abo x ดีท็อกซ์ (Detox) ย่อมาจากคำว่า ดีท็อกซิฟิเคชัน (Detoxification)

abo x ดีท็อกซ์ (Detox) ย่อมาจากคำว่า ดีท็อกซิฟิเคชัน (Detoxification) หมายถึง วิธีการหรือกระบวนการนำเอา ท็อกซิน หรือ สารพิษ (toxic substances หรือ toxin) ต่างๆ ออกจากร่างกาย หรือที่นิยมเรียกกันสั้นๆ ว่าเป็น “การล้างพิษ” เมื่อร่างกายของคนเราสะสมสารพิษที่มาจากสิ่งแวดล้อมและจากการรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ จึงจำเป็นต้องมีการล้างสารพิษเหล่านี้ออกจากร่างกายท็อกซิน คือ สารพิษซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาทางเคมีในร่างกายซึ่งเกิดได้หลายวิธี ทั้งเกิดจากพฤติกรรมการบริโภคที่ผิด คือบริโภคแต่อาหารประเภทเนื้อสัตว์ อาหารที่มีแคลอรี่สูง และอาหารที่ปรุงแต่ง เช่น อาหารทอด อาหารปิ้งย่าง ของหมักดอง และน้ำอัดลม ในปริมาณที่มากเกินไป ทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายบกพร่อง หรือแม้แต่ความเครียดก็ก่อให้เกิดท็อกซินในร่างกายได้เช่นกัน หรือก็คือการบริโภคและการปฏิบัติตัวผิดๆ ในชีวิตประจำวันคือสาเหตุที่ก่อให้เกิดท็อกซินในร่างกาย ในปัจจุบันพบว่าผู้มีสารพิษตกค้างในร่างกายสูงมักมีอาการดังนี้ abo x.

abo x
abo x รู้สึกเหน็ดเหนื่อย ง่วงซึม เฉื่อยชา ไม่มีชีวิตชีวา หรือ ขาดสมาธิ
ลมหายใจมีกลิ่น ลิ้นเป็นฝ้า รู้สึกถึงความขมในปาก
ปัสสาวะมีกลิ่นแรง
มีปัญหาในการนอนและตื่นในตอนเช้า
มีปัญหากับระบบย่อยอาหาร มีอาการตัวบวม
มีก๊าซในกระเพาะอาหาร หรืออาหารย่อยช้ามากในแต่ละมื้อของอาหาร
มีปัญหากับระบบการทำงานของลำไส้ เช่น ท้องผูกเป็นประจำ
รู้สึกหิวมากตลอดเวลา
ผิวหนังแห้งหยาบกระด้าง มีสิว หรือ ผื่นตามตัว
น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ ระบบเผาผลาญ ทำงานผิดปกติ
รู้สึกไม่สบายตัว ปวดกล้ามเนื้อ หรือข้อต่อต่างๆ บ่อยมากขึ้น abo x

เมื่อร่างกายได้รับสิ่งแปลกปลอมหรือสารพิษเข้าไปในร่างกาย กลไกต่างๆ ในร่างกายจะทำหน้าที่ขจัดออกมา แต่หากได้รับเป็นจำนวนมากจนเกินไป และสะสมมาเป็นเวลานาน ระบบก็ไม่สามารถที่จะกำจัดได้หมด ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเรารับประทานอาหารที่มีสารพิษเข้าไป เกิดการย่อยสลาย ทำให้เกิดคราบตกค้างเกาะอยู่ตามผนังลำไส้ หมักหมมอยู่ทุกวันเป็นเวลานาน จนกลายเป็นกากสารพิษ ปิดกั้นไม่ให้ร่างกายรับสารอาหารได้เต็มที่ และลำไส้เราต้องดูดรับพิษร้ายเหล่านี้กลับเข้าสู่ระบบไหลเวียนของโลหิตเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ของเสียเหล่านั้นมักเป็นที่มาของโรค เช่น ท้องผูก ท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอ ปวดท้อง ปวดศีรษะ คลื่นเหียนอาเจียน เวียนศีรษะ มีไข้ต่ำๆ เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ ปากแห้ง ปากเหม็น ร้อนใน ปวดเมื่อยตามร่างกายบ่อยๆ ร้ายไปกว่านั้น คือ โรคมะเร็งลำไส้และมะเร็งตับ ดังนั้นการขจัดของเสียและสารพิษออกจากร่างกายจึงเหมือนการฟอกชำระล้างระบบต่างๆ โดยเฉพาะระบบการย่อยดูดซึมอาหารและระบบไหลเวียนโลหิตให้สะอาดพ้นจากสภาวะเป็นพิษ

