่ายๆ ด้วยการฉีดกลูต้า กินอาหารเสริมเพื่อผิวขาวหรือทาครีมตัวขาวก็ตาม

หากแต่เชื่อว่า ยังมีสาวๆ หลายคนที่ไม่อยากหันมาพึ่งพาวิธีเหล่านี้ เพราะนอกจากจะเสียเงินแพงแล้ว ยังเสี่ยงเกิดอันตรายต่อสุขภาพตามมาได้ด้วย

เราจึงยังคงเห็นสาวๆ ยุคใหม่หลายคน ยังคงให้ความสนใจการ ขัดผิวขาวจากวิตถุดิบธรรมชาติ รอบตัว

ด้วยเหตุนี้ เราจึงไม่พลาดกับการมองหา สูตรขัดผิวขาวด้วยสมุนไพรจากธรรมชาติ มาฝาก มีสูตรไหนทำได้อย่างไรบ้าง

สาวคนไหนที่ผิวหมองคล้ำดำกร้าน อยากมีผิวสวยๆ อวดคนรอบตัว บอกเลยห้ามพลาดเด็ดขาด

1.สูตรขัดผิวขาวด้วยมะขามเปียก นมสดและน้ำผึ้ง

ให้นำมะขามเปียก 1 กำมือมาผสมกับนมสด 1 แก้ว คนให้ได้แต่เนื้อข้นๆ จากนั้นเติมน้ำผึ้งลงไปประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ

คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน แล้วนำมาขัดตัวจนทั่วเรือนร่าง จากนั้นพอกทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด

สำหรับ สูตรขัดผิวขาวด้วยมะขามเปียก นั้น จะช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดออก เผยให้เห็นถึงผิวขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ

และยังมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียบนผิว ทำให้สิ่งสกปรกต่างๆ หลุดลอกออกจากรูขุมขนได้อย่างอ่อนโยน

หากขัดผิวด้วยสูตนี้เป็นประจำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง รับประกันเลยค่ะว่า สาวขาวจะค่อยๆ ขาวกระจ่างใสและนุ่มขึ้นได้อย่างใจต้องการแน่นอน

2.สูตรขัดผิวขาวด้วยขมิ้นชันและนมสด

ให้นำขมิ้นชันสดไปขูดหรือบดจนได้เนื้อละเอียด เสร็จแล้วเติมนมสดลงไปผสม คนให้เข้ากันแล้วนำมาขัดผิวจนทั่ว พอกตัวทิ้งไว้ต่อประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างตัวให้สะอาด

สูตรนี้คุณสาวๆ สามารถทำได้เป็นประจำทุกสัปดาห์ๆ ละ 1-2 ครั้ง ผิวของคุณจะขาวใสผุดผ่องเป็นยองใยทีเดียว

เนื่องจากขมิ้นเป็นสุดยอดสมุนไพรเพื่อผิวขาวใสโดยแท้ และยังเป็นที่นิยมในการนำมาปรนนิบัติผิวในสาวๆ สมัยโบราณอีกด้วย

ที่สำคัญยังช่วยลดผดผื่นคันหรือผดร้อนลงได้อีกด้วย มีดีแบบนี้.. พลาดการใช้ขมิ้นเพื่อผิวขาวไม่ได้แล้วนะคะ

3.สูตรขัดผิวขาวด้วยขมิ้น น้ำผึ้ง และน้ำมะนาว

ให้นำผงขมิ้นชันประมาณ 1 ช้อนโตีะมาผสมกับน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ และน้ำมะนาวอีก 2 ช้อนโต๊ะ คนจนส่วนผสมเข้ากันดี

แล้วนำมาขัดผิวจนทั่วเรือนร่าง จากนั้นพอกทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที แล้วล้างตัวให้สะอาด แนะนำให้ทำสูตรนี้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

ผิวพรรณของสาวๆ จะเปล่งปลั่งกระจ่างใสและขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติได้

4.สูตรขัดผิวขาวด้วยน้ำมะนาว

ให้ผ่ามะนาวครึ่งลูก แล้วบีบเอาแต่น้ำในปริมาณที่เพียงพอกับการนำมาใช้ขัดผิวทั่วทั้งร่างกายของคุณ ตอนใช้ให้นำเปลือกมะนาวที่ผ่าไว้มาชุบกับน้ำมะนาว

แล้วนำมาขัดถูตามผิวทุกส่วนที่ต้องการ ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที แล้วล้างตัวออกให้สะอาด เนื่องจากมะนาวมีค่าเป็นกรด AHA จากธรรมชาติ

กรดดังกล่าวจะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพแล้วให้หลุดออกได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งยังกระตุ้นการเผยผิวใหม่ที่ขาวใสมาแทนที่

จึงทำให้สาวๆ สังเกตเห็นสภาพผิวที่ผุดผ่องเนียนใสขึ้นได้ภายในทันที แต่เนื่องจากมะนาวมีค่าความเป็นกรดสูงมาก

แนะนำให้ใช้ สูตรขัดผิวขาวด้วยมะนาว สัปดาห์ละครั้งก็พอแล้วค่ะ

5.สูตรขัดผิวขาวด้วยแตงกวา

ปอกเปลือกแตงกวาออกให้หมด แล้วนำไปปั่นจนละเอียด กรองเอาน้ำออกแล้วเอาเฉพาะเนื้อแตงกวาไปแช่ตู้เย็นสักพัก จากนั้นจึงนำมาขัดผิวให้ทั่วเรือนร่าง

เสร็จแล้วให้พอกตัวทิ้งไว้ต่อประมาณ 30-40 นาที จึงล้างออกให้สะอาด สำหรับสูตรขัดผิวขาวด้วยแตงกวานี้ แนะนำให้สาวๆ ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

เพราะแตงกวาเป็นผักที่มีวิตามินหลายชนิดและยังปลอดภัยต่อผิว ozee gluta mix ที่สำคัญยังถือเป็นสครับจากธรรมชาติชั้นดี ที่จะบำรุงผิวให้ขาวเนียนใส

และนุ่มชุ่มชื้นในตัวพร้อมกัน เนื่องจากมันเปรียบดั่งมอยส์เจอไรเซอร์ธรรมชาติที่มีอานุภาพบำรุงผิวได้อย่างล้ำลึกด้วยนั่นเอง

6.สูตรขัดผิวขาวด้วยมะกรูด น้ำผึ้ง และนมสด

ให้นำผลมะกรูด 1 ลูก มาผ่าครึ่ง คั้นเอาน้ำมาผสมกับนมสด 1 แก้ว และน้ำผึ้งอีก 2 ช้อนโต๊ะ คนให้ส่วนผสมเข้ากัน แล้วจึงนำมาขัดผิวจนทั่วตัว

จากนั้นพอกตัวไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างตัวออกให้สะอาด แนะนำให้ขัดผิวด้วยสูตรนี้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

คุณสมบัติจากมะกรูดจะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพแล้วให้หลุดออก จึงทำให้ผิวที่หมองคล้ำมีสภาพกระจ่างใสนวลเนียนยิ่งขึ้น

ในขณะที่น้ำผึ้งและนมสดจะเข้าไปบำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื้น ทำเป็นประจำทุกสัปดาห์ บอกเลยผิวขาวใสได้อย่างใจแน่นอน

7.สูตรขัดผิวขาวด้วยว่านนางคำ ขมิ้น ว่านไพรและดินสอพอง

ให้นำว่านนางคำ ว่านไพร และขมิ้นมาหั่นให้เป็นชิ้นบางๆ เล็กๆ จากนั้นนำไปตากแดดจนแห้งแล้วบดให้ละเอียด

เวลาจะใช้ขัดตัว ให้นำดินสอพองมาละลายกับน้ำเปล่า หรือน้ำมะนาวก็ได้ จากนั้นเติมส่วนผสมที่บดไว้แล้วลงไปผสมเพิ่ม คนจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน

แล้วนำมาขัดผิวจนทั่วทั้งตัว เสร็จแล้วให้พอกตัวทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด

สำหรับสูตรนี้ แนะนำให้ทำสัปดาห์ละครั้งก็จะช่วยให้ผิวพรรณของสาวๆ ขาวผุดผ่องขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

ทราบกันไปแล้วนะคะ กับ 7 สูตรขัดผิวขาวในแบบธรรมชาติ เหมาะอย่างมาก สำหรับสาวผิวคล้ำเสียจากแดด หรือแม้ว่าจะดำมาแต่กำเนิด

หากลองทำตามบ่อยๆ สภาพผิวก็ย่อมกระจ่างใส นวลเนียนจนน่าสัมผัสแน่นอน เพียงเลือกใช้สมุนไพรที่หาง่ายรอบตัวมาเป็นหนึ่งใน สูตรขัดผิว ผสมกับนมสด และน้ำผึ้งเพิ่มเติม

งานนี้นอกจากผิวขาวใสขึ้นแล้ว ยังช่วยบำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื้นได้อีกด้วย อยากสวยในราคาแสนประหยัด ทำเป็นประจำทุกสัปดาห์กันด้วยนะคะสาวๆ

ผิวดำคล้ำจากขี้ไคล เป็นอีกหนึ่งปัญหาผิวที่ก่อกวนความงามของสาวๆ เรามากอย่างยิ่ง สำหรับสาวคนไหนที่ผิวหมองคล้ำดำง่าย

นอกจากแสงแดดจะเป็นตัวการทำร้ายผิวแล้ว การมีขี้ไคลเกาะบนผิวหนังก็ทำให้ผิวของเราหมดสวยได้เช่นเดียวกัน

เพราะฉะนั้น ได้เวลาแล้วนะคะที่เราจะหันมา ขัดขี้ไคลเพื่อผิวขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติ ยิ่งขึ้น ozee gluta mix.

kalow เคล็ดลับการลดน้ำหนักทำงานบ้านช่วยได้เยอะ

kalow เคล็ดลับการลดน้ำหนักทำงานบ้านช่วยได้เยอะ ไม่ว่าจะเป็นการกวาดบ้าน, ถูบ้าน, ซักผ้า, ขัดห้องน้ำ, ล้างรถ, เล่นกับสัตว์เลี้ยง, เล่นกับลูก, พาสัตว์เลี้ยงไปเดินเล่น, ทำสวนเอง, ดูทีวีไปออกกำลังกายไปด้วยการยกเวททั้งสองข้าง ฯลฯ หรือจะออกกำลังกายด้วยการใช้แรงคนแทนเครื่องจักรก็ได้ เช่น ใช้กรรไกรตัดหญ้าแทนเครื่องตัดหญ้า ล้างรถเองแทนไปเข้าร้าน เดินไปกดเปลี่ยนโทรทัศน์เองแทนการใช้รีโมต ซักผ้าบางชนิดด้วยตัวเองแทนการใช้เครื่องซักผ้า เป็นต้น ซึ่งเหล่านี้จะสามารถช่วยทำให้ร่างกายของเราเผาผลาญพลังงานไปได้มากเลยทีเดียว เพราะกิจกรรมเหล่านี้จะช่วยทำให้ร่างกายของเราได้ใช้พลังงานที่เก็บสะสมเอาไว้และช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินของเราได้เป็นอย่างดี ออกกำลังกายแบบง่าย ๆ เช่น การเต้นแอโรบิก เพื่อช่วยเผาผลาญพลังงานและช่วยกระชับร่างกายทุกสัดส่วน, การวิ่ง โดยวิ่งอย่างเป็นจังหวะและสม่ำเสมอ พร้อมกับแกว่งแขนตามจังหวะการก้าวของเท้า ซึ่งจะช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง กล้ามเนื้อตึงกระชับ และมีน้ำหนักตัวลดลง, การว่ายน้ำ อีกหนึ่งการออกกำลังที่มีประสิทธิภาพอย่างหนึ่งที่ช่วยกระชับสัดส่วนได้อย่างดี, การเต้นให้สุดเหวี่ยง เต้นมันให้หลุดโลกไปเลย วิธีนี้นอกจากจะสนุกแล้ว ยังทำให้เราได้เหงื่อ ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้น อีกทั้งยังเป็นวิธีผ่อนคลายความเครียดของเราไปได้อีกทางด้วย, การกระโดดเชือกลดความอ้วน ที่สามารถช่วยบริหารร่างกายและลดไขมันส่วนเกินได้แทบจะทุกสัดส่วนของร่างกายไม่ว่าจะเป็นต้นขา สะโพก และเอว, การเดินลดต้นขา หากเราเป็นคนหนึ่งที่มีต้นขาใหญ่ การเดินอย่างสม่ำเสมอและเป็นจังหวะวันละ 40 นาที จะช่วยทำให้ต้นขาของเราเล็กและเพรียวลง เป็นต้น kalow.