การล้างลำไส้ ( DETOX) คือการทำความสะอาดและขจัดสิ่งสกปรกของเสีย กากอาหาร รวมทั้งสารพิษที่ตกค้างอยู่ในลำไส้ให้หมดไป เนื่องจากของเสียเหล่านี้มักถูกขับถ่ายออกได้ไม่หมด abo x จึงตกค้างอยู่ในลำไส้ บางครั้งจะเกาะติดอยู่ตามผนังของลำไส้เป็นตะกรัน สิ่งเหล่านี้จะเป็นผลร้ายต่อร่างกายจนทำให้เกิดอาการต่างๆ ของโรคเช่น ท้องผูกเรื้อรัง ถ่ายยาก ถ่ายไม่ออก ท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอ ผายลมบ่อยๆ ปวดท้อง ท้องเสีย ถ่ายเหลวเป็นประจำ ปวดศีรษะ คลื่นเหียนอาเจียน เวียนศีรษะ เหนื่อยง่าย ปากเหม็น ปากเปื่อย มีกลิ่นตัวแรง เป็นโรคผิวหนังเรื้อรัง มีผื่นคันขึ้นตามตัว เป็นแผล เป็นฝีบ่อยๆ มีอาการหอบหืด ภูมิแพ้ เป็นลมพิษได้ง่าย ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดตามข้อ ตามกระดูก ตลอดจนรูมาตอยด์ ริดสีดวงทวาร มะเร็งลำไส้ และมะเร็งตับ เป็นต้น ดังนั้นผู้ที่เป็นโรคหรือมีอาการดังกล่าวนี้ จึงควรได้รับการล้างลำไส้ เพื่อขจัดของเสียและสารพิษที่คั่งค้างออกจากร่างกาย ทั้งยังสามารถลดความเสี่ยงของโรคด้วย

การดีท็อกซ์ (detoxification / detox) คือกระบวนการนำสิ่งที่เป็นพิษออกจากร่างกาย อาหารที่มีการกล่าวอ้างว่าสามารถ ดีท็อกซ์ได้อย่างสมบูรณ์ภายในเวลาไม่กี่วันนั้นมีอยู่หลายวิธีมาหลายสิบปีแล้ว ในขณะที่การดีท็อกซ์ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่าสามารถ “ขจัด” สารพิษใดๆ ออกจากร่างกายได้ ผู้คนจำนวนมากได้บอกว่า ในระหว่างหรือหลังจากได้รับประทานอาหารดีท็อกซ์แล้ว พวกเขารู้สึกมีสมาธิและมีพลังงานมากขึ้น โดยมากเหมือนจะเป็นเพราะการหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป[1]

หมายเหตุ: บทความนี้ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการล้างพิษสำหรับผู้ที่อยู่ภายใต้การรักษาบำบัดการเสพติดแอลกอฮอล์หรือยาเสพติด การล้างพิษแอลกอฮอล์หรือสารเสพติดอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยาในกลุ่มเบนโซไดอะซีปีน (benzodiazepines) ควรได้รับการควบคุมดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอยู่เสมอ abo x.

kionu7898 ทริคลดน้ำหนักแบบไม่ฝืนธรรมชาติ

kionu789 8 ทริคลดน้ำหนักแบบไม่ฝืนธรรมชาตินับตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันสำหรับคนที่ต้องการจะลดน้ำหนัก ในแต่ละวันของคนส่วนใหญ่หมดไปกับการใช้ร่างกายในการเผาผลาญพลังงานเป็นจำนวนมาก ยุคก่อนจะใช้วิธีในการเผาผลาญพลังงานไปกับการทำงานที่ต้องอาศัยแรงงานประกอบกับการรับประทานอาหาร ที่อุดมไปด้วยคุณค่าแร่ธาตุอย่าง ไฟเบอร์ ไฟโตนิวเทรียน หรือเลือกการรับประทานอาหารประเภทที่มีแบคทีเรีย และจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น โยเกิร์ต ซึ่งช่วยในเรื่องของการขับถ่าย
แต่สำหรับปัจจุบัน ผู้คนต่างคนหาวิธีเพื่อเป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนัก แต่ใครจะรู้บ้างว่า วิธีง่ายใกล้ๆ ตัว ก็เป็นแนวทางหนึ่งที่เป็นวิธีการลดน้ำหนักแบบไม่ฝืนธรรมชาติอีกหนึ่งทางเลือก ที่ช่วยลดน้ำหนักแบบไม่ต้องอดอาหาร kionu789.
kionu789
kionu789 1.ลดน้ำหนักด้วยวิถีธรรมชาติ อาหารธรรมชาติ เช่น ผัก ผลไม้ ถั่วและธัญพืช ถือเป็นอาหารที่มีเส้นใยสูง ซึ่งอาหารที่มีเส้นใยสูงต้องอาศัยเวลาในการเดินทางไปยังกระเพาะอาหาร ที่ช่วยทำให้รู้สึกอิ่มนานมากขึ้น เส้นใยที่ละลายน้ำ (มีมากในถั่วและผลไม้) จะช่วยทำความสะอาดกระเพาะอาหารและลำไส้ ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยขจัดความหิว ไคโอนู789

ทิปส์ลดน้ำหนักแบบนี้เวิร์ค ควรรับประทานผักและผลไม้ในทุกวัน หรืออาจจะเป็นมันฝรั่งหวานที่อุดมไปด้วยเส้นใย รวมไปถึงถั่วเมล็ดธัญพืชด้วย เป็นต้น kionu789

2.เลือกรับประทานแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อร่างกายให้มากขึ้น จำนวนแบคทีเรียหลากหลายสายพันธุ์ อย่างเช่น โปรไบโอติกในลำไส้ของเรา ซึ่งได้มีการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นวงกว้าง และยังได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสารเมื่อปี 2013 พบว่าแบคทีเรียบางสายพันธุ์มีผลต่อลำไส้ แบคทีเรียบางชนิดมีผลกระทบต่อพลังงานที่ได้จากอาหาร และส่งสัญญาณเตือนว่ามีผลต่อกระบวนการในการเผาผลาญอาหาร (Metabolism) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเชื้อจุลินทรีย์อย่าง Bifidobacteria ที่ช่วยในเรื่องของการขับถ่ายได้แก่ นมเปรี้ยว kefir โยเกิร์ตและชีสที่อุดมไปด้วย bifidobacteria เป็นต้น

ทิปส์ลดน้ำหนักแบบนี้เวิร์ค อย่างน้อยๆ ในมื้ออาหารควรจะมีอาหารที่มีโปรไบโอติกและอาหารอื่นๆ เช่น มิโซะ เทมเป้ (Tempeh) อาหารชนิดหนึ่งที่ได้จากการหมักถั่วเหลืองอุดมไปด้วยโปรตีน รวมไปถึงกะหล่ำปลีดองทุกวัน