kalow
kalow เลือกเสื้อผ้าในการออกกำลังกาย ชุดออกกำลังกายควรจะเป็นเสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้าโปร่งสบาย มีการระบายความร้อนได้ดี เพราะนอกจากจะทำให้เรารู้สึกสบายแล้ว ยังทำให้เราคล่องตัวและออกกำลังกายได้นานมากขึ้นอีกด้วย แกลโล
การรักษาน้ำหนัก เมื่อเราลดน้ำหนักจนเป็นที่พอใจแล้ว ก็อย่าเพิ่งชะล่าใจเป็นอันขาด เพราะหากเราเผลอไปกินตามใจปากอีกครั้งก็จะทำให้น้ำหนักของเราเพิ่มขึ้นได้ ดังนั้น เราจึงมีกฎอยู่ 2 ข้อในการรักษาน้ำหนักของเราไม่ให้เพิ่มขึ้นและคงที่ คือ ไม่กินอาหารที่มีแคลอรีและไขมันอิ่มตัวสูงมาก คือไม่กินตามใจปากนั่นเอง และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ kalow

เคล็ดลับ วิธีลดความอ้วนแบบธรรมชาติ 7 วัน แบบทำได้จริง
หากคุณสามารถที่จะรวบรวม และเข้าใจถึงเมนูอาหารลดน้ำหนักที่เหมาะสมในการลดน้ําหนักด้วยตัวเอง ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ตามวิธีลดความอ้วน 7 วัน ที่กำลังจะขอแนะนำต่อไปนี้ ด้วยวิธีง่ายๆเหล่านี้ ก็จะช่วยให้คุณสามารถบรรลุเป้าหมายหุ่นสวยของตัวเอง สำหรับข้อแนะนำเบื้องต้นก่อนเข้าสู่เมนูลดความอ้วนแนะนำต่อไปนี้ คือ คุณไม่ควรที่จะข้ามไม่ทานอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง หรือทานอาหารผิดเวลา เพราะจะทำให้ร่างกายเกิดการขาดสมดุลทางโภชนาการตามแผนที่ได้วางเอาไว้ จนกระทั่งส่งผลให้ แผนการ ลดความอ้วน 7 วัน ของคุณอาจล้มเหลวอย่างน่าเสียดายทีเดียว หากใครพร้อมแล้วที่จะลดความอ้วน 7 วัน สามารถทานอาหารได้ตาม เมนูลดน้ําหนัก แนะนำ ดังต่อไปนี้กันเลย

ลดความอ้วน

วันที่ 1 : ผลไม้สด ในวันแรกของการ ลดน้ําหนักแบบเร่งด่วน ควรเริ่มจากการปรับสภาพร่างกายด้วยผลไม้สดที่อุดมสมบูรณ์ คุณสามารถที่จะเลือก ผลไม้ลดความอ้วน ที่ตัวเองชอบ แต่ให้ยกเว้นการรับประทานกล้วย แล้วเน้นไปทานผลไม้ประเภทแตงโม และแคนตาลูป พร้อมกับดื่มน้ำวันละ 8-12 แก้ว นอกจากนี้ คุณไม่ควรที่จะทานอาหารประเภทอื่นๆอีกเลย นอกจากผักดิบ หรือผักต้ม แต่ถ้าคุณรู้สึกห้ว ก็ให้ทานผลไม้ และดื่มน้ำให้มากขึ้น
วันที่ 2 : ผัก วันนี้คุณสามารถที่จะทานอาหารประเภทผักได้อย่างเต็มอิ่ม แต่ให้แน่ใจว่าอาหารที่ทำจากผักเหล่านั้น ไม่ได้ผ่านกระบวนการปรุงผ่านน้ำมัน สำหรับอาหารผักที่แนะนำได้แก่ ถั่ว แครอท แตงกวา ผักกาดหอม กระหล่ำปลี ผักกาด เป็นต้น และอย่าลืมดื่มน้ำอย่างพอพียงด้วย
วันที่ 3 : ผักและผลไม้ ให้แน่ใจว่าคุณหลีกเลี่ยงการทานมันฝรั่งในส่วนของผัก และกล้วยจากในส่วนของผลไม้ แผนการอาหารของวันนี้เริ่มต้นด้วยการทานผลไม้เป็นอาหารเช้า ผักในมื้อเที่ยง ผลไม้ในมื้อเย็น และผักผลไม้ในมื้อดึกอีกครั้ง และอย่าลืมดื่มน้ำมากๆด้วย
วันที่ 4 : กล้วยและนม ในวันนี้คุณสามารถทานกล้วย 8-10 ลูก และนมอีก 3 แก้ว สำหรับเป็นอาหารตลอดทั้งวัน ซึ่งในวันนี้อาจจะทำให้คุณรู้สึกหิวบ้าง แต่ถ้าหากจัดสรรดีๆ ด้วยอาหารปริมาณเท่านี้ก็สามารถที่จะช่วยทำให้คุณอยู่ได้ตลอดทั้งวัน
วันที่ 5 : มะเขือเทศ ในวันนี้คุณสามารถทานข้าวได้ 1 จาน ในมื้อกลางวัน และมะเขือเทศจำนวนประมาณ 7-8 ผล ในวันนี้ร่างกายของคุณมีโอกาสที่จะผลิตกรดยูริคเป็นจำนวนมาก จึงควรที่จะดื่มน้ำในปริมาณมากขึ้น ประมาณ 12-15 แก้ว
วันที่ 6 : ในมื้อกลางวันคุณสามารถทานข้าวได้หนึ่งจาน แต่ในมื้อที่เหลือของวัน คุณต้องทานผักเป็นหลักเช่นเดิม และอย่าลืมการดื่มน้ำอย่างเพียงพอ
วันที่ 7 : ผลไม้และน้ำผัก ในวันนี้คุณได้รับอนุญาตให้ทานข้าว ผัก และน้ำผลไม้ เพื่อช่วยในการลบล้างขับสารพิษที่ไม่จำเป็นออกจากร่างกาย และยังเป็น สูตรอาหารลดน้ําหนัก ที่ดีอีกด้วย

ลดความอ้วน

การทำตามสูตรเมนูอาหารลดความอ้วน 7 วัน อย่างเข้มงวดนี้ นอกจากจะช่วยลดน้ำหนักได้มากถึง 4-5 กิโลกรัม แต่ยังช่วยปรับปรุงระบบย่อยอาหาร และทำให้ผิวพรรณมีความกระจ่างสดใสมากยิ่งขึ้น ด้วยวิธีที่เรียกได้ว่าสุดแสนจะเรียบง่ายเลยทีเดียว และยังเป็น วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ อีกด้วย

แนวคิดของเคล็ดลับเมนูลดน้ำหนัก 3 วัน
อาหารไทยมีรสชาติที่จัดจ้าน ถูกปากคนสไตย์เมืองร้อน ทำให้คนส่วนใหญ่เมื่อมีการควบคุมอาหาร ก็มักจะต้องเปลี่ยนไปทานอาหารที่มีรสชาติอ่อนกว่า จนเกิดอาการเบื่ออาหาร และลดน้ำหนักโดยการควบคุมอาหารอย่างไม่มีความสุข แต่ถ้าหากคุณทำการควบคุมอาหาร ตามเคล็ดลับ เมนูลดน้ำหนัก 3 วัน ที่กำลังจะแนะนำต่อไปนี้ ที่มีรสชาติของอาหารในแต่ละมื้อ ที่ผ่านการศึกษามาแล้วว่าถุกปากคนไทย ก็จะทำให้การลดน้ำหนักของคุณนั้น มีความสุข สนุกกับมันได้มากขึ้น

ตารางเมนูลดน้ำหนัก 3 วัน สูตรธรรมชาติ
วันที่ 1 : อาหารเช้า ด้วย น้ำส้ม (หรือชา/กาแฟ ไม่ใส่น้ำตาลสำหรับคนที่ชอบทานตอนเช้า) หรือ ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น ไข่ต้ม 1 ฟอง ผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน ผลไม้ 1 อย่าง
อาหารกลางวัน เริ่มที่ น้ำส้ม หรือ ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น ปลานึ่ง หรือ ย่าง ห้ามใช้น้ำมัน และ ผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน*
อาหารเย็น น้ำส้ม ผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน เนื้อไม่ติดมัน ย่างหรือนึ่ง ห้ามใช้น้ำมัน

วันที่ 2 : อาหารเช้า น้ำส้ม นมสด 1 แก้วเล็ก (200 cc) ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่นไข่ต้ม 1 ฟอง ผลไม้
อาหารกลางวัน น้ำส้ม ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น ผัก ต้มจิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน ผลไม้
อาหารเย็น น้ำส้ม นมสด 1 แก้วเล็ก (200 cc) ปลานึ่ง หรือ ย่าง ห้ามใช้น้ำมัน ผัก ต้มจิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน

วันที่ 3 : อาหารเช้า น้ำส้ม นมสด 1 แก้วเล็ก (200 cc) ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น ผลไม้ โยเกิร์ต ส่วน
อาหารกลางวัน น้ำส้ม ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น ไข่ต้ม 1 ฟองผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน
อาหารเย็น น้ำส้ม นมสด 1 แก้วเล็ก (200 cc) ปลา/เนื้อนึ่ง หรือ ย่าง ห้ามใช้น้ำมัน ผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน

8 อาหาที่เหมาะ สำหรับมือใหม่ที่อยากลองวางแผนเมนูลดน้ำหนักด้วยตัวเอง
สิ่งแรกที่คุณควรให้ความสำคัญคือ การเลือกส่วนประกอบของอาหารที่มาจากธรรมชาติ ที่ไม่ได้รับการแปรรูปมาจากโรงงานเรียบร้อยแล้ว รวมไปถึงหลีกเลี่ยงการทานน้ำตาล kalow ขนม ไอศกรีม และเครื่องดื่มน้ำผลไม้สำเร็จรูป เป็นต้น ส่วนเมนูอาหารที่น่าสนใจ ซึ่งคุณควรนำมาเป็นส่วนประกอบเมนูอาหารของตัวเอง สำหรับ วิธีลดน้ำหนัก มีดังต่อไปนี้
1.ทานเนื้อปลา โดยเฉพาะปลาแซลมอน ปลาเทราห์ ปลาทะเล ที่ถูกจับมาจากการประมงตามธรรมชาติ เป็นแหล่งอาหารที่ช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้ดีมากที่สุด
2.ไข่ อุดมไปด้วยโอเมก้า -3 ที่ดีต่อการลดน้ำหนัก
3.เนื้อสัตว์ เช่น เนื้อแกะ เนื้อหมู เนื้อไก่ หรือของสัตว์อื่นๆที่ทานหญ้าเป็นอาหาร
4.ผัก เช่น ผักโม บล็อกโคลี่ ดอกกระหล่ำ แครอท เป็นเมนูอาหารที่ได้รับความนิยม นำมาเป็นส่วนประกอบสำคัญของเมนูลดน้ำหนักมาอย่างช้านานเลยทีเดียว
5.ผลไม้ เช่น แอปเปิ้ล ส้ม ลูกแพรร์ บลูเบอร์รี่ สตรอเบอร์รี่ เป็นต้น
6.ถั่ว เช่น อัลมอนด์ วอลนัท เมล็ดทานตะวัน เป็นต้น
7.ไขมันนม เช่น ชีส เนย ครีม และโยเกิร์ต เป็นต้น
8.ไขมันและน้ำมัน เช่น น้ำมันมะพร้าว เนย น้ำมันหมู น้ำมันมะกอก น้ำมันตับปลา เป็นต้น

นอกจากส่วนประกอบของอาหารเมนูลดน้ำหนักที่ได้แนะนำไปแล้วในตอนต้น คุณสามารถที่จะทานช็อกโกแลต แบบอินทรีย์ ที่มีส่วนผสมของโกโก้มากกว่า 70% ขึ้นไป และไวน์ ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาลหรือคาร์โบไฮเดรตในปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งอาหารทั้งสองประเภทนี้ ถ้าหากทานในปริมาณที่พอเหมาะอาหารทั้งสองประเภทนี้จะช่วยส่งเสริมสุขภาพ และต่อต้านอนุมูลอิสระท ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาต่อความงามอีกด้วย
เห็นไหมล่ะว่า เมนูลดน้ำหนัก ที่ได้แนะนำไปนั้น มันง่ายแสนง่ายทีเดียว kalow.

i pnk ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำมันปลายอดนิยม

i pnk ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำมันปลายอดนิยม 7 วิตามินบี วิตามินบีคืออะไร? วิตามินบีเป็นกลุ่มของวิตามินที่มีความจำเป็นต่อการทำงานของเอนไซม์บางอย่างในร่างกายและมักจะพบร่วมกัน พวกเขารวมถึงวิตามินบี (B1), riboflavin (B2), ไนอาซิน (B3), กรด pantothenic (B5) ไพริดอกซิ (B6), ไบโอติน (B7), โฟเลต (B9) และ cyanocobalamin (B12) เมื่อพวกเขาอยู่ด้วยกันพวกเขาจะเรียกว่าวิตามินบีคอมเพล็กซ์ ทั้งหมดของวิตามินเหล่านี้ช่วยในการแปลง อาหารให้เป็นพลังงาน. วิตามินบีเป็นอาหารเสริมที่แข็งแกร่งสำหรับผู้หญิงและทำงานร่วมกันเพื่อสนับสนุนพื้นที่ต่างๆของสุขภาพของคุณ วิธีวิตามินบีช่วยให้ผู้หญิง ที่อยู่ที่ซับซ้อนวิตามินบีจำนวนมากของปัญหาสุขภาพที่ผู้หญิงมีทางชีวภาพอื่น ๆ ที่มีความเสี่ยง วิตามินบีแต่ละคนมีผลประโยชน์ที่ไม่ซ้ำกันและร่วมกันพวกเขาจะเป็นอาหารเสริมที่ดีสำหรับผู้หญิง B1 – เรียกว่าเป็นวิตามิน Antistress, B1 จะเรียกว่าวิตามินบีและปกป้องระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย การศึกษาบอกว่าวิตามินนี้เป็นสิ่งจำเป็นในการสลายของคาร์โบไฮเดรตซึ่งเป็นหนึ่งในธาตุอาหารที่จำเป็น B2 – B2 ยังเป็นที่รู้จัก riboflavin ทำงานเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มันต่อสู้อนุมูลอิสระที่สามารถทำลายเซลล์และอาจป้องกันไม่ให้เกิดการพัฒนาของโรคหัวใจและริ้วรอยในช่วงต้น Riboflavin เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงและหลักฐานบางอย่างที่แสดงให้เห็นว่ามันยังอาจช่วยในการต่อสู้กับอาการปวดหัวไมเกรน i pnk.