3.รับประทานอาหารที่ช่วยในการเผาผลาญแคลอรี จากการศึกษาพบว่าสาร Capsaicin เป็นสารที่ให้ความเผ็ดร้อนในพริกเมื่อรับประทานเข้าไป อาจไปช่วยเพิ่มการเผาผลาญแคลอรีได้มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดความอยากอาหาร ถือเป็นการควบคุมน้ำหนัก โดยอาจรับประทานเป็นในรูปของพริกสดหรือพริกแห้งก็ได้ หรืออาจจะใช้พริกไทยป่น หรืออาจจะเป็นพริกป่นเพิ่มลงไปในอาหารก็ได้ นอกจากนี้ในชาเขียวยังมีโพลีฟินอลพิเศษที่เรียกว่า เคทีซีน (Catechins) ที่ช่วยเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี และช่วยลดระดับความหิวของเราได้อีกด้วย

ทิปส์ลดน้ำหนักแบบนี้เวิร์ค ครั้งหน้าเปลี่ยนจากการดื่มกาแฟแก้วถัดไปขอเป็นชาเขียว หรืออาจเพิ่มหรือโรยเกล็ดพริกแดงลงไปในซุป และซอสพาสต้าก็ได้

4.ลดขนาดจานอาหารของคุณ มีการศึกษาใหม่จากมหาวิทยาลัยคอร์เนล ที่แสดงให้เห็นว่า 92% เวลาที่ต้องล้างจานพบว่า ไม่ใช่เรื่องแย่นักถ้าอาหารที่อยู่ในจานของคุณเป็นอาหารประเภทสลัด แต่จะหมายถึงแคลอรีส่วนเกินก็ต่อเมื่อมีไอศกรีม คุกกี้ มันฝรั่งแผ่น หรืออาหารแบบที่ตามใจปากเหล่านี้เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งถือว่าเป็นการไม่รู้จักปฏิเสธตัวเอง ต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เคล็ดลับคือต้องลองปรับมุมมองใหม่

ทิปส์ลดน้ำหนักแบบนี้เวิร์ค ถ้าต้องการที่จะรับประทานมันฝรั่ง ก็เปลี่ยนเป็นการเสิร์ฟมันฝรั่งแผ่นในชามขนาดเล็กแทนที่จะรับประทานจากถุงทั้งถุง ขนาดถ้วยและจานที่มีขนาดเล็กลงถือเป็นการช่วยปรับปริมาณในการรับประทานด้วย

5.ลุกขึ้นเพื่อไปออกกำลังกาย รักษาระดับของการวิ่งไว้ แต่อาจเพิ่มกิจกรรมการเคลื่อนไหวใหม่ การทำเช่นนี้จะเป็นการใช้กล้ามเนื้อน้อยกว่าการที่ต้องไปฝึกสร้างกล้ามเนื้อ และถือเป็นการปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ถือเป็นการเพิ่มกล้ามเนื้อใหม่เพิ่มโปรตีนไปจนถึงเซลล์ในร่างกาย ซึ่งช่วยให้เกิดการเผาผลาญแคลอรีมากขึ้น

ทิปส์ลดน้ำหนักแบบนี้เวิร์ค ในช่วงฤดูหนาวคุณอย่ามัวนั่งอยู่เฉยๆ อยู่แต่ในบ้าน รู้หรือไม่ว่าช่วงเวลานี้ เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการเพิ่มความแข็งแรงให้กับตัวเอง ด้วยการออกกำลังกาย หรือว่ายน้ำในร่ม

6.เพิ่มกิจกรรมออกกำลังกาย ไม่จำเป็นว่าการออกกำลังกายจะเป็นวิธีเดียวที่จะช่วยเผาผลาญแคลอรีได้ หากแต่งานต่างๆ ที่คุณทำอยู่ในชีวิตประจำวัน ไมว่าจะเป็นการเดิน การยืน หรือการทำความสะอาดบ้าน ก็มีส่วนช่วยอย่างมากต่อการเผาผลาญแคลอรีให้กับคุณได้ อีกทั้งยังช่วยปรับสมดุลในการลดน้ำหนัก ลองมองไปรอบๆ ค่ะ จะเห็นว่าการทำงานและอุปกรณ์ต่างๆ ที่บ้านของคุณ สามารถที่จะหยิบจับและนำมาใช้เพื่อช่วยในการขยับและออกกำลังกายได้เลย