i pnk

i pnk B3 – ไนอาซินหรือวิตามิน B3 จะใช้ในการเพิ่ม HDL คอเลสเตอรอลที่ดี ระดับสูงของ HDL นำไปสู่ระดับที่ต่ำกว่าของที่ไม่ดีคอเลสเตอรอลที่คุกคามสุขภาพ ด้วยวิธีนี้ไนอาซินช่วยป้องกันโรคหัวใจและการไหลเวียนของการรักษาสุขภาพที่ดี นอกจากนี้ยังอาจรักษาสิวเมื่อใช้ทา i pink

B5 – กรด Pantothenic ที่พบในการติดตามปริมาณในเกือบทุกกลุ่มอาหารและเป็นผู้รับผิดชอบสำหรับการผลิตของความเครียดและฮอร์โมนเพศที่เกี่ยวข้องกับ นอกจากนี้ยังช่วยทำลายลงคาร์โบไฮเดรตและไขมันให้พลังงาน มันสามารถลดสัญญาณของริ้วรอยในผิวหนังและส่งเสริมสุขภาพผิวโดยรวม ไอพิ้ง

B6 – วิตามิน B6 หรือไพริดอกซิเป็นผู้รับผิดชอบในการดูแลรักษาสุขภาพระดับของ homocysteine กรดอะมิโน homocysteine ได้รับพบว่ามีความเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคหัวใจ นอกจากนี้ยังช่วยให้ร่างกายผลิตเมลาโทนิ norepinephrine และ serotonin เพราะเรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องกับอารมณ์และรูปแบบการนอนหลับ สำหรับคนที่มีโรคไขข้ออักเสบวิตามิน B6 อาจช่วยลดการอักเสบและรักษามัน i pnk

B7 – เรียกว่าไบโอตินวิตามิน B7 มีชื่อเสียงสำหรับผลกระทบต่อลักษณะความงามของสุขภาพผิวผมและเล็บ มันมีความสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของทารกและเพื่อให้เป็นวิตามินก่อนคลอดที่ดีมากสำหรับสุขภาพของทารกในครรภ์ ไม่เพียง แต่มันเป็นที่ดีสำหรับการตั้งครรภ์และความงามก็ยังอาจช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดที่มีสุขภาพดี

B9 – วิตามิน B9 ยังเป็นที่รู้จักกันเป็นกรดโฟลิคหรือโฟเลต มันเป็นวิตามินก่อนคลอดประโยชน์อย่างมากเพราะมันเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์และป้องกันไม่ให้เกิดข้อบกพร่อง บางการศึกษาแสดงให้เห็นว่ามันยังอาจช่วยป้องกันการสูญเสียความจำและป้องกันภาวะซึมเศร้าโดยการยกระดับอารมณ์

B12 – Cobalamin ทำงานร่วมกับวิตามิน B9 และเหล็กในการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดแดงซึ่งพาออกซิเจนในเลือด ซึ่งหมายความว่ามันเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับระบบไหลเวียนโลหิตที่ดีต่อสุขภาพและระดับออกซิเจนในเลือด มันเป็นสิ่งจำเป็นที่จะแปลงคาร์โบไฮเดรตเป็นพลังงานในร่างกายและการควบคุมระบบประสาท มันช่วยป้องกันความดันโลหิตสูงและโรคหลอดเลือดสมองและยังเป็นประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหาร

วิธีการใช้วิตามินบี

วิตามินชนิดนี้สามารถนำเวลาของวันที่มีหรือไม่มีอาหารใด ๆ แต่จะดึงประโยชน์มากที่สุดพามันไปรอบ ๆ ในเวลาเดียวกันทุกวันสามารถทำให้มันมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ผลข้างเคียงของวิตามินบี

คนส่วนใหญ่จะไม่ประสบผลวิตามินบีข้างเคียงใด ๆ แม้จะเกิดอาการแพ้เป็นไปได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีปริมาณมากมีการบริโภค

 

8 แคลเซียมกับแมกนีเซียม
แคลเซียมเป็นอะไร?

แคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่มีมากที่สุดในร่างกายและเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสุขภาพ หลายวิธี. มันเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการขยายตัวของหลอดเลือดและการหดตัวของหลอดเลือดจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการไหลเวียนของเลือด มันเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการทำงานและการหดตัวของกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ยังเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการส่งสัญญาณภายในเซลล์หลั่งฮอร์โมนและการส่งผ่านเส้นประสาท แคลเซียมยังเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสุขภาพและความแข็งแรงของกระดูกและฟัน

แมกนีเซียมคืออะไร?

แมกนีเซียมเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นสำหรับความหลากหลายของปฏิกิริยาทางชีวเคมีเช่นการสังเคราะห์โปรตีนควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของกล้ามเนื้อและการทำงานของเส้นประสาท glycolysis และอื่น ๆ มันก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการผลิตพลังงาน มันเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการสังเคราะห์ DNA และ RNA และยังสำหรับการพัฒนาโครงสร้างกระดูก แมกนีเซียมยังมีบทบาทสำคัญในการขนส่งที่ใช้งานแคลเซียมโพแทสเซียมและการขนส่งผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะแรงกระตุ้นเส้นประสาทและการหดตัวของกล้ามเนื้อ

วิธีแคลเซียมและแมกนีเซียมสตรีช่วยเหลือ

แคลเซียมและแมกนีเซียมมีความสัมพันธ์กันอย่างลงตัวในเชิงบวกและสามารถเป็นประโยชน์อย่างมากต่อสุขภาพของผู้หญิงเมื่อนำมารวมกัน i pnk ผลประโยชน์ร่วมกันอยู่ด้านล่าง

แคลเซียม:

เสริมสร้างกระดูก
จะช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน
ป้องกันการเกิดโรคอ้วน
ปกป้องกล้ามเนื้อหัวใจ
ป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
ป้องกันการเกิดภาวะซึมเศร้า premenstrual
ป้องกันการเกิดนิ่วในไต
ควบคุมระดับพีเอช
ควบคุมความดันโลหิตจะช่วยให้สารอาหารการขนส่ง
แมกนีเซียม:

สงบประสาท
บรรเทาความวิตกกังวล
เพิ่มพลังงาน
บรรเทาอาการท้องผูก
บรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและกระตุก
สนับสนุนสุขภาพหัวใจ
จะช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน
ป้องกันไม่ให้อาการปวดหัวไมเกรน
ควบคุมระดับของแคลเซียมและโพแทสเซียม
วิธีการใช้แคลเซียมและแมกนีเซียม

แคลเซียมคาร์บอเนตจะต้องดำเนินการกับอาหาร แต่แคลเซียมซิเตรตสามารถนำมาโดยมีหรือไม่มีอาหาร จะมีประสิทธิภาพมากที่สุดเมื่อถ่ายในปริมาณของ 500 มิลลิกรัมหรือน้อยกว่าในครั้งเดียว อาหารเสริมแคลเซียมสามารถโต้ตอบกับยาตามใบสั่งแพทย์บางอย่าง ให้แน่ใจว่าจะไม่ใช้แคลเซียมกับวิตามินเพราะมันจะยับยั้งความสามารถของร่างกายในการดูดซับวิตามิน

แมกนีเซียมต้องใช้กรดในกระเพาะอาหารจะถูกดูดซึมและถูกนำตัวที่ดีที่สุดในขณะท้องว่าง ซึ่งหมายความว่าเวลาที่ดีที่สุดที่จะใช้แมกนีเซียมระหว่างมื้ออาหาร แมกนีเซียมนอกจากนี้ยังอาจจะต้องดำเนินการก่อนนอนเป็นนอนช่วยเหลือ

แคลเซียมและแมกนีเซียมผลข้างเคียง

แคลเซียมอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงบางอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ในทางเดินอาหารของท้องอืดหรือก๊าซ แมกนีเซียมอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงสำหรับคนบางคนรวมทั้งปวดท้องคลื่นไส้ท้องเสียและอาเจียน ตราบใดที่คุณใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นผู้กำกับที่คุณไม่ควรพบผลข้างเคียงใด ๆ อย่างมีนัยสำคัญ
9 วิตามินซี
อะไรคือสิ่งที่วิตามินซี?

วิตามินซีเป็นวิตามินที่จำเป็นที่พบในความหลากหลายของผักและผลไม้ นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนำมากที่สุดและเป็นที่รู้จักสำหรับสารต้านอนุมูลอิสระและผลกระทบของระบบภูมิคุ้มกันของการส่งเสริม วิตามินซีเป็นหนึ่งในไม่กี่วิตามินที่สามารถช่วยให้ปัดเจ็บป่วยซึ่งเป็นเหตุผลที่มันเป็นส่วนผสมที่สำคัญในผลิตภัณฑ์สุขภาพมากมาย นอกจากนี้ยังมีความปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ที่จะใช้ในปริมาณสูงซึ่งเป็นเหตุผลที่มันมากมักใช้โดยผู้หญิงและผู้ชายเหมือนกันอีก

วิธีวิตามินซีช่วยผู้หญิง: วิตามินซีเป็น ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการซ่อมแซมของเซลล์ในร่างกายและมีความสำคัญมากต่อสุขภาพของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย มันถูกพบในผัก, ผลไม้ส้ม, มะเขือเทศและอื่น ๆ มันเป็นสารต้านอนุมูลอิสระและยังใช้ในการช่วยย่อยโปรตีน วิตามินซีสามารถเป็นอาหารเสริมที่ดีสำหรับผู้หญิงและผู้หญิงจะได้รับประโยชน์ในหลายวิธี ได้แก่ :

ลดความดันโลหิต
ช่วยดูดซึมธาตุเหล็ก
ช่วยลดความเสี่ยงของโรคข้ออักเสบ
สนับสนุนสุขภาพหลอดเลือด
จะช่วยป้องกันการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน
ป้องกันการสูญเสียกระดูกอ่อน
รองรับคอลลาเจนและสุขภาพผิว
ช่วยป้องกันไม่ให้เจ็บป่วย
วิธีการใช้วิตามินซี

วิตามินซีมักจะมาในยาเม็ดหรือแคปซูลแบบฟอร์ม นอกจากนี้ยังพบในวิตามินทั้งหมดเช่นเดียวกับหลายผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่น ๆ ก็สามารถที่จะดำเนินการในช่วงเวลาของวันใด ๆ และสามารถนำมาโดยมีหรือไม่มีอาหาร นอกจากนี้ยังเก็บไว้ในใจว่าคุณจะได้บริโภคเป็นจำนวนเงินที่ดีของวิตามินนี้เนื่องจากความเข้มข้นสูงในอาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพ

ผลข้างเคียงของวิตามินซี

คนส่วนใหญ่จะไม่เห็นผลข้างเคียงใด ๆ เชิงลบจากวิตามินซี แต่ในบางคนวิตามินซีอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงเช่นคลื่นไส้, อาเจียน, ปวดและปวดหัว i pnk.

cherchom x-tra เคล็ดลับการลดน้ำหนักทำงานบ้านช่วยได้เยอะ

cherchom x-tra เคล็ดลับการลดน้ำหนักทำงานบ้านช่วยได้เยอะ ไม่ว่าจะเป็นการกวาดบ้าน, ถูบ้าน, ซักผ้า, ขัดห้องน้ำ, ล้างรถ, เล่นกับสัตว์เลี้ยง, เล่นกับลูก, พาสัตว์เลี้ยงไปเดินเล่น, ทำสวนเอง, ดูทีวีไปออกกำลังกายไปด้วยการยกเวททั้งสองข้าง ฯลฯ หรือจะออกกำลังกายด้วยการใช้แรงคนแทนเครื่องจักรก็ได้ เช่น ใช้กรรไกรตัดหญ้าแทนเครื่องตัดหญ้า ล้างรถเองแทนไปเข้าร้าน เดินไปกดเปลี่ยนโทรทัศน์เองแทนการใช้รีโมต ซักผ้าบางชนิดด้วยตัวเองแทนการใช้เครื่องซักผ้า เป็นต้น ซึ่งเหล่านี้จะสามารถช่วยทำให้ร่างกายของเราเผาผลาญพลังงานไปได้มากเลยทีเดียว เพราะกิจกรรมเหล่านี้จะช่วยทำให้ร่างกายของเราได้ใช้พลังงานที่เก็บสะสมเอาไว้และช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินของเราได้เป็นอย่างดี ออกกำลังกายแบบง่าย ๆ เช่น การเต้นแอโรบิก เพื่อช่วยเผาผลาญพลังงานและช่วยกระชับร่างกายทุกสัดส่วน, การวิ่ง โดยวิ่งอย่างเป็นจังหวะและสม่ำเสมอ พร้อมกับแกว่งแขนตามจังหวะการก้าวของเท้า ซึ่งจะช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง กล้ามเนื้อตึงกระชับ และมีน้ำหนักตัวลดลง, การว่ายน้ำ อีกหนึ่งการออกกำลังที่มีประสิทธิภาพอย่างหนึ่งที่ช่วยกระชับสัดส่วนได้อย่างดี, การเต้นให้สุดเหวี่ยง เต้นมันให้หลุดโลกไปเลย วิธีนี้นอกจากจะสนุกแล้ว ยังทำให้เราได้เหงื่อ ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้น อีกทั้งยังเป็นวิธีผ่อนคลายความเครียดของเราไปได้อีกทางด้วย, การกระโดดเชือกลดความอ้วน ที่สามารถช่วยบริหารร่างกายและลดไขมันส่วนเกินได้แทบจะทุกสัดส่วนของร่างกายไม่ว่าจะเป็นต้นขา สะโพก และเอว, การเดินลดต้นขา หากเราเป็นคนหนึ่งที่มีต้นขาใหญ่ การเดินอย่างสม่ำเสมอและเป็นจังหวะวันละ 40 นาที จะช่วยทำให้ต้นขาของเราเล็กและเพรียวลง เป็นต้น cherchom x-tra.

cherchom x-tra
cherchom x-tra เลือกเสื้อผ้าในการออกกำลังกาย ชุดออกกำลังกายควรจะเป็นเสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้าโปร่งสบาย มีการระบายความร้อนได้ดี เพราะนอกจากจะทำให้เรารู้สึกสบายแล้ว ยังทำให้เราคล่องตัวและออกกำลังกายได้นานมากขึ้นอีกด้วย เชอชม x tra
การรักษาน้ำหนัก เมื่อเราลดน้ำหนักจนเป็นที่พอใจแล้ว ก็อย่าเพิ่งชะล่าใจเป็นอันขาด เพราะหากเราเผลอไปกินตามใจปากอีกครั้งก็จะทำให้น้ำหนักของเราเพิ่มขึ้นได้ ดังนั้น เราจึงมีกฎอยู่ 2 ข้อในการรักษาน้ำหนักของเราไม่ให้เพิ่มขึ้นและคงที่ คือ ไม่กินอาหารที่มีแคลอรีและไขมันอิ่มตัวสูงมาก คือไม่กินตามใจปากนั่นเอง และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ cherchom x-tra

เคล็ดลับ วิธีลดความอ้วนแบบธรรมชาติ 7 วัน แบบทำได้จริง
หากคุณสามารถที่จะรวบรวม และเข้าใจถึงเมนูอาหารลดน้ำหนักที่เหมาะสมในการลดน้ําหนักด้วยตัวเอง ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ตามวิธีลดความอ้วน 7 วัน ที่กำลังจะขอแนะนำต่อไปนี้ ด้วยวิธีง่ายๆเหล่านี้ ก็จะช่วยให้คุณสามารถบรรลุเป้าหมายหุ่นสวยของตัวเอง สำหรับข้อแนะนำเบื้องต้นก่อนเข้าสู่เมนูลดความอ้วนแนะนำต่อไปนี้ คือ คุณไม่ควรที่จะข้ามไม่ทานอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง หรือทานอาหารผิดเวลา เพราะจะทำให้ร่างกายเกิดการขาดสมดุลทางโภชนาการตามแผนที่ได้วางเอาไว้ จนกระทั่งส่งผลให้ แผนการ ลดความอ้วน 7 วัน ของคุณอาจล้มเหลวอย่างน่าเสียดายทีเดียว หากใครพร้อมแล้วที่จะลดความอ้วน 7 วัน สามารถทานอาหารได้ตาม เมนูลดน้ําหนัก แนะนำ ดังต่อไปนี้กันเลย

ลดความอ้วน

วันที่ 1 : ผลไม้สด ในวันแรกของการ ลดน้ําหนักแบบเร่งด่วน ควรเริ่มจากการปรับสภาพร่างกายด้วยผลไม้สดที่อุดมสมบูรณ์ คุณสามารถที่จะเลือก ผลไม้ลดความอ้วน ที่ตัวเองชอบ แต่ให้ยกเว้นการรับประทานกล้วย แล้วเน้นไปทานผลไม้ประเภทแตงโม และแคนตาลูป พร้อมกับดื่มน้ำวันละ 8-12 แก้ว นอกจากนี้ คุณไม่ควรที่จะทานอาหารประเภทอื่นๆอีกเลย นอกจากผักดิบ หรือผักต้ม แต่ถ้าคุณรู้สึกห้ว ก็ให้ทานผลไม้ และดื่มน้ำให้มากขึ้น
วันที่ 2 : ผัก วันนี้คุณสามารถที่จะทานอาหารประเภทผักได้อย่างเต็มอิ่ม แต่ให้แน่ใจว่าอาหารที่ทำจากผักเหล่านั้น ไม่ได้ผ่านกระบวนการปรุงผ่านน้ำมัน สำหรับอาหารผักที่แนะนำได้แก่ ถั่ว แครอท แตงกวา ผักกาดหอม กระหล่ำปลี ผักกาด เป็นต้น และอย่าลืมดื่มน้ำอย่างพอพียงด้วย
วันที่ 3 : ผักและผลไม้ ให้แน่ใจว่าคุณหลีกเลี่ยงการทานมันฝรั่งในส่วนของผัก และกล้วยจากในส่วนของผลไม้ แผนการอาหารของวันนี้เริ่มต้นด้วยการทานผลไม้เป็นอาหารเช้า ผักในมื้อเที่ยง ผลไม้ในมื้อเย็น และผักผลไม้ในมื้อดึกอีกครั้ง และอย่าลืมดื่มน้ำมากๆด้วย
วันที่ 4 : กล้วยและนม ในวันนี้คุณสามารถทานกล้วย 8-10 ลูก และนมอีก 3 แก้ว สำหรับเป็นอาหารตลอดทั้งวัน ซึ่งในวันนี้อาจจะทำให้คุณรู้สึกหิวบ้าง แต่ถ้าหากจัดสรรดีๆ ด้วยอาหารปริมาณเท่านี้ก็สามารถที่จะช่วยทำให้คุณอยู่ได้ตลอดทั้งวัน
วันที่ 5 : มะเขือเทศ ในวันนี้คุณสามารถทานข้าวได้ 1 จาน ในมื้อกลางวัน และมะเขือเทศจำนวนประมาณ 7-8 ผล ในวันนี้ร่างกายของคุณมีโอกาสที่จะผลิตกรดยูริคเป็นจำนวนมาก จึงควรที่จะดื่มน้ำในปริมาณมากขึ้น ประมาณ 12-15 แก้ว
วันที่ 6 : ในมื้อกลางวันคุณสามารถทานข้าวได้หนึ่งจาน แต่ในมื้อที่เหลือของวัน คุณต้องทานผักเป็นหลักเช่นเดิม และอย่าลืมการดื่มน้ำอย่างเพียงพอ
วันที่ 7 : ผลไม้และน้ำผัก ในวันนี้คุณได้รับอนุญาตให้ทานข้าว ผัก และน้ำผลไม้ เพื่อช่วยในการลบล้างขับสารพิษที่ไม่จำเป็นออกจากร่างกาย และยังเป็น สูตรอาหารลดน้ําหนัก ที่ดีอีกด้วย

ลดความอ้วน

การทำตามสูตรเมนูอาหารลดความอ้วน 7 วัน อย่างเข้มงวดนี้ นอกจากจะช่วยลดน้ำหนักได้มากถึง 4-5 กิโลกรัม แต่ยังช่วยปรับปรุงระบบย่อยอาหาร และทำให้ผิวพรรณมีความกระจ่างสดใสมากยิ่งขึ้น ด้วยวิธีที่เรียกได้ว่าสุดแสนจะเรียบง่ายเลยทีเดียว และยังเป็น วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ อีกด้วย

แนวคิดของเคล็ดลับเมนูลดน้ำหนัก 3 วัน
อาหารไทยมีรสชาติที่จัดจ้าน ถูกปากคนสไตย์เมืองร้อน ทำให้คนส่วนใหญ่เมื่อมีการควบคุมอาหาร ก็มักจะต้องเปลี่ยนไปทานอาหารที่มีรสชาติอ่อนกว่า จนเกิดอาการเบื่ออาหาร และลดน้ำหนักโดยการควบคุมอาหารอย่างไม่มีความสุข แต่ถ้าหากคุณทำการควบคุมอาหาร ตามเคล็ดลับ เมนูลดน้ำหนัก 3 วัน ที่กำลังจะแนะนำต่อไปนี้ ที่มีรสชาติของอาหารในแต่ละมื้อ ที่ผ่านการศึกษามาแล้วว่าถุกปากคนไทย ก็จะทำให้การลดน้ำหนักของคุณนั้น มีความสุข สนุกกับมันได้มากขึ้น

ตารางเมนูลดน้ำหนัก 3 วัน สูตรธรรมชาติ
วันที่ 1 : อาหารเช้า ด้วย น้ำส้ม (หรือชา/กาแฟ ไม่ใส่น้ำตาลสำหรับคนที่ชอบทานตอนเช้า) หรือ ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น ไข่ต้ม 1 ฟอง ผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน ผลไม้ 1 อย่าง
อาหารกลางวัน เริ่มที่ น้ำส้ม หรือ ขนมปังปิ้งจนแห้ง cherchom x-tra ไม่ทาอะไร 1 แผ่น ปลานึ่ง หรือ ย่าง ห้ามใช้น้ำมัน และ ผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน*
อาหารเย็น น้ำส้ม ผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน เนื้อไม่ติดมัน ย่างหรือนึ่ง ห้ามใช้น้ำมัน

วันที่ 2 : อาหารเช้า น้ำส้ม นมสด 1 แก้วเล็ก (200 cc) ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่นไข่ต้ม 1 ฟอง ผลไม้
อาหารกลางวัน น้ำส้ม ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น ผัก ต้มจิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน ผลไม้
อาหารเย็น น้ำส้ม นมสด 1 แก้วเล็ก (200 cc) ปลานึ่ง หรือ ย่าง ห้ามใช้น้ำมัน ผัก ต้มจิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน

วันที่ 3 : อาหารเช้า น้ำส้ม นมสด 1 แก้วเล็ก (200 cc) ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น ผลไม้ โยเกิร์ต ส่วน
อาหารกลางวัน น้ำส้ม ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น ไข่ต้ม 1 ฟองผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน
อาหารเย็น น้ำส้ม นมสด 1 แก้วเล็ก (200 cc) ปลา/เนื้อนึ่ง หรือ ย่าง ห้ามใช้น้ำมัน ผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน

8 อาหาที่เหมาะ สำหรับมือใหม่ที่อยากลองวางแผนเมนูลดน้ำหนักด้วยตัวเอง
สิ่งแรกที่คุณควรให้ความสำคัญคือ การเลือกส่วนประกอบของอาหารที่มาจากธรรมชาติ ที่ไม่ได้รับการแปรรูปมาจากโรงงานเรียบร้อยแล้ว รวมไปถึงหลีกเลี่ยงการทานน้ำตาล ขนม ไอศกรีม และเครื่องดื่มน้ำผลไม้สำเร็จรูป เป็นต้น ส่วนเมนูอาหารที่น่าสนใจ ซึ่งคุณควรนำมาเป็นส่วนประกอบเมนูอาหารของตัวเอง สำหรับ วิธีลดน้ำหนัก มีดังต่อไปนี้
1.ทานเนื้อปลา โดยเฉพาะปลาแซลมอน ปลาเทราห์ ปลาทะเล ที่ถูกจับมาจากการประมงตามธรรมชาติ เป็นแหล่งอาหารที่ช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้ดีมากที่สุด
2.ไข่ อุดมไปด้วยโอเมก้า -3 ที่ดีต่อการลดน้ำหนัก
3.เนื้อสัตว์ เช่น เนื้อแกะ เนื้อหมู เนื้อไก่ หรือของสัตว์อื่นๆที่ทานหญ้าเป็นอาหาร
4.ผัก เช่น ผักโม บล็อกโคลี่ ดอกกระหล่ำ แครอท เป็นเมนูอาหารที่ได้รับความนิยม นำมาเป็นส่วนประกอบสำคัญของเมนูลดน้ำหนักมาอย่างช้านานเลยทีเดียว
5.ผลไม้ เช่น แอปเปิ้ล ส้ม ลูกแพรร์ บลูเบอร์รี่ สตรอเบอร์รี่ เป็นต้น
6.ถั่ว เช่น อัลมอนด์ วอลนัท เมล็ดทานตะวัน เป็นต้น
7.ไขมันนม เช่น ชีส เนย ครีม และโยเกิร์ต เป็นต้น
8.ไขมันและน้ำมัน เช่น น้ำมันมะพร้าว เนย น้ำมันหมู น้ำมันมะกอก น้ำมันตับปลา เป็นต้น

นอกจากส่วนประกอบของอาหารเมนูลดน้ำหนักที่ได้แนะนำไปแล้วในตอนต้น คุณสามารถที่จะทานช็อกโกแลต แบบอินทรีย์ ที่มีส่วนผสมของโกโก้มากกว่า 70% ขึ้นไป และไวน์ ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาลหรือคาร์โบไฮเดรตในปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งอาหารทั้งสองประเภทนี้ ถ้าหากทานในปริมาณที่พอเหมาะอาหารทั้งสองประเภทนี้จะช่วยส่งเสริมสุขภาพ และต่อต้านอนุมูลอิสระท ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาต่อความงามอีกด้วย
เห็นไหมล่ะว่า เมนูลดน้ำหนัก ที่ได้แนะนำไปนั้น มันง่ายแสนง่ายทีเดียว cherchom x-tra.

เพียวไวท์ คอลลาเจน ยุคสมัยนี้ใครอยากขาวใสเด้งก็พึ่งมีดหมอและการศัลยกรรม

เพียวไวท์ คอลลาเจน ยุคสมัยนี้ใครอยากขาวใสเด้งก็พึ่งมีดหมอและการศัลยกรรมได้อย่าง­­กับเนรมิต โดยเฉพาะการฉีดคอลลาเจนเพื่อบำรุงผิวพรรณก็มีทั้งหมอแท้หมอเถื่­­อนแทบทุกมุมถนน แต่รู้ไหมคะว่าหากอยากมีผิวดูเด็กไม่จำเป็นต้องทำชีวิตให้ยากแล­­ะเสี่ยงต่ออันตรายขนาดนั้น แค่กินอาหารให้ถูก เลือกอาหารที่มีคอลลาเจนแฝงอยู่ตามนี้ก็มีผิวโบ๊ะเต่งตึงเหมือน­­เกิดใหม่ในเวอร์ชั่นที่ไฉไลกว่าเดิม คอลลาเจนคืออะไร คอลลาเจน คือ โปรตีนเมตริกซ์นอกเซลล์ที่ไม่สามารถละลายน้ำได้ ทำหน้าที่คล้าย ๆ กาวที่คอยยึดเกาะเซลล์ผิวหนัง เอ็น และกล้ามเนื้อให้แน่นสนิทเต่งตึง และกว่า 80% ของเซลล์ผิวหนังในร่างกายก็มีเจ้าคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบ เพราะฉะนั้นหากขาดคอลลาเจนไปก็แน่นอนว่าผิวพรรณจะหย่อนยานเหี่ย­­วย่น ดังเช่นคนแก่ที่คอลลาเจนค่อย ๆ ลดลงไปตามวันและเวลา ประโยชน์ของคอลลาเจน หลัก ๆ แล้วคอลลาเจนเป็นโปรตีนใต้ผิวหนังที่คอยยึดเซลล์ผิวให้เต่งตึง แต่อย่างที่บอกว่ากาลเวลาสามารถพรากคอลลาเจนไปจากผิวของเราได้ ดังนั้นประโยชน์ของคอลลาเจนที่เด่นมาก ๆ คือ ช่วยเติมเต็มผิวคล้อยหย่อนยานให้กลับมาเรียบตึง อีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาผิวที่ถูกความร้อนหรือรังสียูวีเผาไหม้จ­­นกลายเป็นผิวเสีย นอกจากนี้ ดร.เรย์ ซาเฮเลียน ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและผลิตภัณฑ์คอลลาเจน ยังอวดสรรพคุณของคอลลาเจนในด้านช่วยรักษาโรคข้อและกระดูกเสื่อม­­ และโรคไขข้ออักเสบอีกด้วยนะคะ เพียวไวท์ คอลลาเจน.

เพียวไวท์ คอลลาเจน

เพียวไวท์ คอลลาเจน รู้จักคอลลาเจนและประโยชน์ของคอลลาเจนไปคร่าว ๆ แล้ว นับจากบรรทัดนี้ไปเตรียมสายตาให้ดี ๆ ค่ะ นี่แหละอาหารที่เขาว่ากันว่ามีคอลลาเจนบำรุงความเต่งตึงล่ะ ลุยเลย ! คอลลาเจนฝนฝน

ถั่วเหลือง pure white collagen

1. ถั่วเหลือง

ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองทุกชนิด รวมไปถึงชีสทุกประเภทมีเจนิสติน (genistein) สารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่า ไอโซฟลาโวน มีส่วนช่วยเร่งการผลิตคอลลาเจน ยกกระชับผิวพรรณให้เต่งตึง แถมช่วยบล็อกเอนไซม์ตัวร้ายที่จะทำร้ายผิวให้หย่อนคล้อยมีรอยตี­­นกา

2. ผักใบเขียว เพียวไวท์ คอลลาเจน

ผักใบเขียวทุกชนิด ยิ่งเขียวเข้มยิ่งดีอย่างพวกคะน้า ผักกาดหอม ผักสลัด ผักโขม กะหล่ำปลี ผักเคล และหน่อไม้ฝรั่ง ผักสีเขียวทั้งหมดนี้ขึ้นชื่อว่ากระตุ้นการผลิตคอลลาเจนได้อย่า­­งมีประสิทธิภาพ ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อว่า ลูติน (lutein)

โดยงานวิจัยเรื่องผิวพรรณจากฝรั่งเศสก็แนะนำว่า วัน ๆ หนึ่งควรให้ร่างกายได้รับลูตินประมาณ 10 กรัม (เท่ากับทานผักโขม 1.1 กิโลกรัม หรือผักเคล 0.5 กิโลกรัม) ซึ่งก็จะเพียงพอต่อการบำรุงผิวพรรณให้เรียบเนียนไร้ริ้วรอยแห่ง­­วัย

3. ถั่ว

เพียงแค่กินถั่ว เช่น ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ถั่วลันเตา วันละ 2 ช้อนโต๊ะเป็นประจำ ร่างกายก็จะได้รับกรดไฮยาลูโรนิก (hyaluronic acid) ซึ่งเป็นอาวุธชั้นดีของกระบวนการชะลอริ้วรอยแห่งวัย แถมกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนมาบำรุงดูแลผิวมากขึ้น

ผักผลไม้สีแดง
4. ผัก-ผลไม้สีแดง

ผักและผลไม้สีแดงมีไลโคปีนสูง สรรพคุณเด่น ๆ ของเขาคือช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดีสุด ๆ อีกทั้งไลโคปีนยังทำหน้าที่คล้ายสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอริ้วรอยแห่งวัยและเติมเต็มความแข็งแรงของเซลล์ผิว โดยผักและผลไม้สีแดงก็ได้แก่ มะเขือเทศ พริกหยวกแดง บีท แครอท สวีทโปเตโต้ เป็นต้น

นอกจากนี้ ดร.โรนัลโด วัตต์สัน ผู้ทำการวิจัยจากมหาวิทยาลัยแอริโซนา ยังเผยว่าสารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในผักและผลไม้สีแดงและเหลืองทุกชนิด มีความสามารถในการปกป้องผิวจากรังสียูวีได้ดีพอสมควร นับเป็นสรรพคุณช่วยชะลอความชราของผิวทางอ้อมอย่างหนึ่งเหมือนกั­­นนะคะ

5. วิตามินซี

ไม่ว่าจะเป็นส้ม มะนาว ฝรั่ง หรือสตรอว์เบอร์รีก็ล้วนอุดมไปด้วยวิตามินซี คุณประโยชน์ดี ๆ ที่ช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน อีกทั้งยังเสริมความแข็งแรงของเซลล์ผิวได้อีกด้วย
ลูกพรุน

6. ลูกพรุน

ตัวการสุดจี๊ดที่คอยจ้องทำลายความเต่งตึงของผิวเรามีชื่อว่า อนุมูลอิสระ ซึ่งสิ่งที่จะต่อกรกับอนุมูลอิสระได้ก็คือสารต้านอนุมูลอิสระนั­­่นเอง โดยลูกพรุนก็นับเป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิระสูงมาก รองลงมาก็บลูเบอร์รี ฉะนั้นกินทั้งสองอย่างนี้อย่างน้อย 5-6 ลูกทุกวัน รับรองผิวพรรณใสเด้ง

7. กรดไขมันโอเมก้า

ต้องยกให้โอเมก้าเป็นแหล่งสร้างคอลลาเจนจากธรรมชาติตัวเด็ดอีกต­­ัวหนึ่ง ซึ่งช่วยเติมเต็มร่องลึกของเซลล์ผิวที่ถูกปัจจัยอื่น ๆ ทำลาย โดยเราจะรับกรดไขมันโอเมก้าได้จากเมล็ดแฟลกซ์ซีด แซลมอน ปลาทูน่า อะโวคาโด เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และอัลมอนด์ เป็นต้น
8. แตงกวา มะกอกเขียว และมะกอกดำ

ผักและผลไม้ทั้ง 3 ชนิดนี้อุดมไปด้วยซัลเฟอร์ ส่วนสำคัญในการเสริมสร้างคอลลาเจน นอกจากนี้ยังมีวิตามินเอสูง รักษาระดับคอลลาเจนในผิวให้สูงขึ้นอีกทาง โดยหากกินแครอท และแคนตาลูปเพิ่มด้วยก็จะช่วยให้ร่างกายเสริมสร้างคอลลาเจนได้อ­­ย่างเต็มที่

ดาร์กช็อกโกแลต

9. ดาร์กช็อกโกแลต

ผลงานวิจัยจากเยอรมนียืนยันแล้วว่า ดาร์กช็อกโกแลตไม่มีทางส่งผลร้ายต่อผิว ทั้งยังช่วยบำรุงดูแลผิวได้อย่างที่หลายคนคาดไม่ถึง ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่อัดแน่นอยู่ในดาร์กช็อกโกแลตซึ่งเพียงพอต่อการเสริมสร้างคอลลาเจน และชะลอริ้วรอยแห่งวัยได้ชะงัด

ชาขาว

10. ชาขาว

จากผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยคิงส์ตัน พบว่า ชาขาวไม่เพียงแต่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ หากยังเป็นแหล่งของโปรตีนชนิดเดียวกับโปรตีนที่ค้นพบในเซลล์ผิว­­ โดยเฉพาะคอลลาเจน ซึ่งก็ทำหน้าที่ต้านเอนไซม์ที่คอยทำลายผิวพรรณให้หย่อนคล้อยได้­­นั่นเอง

กระเทียม
11. กระเทียม

กระเทียมก็เป็นสมุนไพรอีกชนิดที่อุดมไปด้วยซัลเฟอร์ อีกทั้งยังมีกรดไลโปอิก (lipoic acid) และกรดอะมิโนทอรีน (Taurine) ตัวช่วยเสริมสร้างเส้นใยคอลลาเจนที่ถูกทำลาย

หอยนางรม
12. หอยนางรม

อาหารที่กินเป็นกับแกล้มก็อร่อย หรือจะกินเล่นเปล่า ๆ เพียวไวท์ คอลลาเจน ก็ดีอย่างหอยนางรมไม่ได้เป็นแค่ยาโด๊ปเท่านั้นหรอกนะ ทว่าหอยนางรมยังอุดมไปด้วยธาตุสังกะสี และกรดอะมิโนที่สำคัญต่อกระบวนการสร้างคอลลาเจน พ่วงด้วยธาตุเหล็กและวิตามิน B2 ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกมากมาย
13. ไข่ขาว

ไข่ขาวเป็นแหล่งกรดอะมิโนโปรลีน ซึ่งเป็นโปรตีนที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของเส้นใยคอลลาเจน ดังนั้นการที่เราเสริมโปรตีนตัวนี้เข้าไปก็เท่ากับเสริมความแข็­­งแรงของแขน-ขาคอลลาเจนให้แข็งแกร่ง ยากที่จะมีอะไรมาทำลายได้นั่นเอง
14. เมล็ดข้าวสาลี

เมล็ดข้าวสาลีก็มีกรดอะมิโนโปรลีนสูงเช่นกัน ยืนยันด้วยผลการศึกษาจาก Nutritional Sciences มาแล้วด้วยนะคะว่าแค่กินเมล็ดข้าวสาลีเป็นประจำก็จะช่วยยืดอายุ­­คอลลาเจนในร่างกายให้ยาวนานกว่าเดิมได้

สาหร่ายทะเลทุกชนิด

15. สาหร่ายทะเลทุกชนิด

ส่วนประกอบสำคัญในการสร้างเส้นใยคอลลาเจนอย่างไฮยาลูโรนิกเป็นเ­­หตุผลสำคัญที่ทำให้สาหร่ายทะเลทุกชนิดขึ้นชื่อว่าเป็นพืชที่มี­ค­อลลาเจนผสมอยู่ ดังนั้นอยากมีผิวผุดผ่องเต่งตึงต้องอย่าพลาดสาหร่ายทะเลเชียวล่­­ะ

16. เห็ดทุกชนิด

ในเห็ดแทบทุกชนิดอุดมไปด้วยโปรตีน และสารต้านอนุมูลอิสระจึงสามารถช่วยในกระบวนการเสริมสร้างคอลลา­­เจนให้ผิวได้ง่าย ๆ อีกทั้งสารต้านอนุมูลอิสระยังช่วยลดเลือนริ้วรอยก่อนวัยได้อีกต­­่างหาก

มะพร้าว

17. มะพร้าว

ในน้ำมะพร้าวมีฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ที่จะทำให้ผิวกระชับ ยืดหยุ่น ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย นอกจากนี้ น้ำมะพร้าวยังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ขับของเสียหรือสารพิษออกจากร่างกาย คล้ายกับการทำดีท็อกซ์ จึงช่วยทำให้ผิวพรรณผ่องใส
18. กระดูกอ่อน

ทั้งกระดูกอ่อนหมูและกระดูกอ่อนของไก่ล้วนแล้วแต่มีคอลลาเจนปะป­­นอยู่กับโปรตีนด้วยกันทั้งนั้น โดยเราจะสามารถสังเกตเห็นคอลลาเจนเป็นตัวเป็นตนได้จากน้ำต้มกระ­­ดูกอ่อนที่ทิ้งไว้ให้เย็น และส่วนที่เป็นวุ้นลอยอยู่เหนือน้ำต้มกระดูกก็คือคอลลาเจนนั่นเองค่ะ

ทั้งนี้เราควรกินวิตามิน C ไปพร้อม ๆ กับอาหารที่มีคอลลาเจนด้วยทุกครั้ง เพราะวิตามินซีจะช่วยให้การดูดซึมคอลลาเจนเข้าสู่ร่างกายเป็นไป­­อย่างง่ายดายและเต็มประสิทธิภาพมากขึ้นนะคะ เพียวไวท์ คอลลาเจน.

merci bulgarian yogurt ปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำส่วนใหญ่มักเกิดจากแสงแดดและมลภาวะภายนอก

merci bulgarian yogurt ปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำส่วนใหญ่มักเกิดจากแสงแดดและมลภาวะภายนอก เช่น ควัน ฝุ่นละออง ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และแมลง สำหรับสาวๆที่กำลังมองหาวิธี บำรุงผิวให้กลับมาขาวสวยกระจ่างใส เปล่งประกาย อย่างเป็นธรรมชาติ เบ็ดเตล็ดไอเดียมีเคล็ดลับผิวสวยแบบง่ายๆที่คุณควรลองทำดูสักครั้ง ดังต่อไปนี้ค่ะ 1. โยเกิร์ต หาเวลาว่างพอกหน้าด้วยโยเกิร์ตวันละ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น จะช่วยชำระล้างเอาสิ่งสกปรก มลพิษออกจากรูขุมขนของผิวเรา ลดความมัน กระชับรูขุมขน ช่วยทำให้ผิวหน้าสดชื่น นุ่มนวล อ่อนเยาว์ หน้าใสเป็นธรรมชาติ ทำเช่นนี้วันละครั้ง ภายใน 4 สัปดาห์ แล้วคุณจะเห็นได้ถึงความแตกต่าง 2. ส้ม การพอกหน้าด้วยส้มจะช่วยให้ผิวหน้าขาวใสสุขภาพดี ไร้ริ้วรอยเหี่ยวย่น ผิวหน้าเรียบเนียน ชุ่มชื้นและช่วยให้ผิวหน้าดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ วิธีทำ เพียงแค่นำส้ม มาคั้นให้เหลือแต่น้ำ ต่อมานำสำลีชุบน้ำส้มแล้วเช็ดให้ทั่วใบหน้า จากนั้นทิ้งไว้จนแห้ง แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น แนะนำว่าควรทำวันละ 2 ครั้งค่ะ merci bulgarian yogurt.

merci bulgarian yogurt

merci bulgarian yogurt 3. แป้งกรัม (Gram Flour) หรือ แป้งเบซัน (Besan) และแป้งถั่วลูกไก่ (Chickpea Flour) แป้งสำหรับทำขนมของชาวอินเดีย ปากีสถาน เนปาล และบังคลาเทศ มีสารอาหารต่างๆที่จะช่วยให้ผิวสวยและมีสุขภาพดีมาก ช่วยขจัดไขมันส่วนเกินบนใบหน้า ช่วยรักษาความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ แถมยังช่วยให้ผิวหน้าดูขาวกระจ่างใสขึ้นอีกด้วย เมอร์ซี่ บัลแกเรียน โยเกิร์ต

วิธีทำก็ง่ายๆ เพียงแค่นำเอาแป้งกรัม 1/2 ช้อนชา, ขมิ้นผง 1/4 ช้อนชา และนมสด 2 ช้อนชา คนผสมให้เข้ากัน ถ้ายังข้นไปก็เพิ่มนมสดลงไปอีก จากนั้นนำมามาส์กใบหน้าและลำคอทิ้งไว้จนแห้งแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด สามารถทำได้สัปดาห์ละ 2 ครั้งค่ะ

4. น้ำผึ้ง อีกหนึ่งสูตรผิวสวยที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพียงแค่พอกหน้าด้วยน้ำผึ้งประมาณ วันละ 15 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำอุ่น ผิวของคุณก็จะกลับมาสดใสเปล่งปลั่ง เนื่องจากน้ำผึ้งนั้นช่วยในเรื่องของความกระจ่างใสของใบหน้า คืนความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า นอกจากนี้แล้วน้ำผึ้งยังมีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรียที่สามารถยับยั้งการเกิดสิว ลดจุดด่างดำ และรอยแผลจากสิวให้จางลงอีกด้วย merci bulgarian yogurt

5. มะนาว อีกหนึ่งเคล็ดลับความขาวใสของใบหน้าที่ควรบอกต่อ เนื่องจากในน้ำมะนาวนั้นอุดมไปด้วยวิตามินซีที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการผลัดเซลล์ใหม่ นอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอความแก่ ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ขาวใส ไร้สิว ซึ่งวิธีใช้ก็ง่ายมากๆ เพียงแค่ใช้สำลีจุ่มน้ำมะนาว แล้วนำมาเช็ดถูบนใบหน้าเบาๆ จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แนะนำให้ทำวันละครั้งค่ะ

6. เจลว่านหางจระเข้ อีกหนึ่งวิธีลดรอยด่างดำบนใบหน้า ช่วยต้านริ้วรอยก่อนวัย ใบหน้าเด้งกระชับ และดูสุขภาพดี ซึ่งวิธีทำก็ง่ายมากๆ เพียงแค่นำใบว่านหางจระเข้มาปอกเปลือกออก จากนั้นนพเอาวุ้นใสๆด้านในมาล้างน้ำให้หมดเมือก แล้วน้ำมาบดให้ละเอียด จากนั้นทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด แนะนำให้ทำวันละ 2 ครั้ง ภายใน 2 สัปดาห์คุณจะเห็นถึงความแตกต่างที่ชัดเจน

7. มะละกอ การพอกหน้าด้วยมะละกออย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ผิวหน้าขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ เนื่องจากในเนื้อมะละกอนั้นอุดมไปด้วยเบต้าแคโรที และเอนไซม์ที่มีประสิทธิภาพ จึงช่วยให้ผิวหน้าของคุณกลับมามุสุขภาพดีอีกครั้ง

8. ขมิ้นชัน การบำรุงผิวพรรณด้วยขมิ้นชันนั้นมีมานานแล้ว เนื่องจากในขมิ้นชันนั้นอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด และยังมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อและมีสารต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยให้ผิวพรรณดูมีสุชภาพดี ขาว กระจ่างใส ซึ่งวิธีใช้ก็ง่ายมากๆ เพียงแค่นำเอาขมิ้นชัน 1- 2 หัว มาปั่นรวมกับดินสอพอง 2-3 เม็ด แล้วผสมกับมะนาว 1 ลูก ปั่นจนเข้ากัน แล้วนำมาพอกหน้าหรือผิวทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด

9. แตงกวา อีกหนึ่งสูตรหน้าหน้าขาวใสที่ได้รับความนิยมไม่แพ้สูตรอื่นๆ เนื่องจากในแตงกวานั้นอุดมไปด้วย วิตามินซี แคลเซียม ซิลิก้า และโปแทสเซียม จึงช่วยให้ผิวกระจ่างใส ชุ่มชื่น ลดเลือนริ้วรอยก่อนวัยเป็นอย่างดี วิธีทำ เพียงแค่นำแตงกวา 1 ผล มาล้างให้สะอาด ปอกเปลือกและหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นนำไปปั่นให้เข้ากันกับน้ำมะนาว 1 ลูก นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด

10. ข้าวโอ๊ต เนื่องจากในข้าวโอ๊ตนั้นมีวิตามินอีจำนวนมาก ซึ่งเป็นสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อผิวเพียงแค่นำข้าวโอ๊ตประมาณ 3/4 ถ้วยตวงมาปั่นรวมกับน้ำเปล่าประมาณ 3-4 นาที แล้วนำน้ำผึ้งกับโยเกิร์ตอย่างละ 2 ช้อนโต๊ะ และไข่ขาวใส่ตามลงไป จากนั้นผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันอีกครั้ง แล้วนำมาพอกหน้าบางๆ ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น และน้ำเย็น เพียงเท่านี้ผิวพรรณของคุณก็จะกลับมาเปล่งปลั่งและเนียนนุ่มอีกครั้ง

สำหรับคุณสาวๆ แล้ว ใบหน้าที่ขาวเนียนเป็นการช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง ในเวลาที่ต้องออกไปนอกบ้านหรือเข้าสังคม ในทางตรงกันข้าม ถ้าหากใบหน้าเต็มไปด้วยสิว ริ้วรอย และความหมองคล้ำ ความมั่นใจในตัวเองของคุณสาวๆ ก็จะพลอยหายวับไปพร้อมกับจำนวนปัญหาริ้วรอยเหล่านั้น

ถ้าหากคุณสาวๆ ปล่อยตัวเลยตามเลยไม่สนใจที่จะดูแลรักษาผิวหน้าของตัวเองให้ถูกวิธีแล้วล่ะก็ เพียงในเวลาไม่นานนัก คุณสาวๆ ก็เตรียมตัวโบกมือลาใบหน้าที่เคยขาวใสไปได้เลย สำหรับในวันนี้ คุณสาวๆ ที่ไม่อยากให้หน้าขาวเนียนกลายเป็นอดีต ขอแนะนำให้ควรปฏิบัติตัวตาม “กฎเหล็กการเตรีมผิวหน้าให้ขาว” เป็นประจำทุกวัน ดังต่อไปนี้

ขั้นตอนการบำรุงผิวหน้าที่ควรปฏิบัติเป็นประจำทุกวัน

1. ควรล้างหน้าเป็นประจำทุกวันในตอนเช้าและตอนเย็น ซึ่งเป็นการช่วยกระตุ้นให้เซลล์ผิวเกิดการตื่นตัว ทำให้ผิวเกิดความสดชื่นเปล่งปลั่ง

2. ควรควบคุมการรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ ในแต่ละมื้อควรรับประทานอาหารให้ได้โภชนาการที่ครบถ้วน หรืออย่างน้อยในแต่ละมื้อก็ควรที่จะมีผักหรือผลไม้อยู่เป็นจำนวนครึ่งหนึ่งของอาหารที่ได้รับ ซึ่งผักผลไม้จะมีประโยชน์ในการช่วยทำให้ผิวขาวดูเปล่งปลั่งมากยิ่งขึ้น

3. ควรออกกำลังกายเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ หรือการทำกิจกรรมต่างๆที่จะช่วยทำให้ร่างกายได้มีโอกาสในการขยับยืดเส้นยืดสายเผาผลาญอาหารที่ได้รับ ซึ่งยังเป็นการกระตุ้นการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิตและกล้ามเนื้อ อย่างน้อยวันละ 15-30 นาที เช่น การเดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์ เป็นต้น

4. ควรพักผ่อนให้เพียงพอ และอย่านอนดึก ทั้งสองสิ่งนี้เป็นศัตรูตัวร้ายที่จะทำให้ผิวเกิดริ้วรอยและรอบหมองคล้ำขึ้นบนผิวหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งรอยดำที่เกิดขึ้นบริเวณใต้ตา หรือที่คุณสาวๆเรียกกันติดปากว่า “หมีแพนด้า” นั่นเอง

5. ควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว แต่ควรดื่มโดยใช้วิธีการจิบทีละเล็กน้อยบ่อยๆในระหว่างวัน เพราะหากดื่มน้ำรวดเดียวในปริมาณมากๆจะทำให้ร่างกายเกิดการขับน้ำออกไปมากเช่นกัน ซึ่งส่งผลให้ร่างกายต้องการน้ำเพิ่มเติมในส่วนที่สูญเสียไป จนอาจทำให้เกิดภาวะขาดสมดุลของน้ำในร่างกายขึ้น

6. ควรพยายามหลีกเลี่ยงจากแสงแดด เพราะรังสียูวีเป็นศัตรูตัวร้ายที่จะทำให้ผิวหน้าหมองคล้ำแห้งเสียได้มากเป็นอันดับ 1 ของมลภาวะที่ต้องพบในชีวิตประจำวัน ดังนั้นควรที่จะหมั่นทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวันถึงแม้ว่าแสงแดดจะไม่แรงมากก็ตาม

7. ควรกำจัดและควบคุมความเครียด ความเครียดจะส่งผลทำให้ใบหน้าเกิดริ้วรอยและความหมองคล้ำได้มากอย่างที่คาดไม่ถึงเลยทีเดียว หลายๆคนอาจจะมองว่าความเครียดเป็นสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้

แต่ในความเป็นจริงแล้วเราสามารถควบคุมมันได้ โดยการเบี่ยงเบนความสนใจของตัวเองไปยังกิจกรรมอื่นๆ เช่น การอ่านหนังสือ การดูหนัง การหางานอดิเรกทำ เป็นต้น การหาอะไรทำไม่ปล่อยให้ตัวเองฟุ้งซ่าน จมอยู่กับความเครียด เป็นการช่วยผ่อนคลายความเครียดด้วยตัวเองได้อย่างง่ายๆ

พฤติกรรมทำลายผิวหน้าที่ห้ามทำโดยเด็ดขาด

1. ห้ามสูบบุหรี่โดยเด็ดขาด merci bulgarian yogurt เพราะการสูบบุหรี่จะเป็นการทำร้ายผิวหน้า  และเพิ่มริ้วรอยเหี่ยวย่นให้มากยิ่งขึ้น

2. อย่าเข้านอนโดยไม่ล้างเครื่องสำอางออกจากใบหน้าโดยเด็ดขาด ควรทำความสะอาดผิวโดยการใช้คลีนเซอร์ให้สะอาด หรือชำระล้างเอาน้ำมันส่วนเกินของผิวออกจากใบหน้าทุกครั้งก่อนนอน เพื่อไม่ให้เกิดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียบนผิวหน้า เพราะนอกจากจะทำให้สุขภาพของผิวหน้าไม่ดีแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้บรรดาเหล่าสิวยกพวกกันมาบุกใบหน้าอีกด้วย

3. อย่าเสี่ยงกับการแกะสิว ซึ่งอาจจะเป็นการทำให้เกิดการติดเชื้อแพร่กระจายออกไปในวงกว้างมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเสี่ยงต่อการทำให้เกิดริ้วรอยหมองคล้ำ และหลุมสิวขึ้นบนใบหน้าอีกด้วย

ถ้าหากคุณสาวๆ สามารถปฏิบัติตัวตามกฎเหล็กดังที่ได้กล่าวมาโดยเคร่งครัดแล้ว เพียงแค่ในระยะเวลาไม่เกิน 4 สัปดาห์ คุณสาวๆก็จะสามารถที่จะสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของผิวหน้า จากที่เคยเต็มไปด้วยริ้วรอย แห้งกร้าน หรือรอยหมองคล้ำ กลายเป็นใบหน้าที่มีความขาวเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

เคล็ดลับ การเสริมใบหน้าให้ขาวเนียนขึ้นจากภายใน
นอกกฎเหล็กในการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์เหล่านี้ควบคู่ไปกับการดูแลป้องกันผิวหน้าภายนอกอย่างเหมาะสมในแต่ละวัน ซึ่งจะทำให้ผิวของคุณสามารถขาวเนียนสวยขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติได้แล้ว สำหรับคนที่ต้องการจะมีใบหน้าที่ขาวเนียนมากขึ้น ก็สามารถที่จะเสริมได้ด้วยการทานอาหารที่มีประโยชน์ หรืออาหารเสริมที่มีแร่ธาตุที่ช่วยในการบำรุงผิวได้อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งหนึ่งในสุดยอดสารอาหารเหล่านี้ หนึ่งในนั้นที่เป็นที่รู้จัก และได้รับการยอมรับจากทั่วโลกในเรื่องของประสิทธิภาพก็ได้แก่ “วิตามินซี” นั่นเอง โดยคุณสาวๆสามารถที่จะได้รับวิตามินซีอย่างง่ายๆ จากผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว แต่อย่างไรก็ตาม วิตามินซีที่ได้ผ่านทางอาหารนั้น ร่างกายก็สามารถดูดซึมได้น้อย ดังนั้นใครที่ต้องการได้รับสรรพคุณแบบเต็มๆของวิตามินซี ก็อาจจำเป็นที่จะต้องทานวิตามินซีในรูปแบบอาหารเสริม ด้วยนั่นเอง merci bulgarian yogurt.

โอเมทิซ คอลลาเจน คอลลาเจนผิวขาว สำคัญต่อผิวจริงๆหรือ?

โอเมทิซ คอลลาเจน คอลลาเจนผิวขาว สำคัญต่อผิวจริงๆหรือ? คอลลาเจน เป็นส่วนประกอบของโปรตีนตามธรรมชาติขอวผิว ที่ทำหน้าที่เสมือนกับเป็นโครงสร้างของเซลล์เนื้อเยื่อตามอวัยวะต่างๆ ประมาณ 1 ใน 3 ของปริมาณโปรตีนทั้งหมดในร่างกาย ล้วนถูกสร้างขึ้นมาจากคอลลาเจนที่พบมากในกระดูก กล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อของอวัยวะต่างๆ ซึ่งคอลลาเจนและอีลาสตินให้โครงสร้างของผิวมีความแข็งแรงยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น โดยปกติ ร่างกายจะทำการผลิต คอลลาเจนผิวขาว ขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่กระบวนการผิลตนี้จะค่อยๆลดน้อยลงเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ผู้หญิงจะมีอัตราการผลิตคอลลาเจนที่น้อยกว่าผู้ชาย และอัตราการผลิตจะค่อยๆลดน้อยลงเรื่อยๆ ประมาณ 1 % ต่อปี ซึ่งนั่นหมายความว่า ผู้หญิงคนหนึ่งจะสูญเสียการผลิตคอลลาเจนตามธรรมชาติไปมากเกือบครึ่งหนึ่งของคอลลาเจนที่ผิวหนังเมื่ออายุ 50 ปี ความเครียด แสงแดด มลภาวะ และโภชนาการที่ไม่ดี ยังเป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อคอลลาเจน ทำให้เกิดความไม่ยกกระชับ และริ้วรอยขึ้นบนผิว นอกจากนี้หากระดับคอลลาเจนไม่เหมาะสมเพียงพอ ยังส่งผลต่อกระดูก รูปหน้า และริ้วรอยอยู่เป็นจำนวนมาก โอเมทิซ คอลลาเจน.

โอเมทิซ คอลลาเจน

โอเมทิซ คอลลาเจน คอลลาเจนผิวขาว ช่วยทำให้ผิวขาว เนียน สดใส ได้อย่างไร? omatiz collagen
ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์อาหารเสริม คอลลาเจนผิวขาว ออกมาวางจำหน่ายให้ผู้บริโภคได้ทำการเลือกสรรอยู่เป็นจำนวน ซึ่งเมื่อทำการเติมเต็ม คอลลาเจนผิวขาว อย่างเหมาะสมกับความต้องการของผิวพรรณ คอลลาเจนผิวขาวก็จะมีประสิทธิภาพในการช่วยดูแล และฟื้นฟูผิวที่น่าสนใจ ดังต่อไปนี้

1.คอลลาเจน ช่วยลดรอยเหี่ยวย่น
2.คอลลาเจน ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ และช่วยให้ผิวกลับมาดูเยาว์วัยมากยิ่ง
3.คอลลาเจน ช่วยทำให้ผิวมีสุขภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น
4.คอลลาเจน ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว โอเมทิซ คอลลาเจน

ด้วยคุณสมบัติดังที่ได้กล่าวไปแล้ว หลายคนคงจะเริ่มมองเห็นภาพแล้วว่า คอลลาเจน สามารถช่วยทำให้ผิวของคุณขาวเนียนขึ้นได้ ด้วยการช่วยบำรุงผิวพรรณ ให้มีสุขภาพที่ดีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เมื่อผิวสุขภาพดี ก็จะเป็นการช่วยเผยผิวใหม่ที่ขาวเนียนสดใส เปล่งปลั่ง นั่นเอง

สำหรับคนที่อยากมีผิวพรรณที่ขาวเนียน สดใส เปล่งประกาย เต่งตึง ไร้ริ้วรอย แล้วล่ะก็ ชื่อของ “คอลลาเจน” คงเป็นสิ่งที่คุ้นหูกันเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ซึ่งเจ้าคอลลาเจลดังกล่าว ถือว่าเป็นหนึ่งในเคล็ดลับที่สำคัญเป็นอย่างมากในการบำรุงผิวพรรณ และเป็น วิธีผิวขาวใส ที่ได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิภาพจากทั่วโลก ส่วนเจ้าคอลาเจนจะเป็นวิธีผิวขาวใสที่น่าสนใจอย่างไร และสามารถหาทานผ่านอาหารเพื่อให้เข้าสู่ร่างกายให้บำรุงชั้นผิวจากเมนูไหนได้บ้างนั้น สามารถติดตามอ่านได้จากบทความชิ้นนี้กันเลย
คอลลาเจน คือ อะไร?
คอลลาเจน (Collagen) เป็นโปรตีนที่อยู่ใต้ชั้นหนังแท้ มีปริมาณมากถึง 1 ใน 3 ของโปรตีนในร่างกาย ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า คอลลาเจนนั้น มีคุณสมบัติในการช่วยให้ผิวหนังมีการสปริงตัว เกิดความกระชับเต่งตึงให้กับผิวหนัง ถ้าหากร่างกายมีการผลิตคอลลาเจนที่สมบูรณ์ ก็จะเป็นการช่วยทำให้ใบหน้าและผิวทั่วทั้งร่างกายของคุณสาวๆห่างไกลจากริ้วรอย รอยตีนกา รวมไปถึงรอยเหี่ยวย่นได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้คอลลาเจนยังมีคุณสมบัติที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ การช่วยทำให้ผิวขาวใสมากขึ้น โดยการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ทำให้ผิวดูกระจ่างใส แลดูอ่อนเยาว์ มีสุขภาพดีมากยิ่งขึ้น จึงไม่น่าแปลกใจนักที่คอลลาเจนจะถูกยกย่องให้เป็น “โปรตีนแห่งความงาม” และเป็น วิธีผิวขาวใส ที่น่าสนใจอย่างมากในปัจจุบัน

อาหารอะไรบ้าง ที่อุดมไปด้วยคอลลาเจน?
สำหรับอาหารที่อุดมไปด้วยคอลลาเจน และเป็นเมนู วิธีผิวขาวใส ที่น่าสนใจ จนอยากที่จะแนะนำให้ลองทานเพื่อเสริมปริมาณของคอลลาเจนในร่างกายให้มากยิ่งขึ้น โอเมทิซ คอลลาเจน ซึ่งจะเป็นการช่วยบำรุงผิวพรรณได้เป็นอย่างดีนั้น มีดังต่อไปนี้

1.เนื้อปลาทะเล เช่น ปลาแซลมอน ปลาทู ปลาหมึก ปลากระเบน เป็นต้น แหล่งที่อุดมไปด้วยคอลลาเจนโดยส่วนใหญ่มักจะอยู่ในส่วนเนื้อเยื่อ ตา และหนังของปลาทะเลน้ำลึก ซึ่งจะประกอบโดยกรดโอเมก้า ที่มีคุณสมบัติเป็นอาหารชั้นเลิศของผิว นอกจากนี้คอลลาเจนที่สกัดจากปลาทะเลจะมีโมเลกุลที่คล้ายกับโครงสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนังของมนุษย์

2.สาหร่ายทะเล หรือสาหร่ายน้ำจืด ล้วนแล้วแต่มีส่วนประกอบของคอลลาเจน และสารต่อต้านอนุมูลอิสระ

3.น้ำมะพร้าว ในน้ำมะพร้าวจะมีส่วนประกอบของสารเอสโตรเจน ซึ่งจะช่วยในการสร้างคอลลาเจน และอิลาสตินอยู่เป็นจำนวนมาก
4. เนื้อไก่ เนื้อหมู โดยคอลลาเจนจะอุดมอยู่ในส่วนโปรตีนของเนื้อ

5.ไข่ขาว มีส่วนประกอบของสารโพรลีนและสารไลซีน ที่สามารถปรับเปลี่ยนไปเป็นคอลลาเจนได้

6.เห็ดทุกชนิด เช่น เห็ดเข็มทอง เห็ดหูหนู เป็นต้น ล้วนแต่มีส่วนประกอบของคอลลาเจน

7.ผักใบเขียวเข้ม มักที่จะมีวิตามินซีจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีสารซัลเฟอร์ที่ช่วยในการสร้างคอลลาเจน และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการนำโปรตีนมาบำรุงร่างกาย พร้อมกับช่วยเสริมสร้างเซลล์ผิวหนังให้แข็งแรงอีกด้วย ผักใบเขียวเข้มที่มีปริมาณคอลลาเจนเป็นจำนวนมาก อาทิเช่น แตงกวา ขึ้นฉ่าย หน่อไม้ฝรั่ง ผักกาดหอม คะน้า เป็นต้น

อาหารเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นแหล่งคอลลาเจนชั้นเยี่ยม ขอเพียงแค่ทำการรับประทานเป็นประจำทุกวัน อย่างหลากหลาย สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปมาอย่างเหมาะสม เพียงเท่านี้ วิธีผิวขาวใส และผิวพรรณที่มีสุขภาพที่ดีอย่างยาวนานนั้น ก็จะไม่ใช่สิ่งที่ไกลเกินเอื่มอีกต่อไปอย่างแน่นอน โอเมทิซ คอลลาเจน.

l carnitine apple plus เคล็ดลับการลดน้ำหนัก ทำงานบ้านช่วยได้เยอะ

l carnitine apple plus เคล็ดลับการลดน้ำหนัก ทำงานบ้านช่วยได้เยอะ ไม่ว่าจะเป็นการกวาดบ้าน, ถูบ้าน, ซักผ้า, ขัดห้องน้ำ, ล้างรถ, เล่นกับสัตว์เลี้ยง, เล่นกับลูก, พาสัตว์เลี้ยงไปเดินเล่น, ทำสวนเอง, ดูทีวีไปออกกำลังกายไปด้วยการยกเวททั้งสองข้าง ฯลฯ หรือจะออกกำลังกายด้วยการใช้แรงคนแทนเครื่องจักรก็ได้ เช่น ใช้กรรไกรตัดหญ้าแทนเครื่องตัดหญ้า ล้างรถเองแทนไปเข้าร้าน เดินไปกดเปลี่ยนโทรทัศน์เองแทนการใช้รีโมต ซักผ้าบางชนิดด้วยตัวเองแทนการใช้เครื่องซักผ้า เป็นต้น ซึ่งเหล่านี้จะสามารถช่วยทำให้ร่างกายของเราเผาผลาญพลังงานไปได้มากเลยทีเดียว เพราะกิจกรรมเหล่านี้จะช่วยทำให้ร่างกายของเราได้ใช้พลังงานที่เก็บสะสมเอาไว้และช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินของเราได้เป็นอย่างดี ออกกำลังกายแบบง่าย ๆ เช่น การเต้นแอโรบิก เพื่อช่วยเผาผลาญพลังงานและช่วยกระชับร่างกายทุกสัดส่วน, การวิ่ง โดยวิ่งอย่างเป็นจังหวะและสม่ำเสมอ พร้อมกับแกว่งแขนตามจังหวะการก้าวของเท้า ซึ่งจะช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง กล้ามเนื้อตึงกระชับ และมีน้ำหนักตัวลดลง, การว่ายน้ำ อีกหนึ่งการออกกำลังที่มีประสิทธิภาพอย่างหนึ่งที่ช่วยกระชับสัดส่วนได้อย่างดี, การเต้นให้สุดเหวี่ยง เต้นมันให้หลุดโลกไปเลย วิธีนี้นอกจากจะสนุกแล้ว ยังทำให้เราได้เหงื่อ ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้น อีกทั้งยังเป็นวิธีผ่อนคลายความเครียดของเราไปได้อีกทางด้วย, การกระโดดเชือกลดความอ้วน ที่สามารถช่วยบริหารร่างกายและลดไขมันส่วนเกินได้แทบจะทุกสัดส่วนของร่างกายไม่ว่าจะเป็นต้นขา สะโพก และเอว, การเดินลดต้นขา หากเราเป็นคนหนึ่งที่มีต้นขาใหญ่ การเดินอย่างสม่ำเสมอและเป็นจังหวะวันละ 40 นาที จะช่วยทำให้ต้นขาของเราเล็กและเพรียวลง เป็นต้น l carnitine apple plus.

l carnitine apple plus
l carnitine apple plus เลือกเสื้อผ้าในการออกกำลังกาย ชุดออกกำลังกายควรจะเป็นเสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้าโปร่งสบาย มีการระบายความร้อนได้ดี เพราะนอกจากจะทำให้เรารู้สึกสบายแล้ว ยังทำให้เราคล่องตัวและออกกำลังกายได้นานมากขึ้นอีกด้วย แอล คาร์นิทีน แอปเปิ้ล พลัส
การรักษาน้ำหนัก เมื่อเราลดน้ำหนักจนเป็นที่พอใจแล้ว ก็อย่าเพิ่งชะล่าใจเป็นอันขาด เพราะหากเราเผลอไปกินตามใจปากอีกครั้งก็จะทำให้น้ำหนักของเราเพิ่มขึ้นได้ ดังนั้น เราจึงมีกฎอยู่ 2 ข้อในการรักษาน้ำหนักของเราไม่ให้เพิ่มขึ้นและคงที่ คือ ไม่กินอาหารที่มีแคลอรีและไขมันอิ่มตัวสูงมาก คือไม่กินตามใจปากนั่นเอง และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ l carnitine apple plus

เคล็ดลับ วิธีลดความอ้วนแบบธรรมชาติ 7 วัน แบบทำได้จริง
หากคุณสามารถที่จะรวบรวม และเข้าใจถึงเมนูอาหารลดน้ำหนักที่เหมาะสมในการลดน้ําหนักด้วยตัวเอง ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ตามวิธีลดความอ้วน 7 วัน ที่กำลังจะขอแนะนำต่อไปนี้ ด้วยวิธีง่ายๆเหล่านี้ ก็จะช่วยให้คุณสามารถบรรลุเป้าหมายหุ่นสวยของตัวเอง สำหรับข้อแนะนำเบื้องต้นก่อนเข้าสู่เมนูลดความอ้วนแนะนำต่อไปนี้ คือ คุณไม่ควรที่จะข้ามไม่ทานอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง หรือทานอาหารผิดเวลา เพราะจะทำให้ร่างกายเกิดการขาดสมดุลทางโภชนาการตามแผนที่ได้วางเอาไว้ จนกระทั่งส่งผลให้ แผนการ ลดความอ้วน 7 วัน ของคุณอาจล้มเหลวอย่างน่าเสียดายทีเดียว หากใครพร้อมแล้วที่จะลดความอ้วน 7 วัน สามารถทานอาหารได้ตาม เมนูลดน้ําหนัก แนะนำ ดังต่อไปนี้กันเลย

ลดความอ้วน

วันที่ 1 : ผลไม้สด ในวันแรกของการ ลดน้ําหนักแบบเร่งด่วน ควรเริ่มจากการปรับสภาพร่างกายด้วยผลไม้สดที่อุดมสมบูรณ์ คุณสามารถที่จะเลือก ผลไม้ลดความอ้วน ที่ตัวเองชอบ แต่ให้ยกเว้นการรับประทานกล้วย แล้วเน้นไปทานผลไม้ประเภทแตงโม และแคนตาลูป พร้อมกับดื่มน้ำวันละ 8-12 แก้ว นอกจากนี้ คุณไม่ควรที่จะทานอาหารประเภทอื่นๆอีกเลย นอกจากผักดิบ หรือผักต้ม แต่ถ้าคุณรู้สึกห้ว ก็ให้ทานผลไม้ และดื่มน้ำให้มากขึ้น
วันที่ 2 : ผัก วันนี้คุณสามารถที่จะทานอาหารประเภทผักได้อย่างเต็มอิ่ม แต่ให้แน่ใจว่าอาหารที่ทำจากผักเหล่านั้น ไม่ได้ผ่านกระบวนการปรุงผ่านน้ำมัน สำหรับอาหารผักที่แนะนำได้แก่ ถั่ว แครอท แตงกวา ผักกาดหอม กระหล่ำปลี ผักกาด เป็นต้น และอย่าลืมดื่มน้ำอย่างพอพียงด้วย
วันที่ 3 : ผักและผลไม้ ให้แน่ใจว่าคุณหลีกเลี่ยงการทานมันฝรั่งในส่วนของผัก และกล้วยจากในส่วนของผลไม้ แผนการอาหารของวันนี้เริ่มต้นด้วยการทานผลไม้เป็นอาหารเช้า ผักในมื้อเที่ยง ผลไม้ในมื้อเย็น และผักผลไม้ในมื้อดึกอีกครั้ง และอย่าลืมดื่มน้ำมากๆด้วย
วันที่ 4 : กล้วยและนม ในวันนี้คุณสามารถทานกล้วย 8-10 ลูก และนมอีก 3 แก้ว สำหรับเป็นอาหารตลอดทั้งวัน ซึ่งในวันนี้อาจจะทำให้คุณรู้สึกหิวบ้าง แต่ถ้าหากจัดสรรดีๆ ด้วยอาหารปริมาณเท่านี้ก็สามารถที่จะช่วยทำให้คุณอยู่ได้ตลอดทั้งวัน
วันที่ 5 : มะเขือเทศ ในวันนี้คุณสามารถทานข้าวได้ 1 จาน ในมื้อกลางวัน และมะเขือเทศจำนวนประมาณ 7-8 ผล ในวันนี้ร่างกายของคุณมีโอกาสที่จะผลิตกรดยูริคเป็นจำนวนมาก จึงควรที่จะดื่มน้ำในปริมาณมากขึ้น ประมาณ 12-15 แก้ว
วันที่ 6 : ในมื้อกลางวันคุณสามารถทานข้าวได้หนึ่งจาน แต่ในมื้อที่เหลือของวัน คุณต้องทานผักเป็นหลักเช่นเดิม และอย่าลืมการดื่มน้ำอย่างเพียงพอ
วันที่ 7 : ผลไม้และน้ำผัก ในวันนี้คุณได้รับอนุญาตให้ทานข้าว ผัก และน้ำผลไม้ เพื่อช่วยในการลบล้างขับสารพิษที่ไม่จำเป็นออกจากร่างกาย และยังเป็น สูตรอาหารลดน้ําหนัก ที่ดีอีกด้วย

ลดความอ้วน

การทำตามสูตรเมนูอาหารลดความอ้วน 7 วัน อย่างเข้มงวดนี้ นอกจากจะช่วยลดน้ำหนักได้มากถึง 4-5 กิโลกรัม แต่ยังช่วยปรับปรุงระบบย่อยอาหาร และทำให้ผิวพรรณมีความกระจ่างสดใสมากยิ่งขึ้น l carnitine apple plus ด้วยวิธีที่เรียกได้ว่าสุดแสนจะเรียบง่ายเลยทีเดียว และยังเป็น วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ อีกด้วย

แนวคิดของเคล็ดลับเมนูลดน้ำหนัก 3 วัน
อาหารไทยมีรสชาติที่จัดจ้าน ถูกปากคนสไตย์เมืองร้อน ทำให้คนส่วนใหญ่เมื่อมีการควบคุมอาหาร ก็มักจะต้องเปลี่ยนไปทานอาหารที่มีรสชาติอ่อนกว่า จนเกิดอาการเบื่ออาหาร และลดน้ำหนักโดยการควบคุมอาหารอย่างไม่มีความสุข แต่ถ้าหากคุณทำการควบคุมอาหาร ตามเคล็ดลับ เมนูลดน้ำหนัก 3 วัน ที่กำลังจะแนะนำต่อไปนี้ ที่มีรสชาติของอาหารในแต่ละมื้อ ที่ผ่านการศึกษามาแล้วว่าถุกปากคนไทย ก็จะทำให้การลดน้ำหนักของคุณนั้น มีความสุข สนุกกับมันได้มากขึ้น

ตารางเมนูลดน้ำหนัก 3 วัน สูตรธรรมชาติ
วันที่ 1 : อาหารเช้า ด้วย น้ำส้ม (หรือชา/กาแฟ ไม่ใส่น้ำตาลสำหรับคนที่ชอบทานตอนเช้า) หรือ ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น ไข่ต้ม 1 ฟอง ผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน ผลไม้ 1 อย่าง
อาหารกลางวัน เริ่มที่ น้ำส้ม หรือ ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น ปลานึ่ง หรือ ย่าง ห้ามใช้น้ำมัน และ ผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน*
อาหารเย็น น้ำส้ม ผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน เนื้อไม่ติดมัน ย่างหรือนึ่ง ห้ามใช้น้ำมัน

วันที่ 2 : อาหารเช้า น้ำส้ม นมสด 1 แก้วเล็ก (200 cc) ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่นไข่ต้ม 1 ฟอง ผลไม้
อาหารกลางวัน น้ำส้ม ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น ผัก ต้มจิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน ผลไม้
อาหารเย็น น้ำส้ม นมสด 1 แก้วเล็ก (200 cc) ปลานึ่ง หรือ ย่าง ห้ามใช้น้ำมัน ผัก ต้มจิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน

วันที่ 3 : อาหารเช้า น้ำส้ม นมสด 1 แก้วเล็ก (200 cc) ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น ผลไม้ โยเกิร์ต ส่วน
อาหารกลางวัน น้ำส้ม ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น ไข่ต้ม 1 ฟองผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน
อาหารเย็น น้ำส้ม นมสด 1 แก้วเล็ก (200 cc) ปลา/เนื้อนึ่ง หรือ ย่าง ห้ามใช้น้ำมัน ผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน l carnitine apple plus.