ทิปส์ลดน้ำหนักแบบนี้เวิร์ค อย่านั่งนานจนเพลินเกินกว่า 30 นาที อาจใช้การตั้งเวลาเป็นตัวช่วย เพื่อเตือนให้คุณได้ปรับเปลี่ยนอิริยาบถกันบ้าง หรือในขณะที่คุณกำลังยืนดูทีวี kionu789 คุณอาจจะรีบผ้าไปด้วยก็ได้ ถ้าอยู่ที่ทำงานคุณอาจจะลุกขึ้นยืน เพื่อปรับเปลี่ยนท่าทางจากโต๊ะที่ต้องนั่งทำงานดูบ้าง หรืออาจใช้วิธีการเดินขึ้นลงบันได ก็ถือเป็นการขยับเพื่อออกกำลังกายแล้ว

7.ดื่มนมเปล่าเป็นหลัก การดื่มน้ำเปล่าเป็นหนทางที่จะช่วยในเรื่องของการควบคุมแคลอรี เพราะไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มเกลือแร่ต่างๆ ที่ช่วยในเรื่องของการเสียเหงื่อ ภายหลังการออกกำลังกาย น้ำผลไม้ปั่น หรือแม้กระทั่งไลท์เบียร์ เครื่องดื่มเหล่านี้ ไม่ใช่หนทางในการดื่มเพื่อช่วยในการลดน้ำหนัก

ทิปส์ลดน้ำหนักแบบนี้เวิร์ค แม้ว่าน้ำเปล่าจะไม่ใช่เครื่องดื่มที่มีรสชาติอร่อย แต่ก็ถือเป็นเครื่องดื่มที่มีคุณประโยชน์ และรู้สึกว่าการดื่มน้ำเปล่าน่าเบื่อ ก็อาจหาตัวช่วยด้วยการฝานชิ้นมะนาวบางๆ ลงไป หรือเติมใบสะระแหน่ เพื่อช่วยเพิ่มรสชาติและเติมความหอมแบบธรรมชาติให้กับการดื่มน้ำเปล่าได้ดียิ่งขึ้น

8.เลือกรับประทานไขมันดีอย่างปลาแซลมอน ปลาแซลมอน อุดมไปด้วยไขมันดีที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เต็มไปด้วยสารอาหารที่ช่วยในเรื่องของการสร้างกล้ามเนื้อ

ทิปส์ลดน้ำหนักแบบนี้เวิร์ค กรดไขมันโอเมก้า-6 ที่ได้จากการรับประทานปลาแซลมอน ยังช่วยทำให้ผิวพรรณของคุณแลดูสุขภาพดีอีกด้วย

ลองนำทิปส์เหล่านี้ไปปรับใช้กับการลดน้ำหนักที่เหมาะสมกับคุณดู การลดน้ำหนักด้วยการคุมอาหารพร้อมๆ กับการออกกำลังกาย เป็นวิธีลดน้ำหนักที่ยั่งยืนและส่งผลกระทบน้อยที่สุด kionu789.

ausway sheep placenta ประโยชน์ของรกแกะ คุณทราบหรือไม่ว่ารกแกะมีประโยชน์อย่างไรบ้าง

ausway sheep placenta ประโยชน์ของรกแกะ คุณทราบหรือไม่ว่ารกแกะมีประโยชน์อย่างไรบ้างกระตุ้นให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวใหม่บำรุงเซลล์ผิวหน้าให้เปล่งปลั่งลดรอยเหี่ยวย่นทำให้ผิวดูอ่อนกว่าวัยปกป้องสภาพผิวไม่ให้แห้งกร้านสร้างความกระชับให้กับผิวหน้าดูเต่งตึงขึ้นเสริมสร้างความอ่อนนุ่มละมุนให้กับผิวสัมผัสความอ่อนนุ่มหลังการใช้แค่ 2-3 นาทีลดรอยด่างดำฝ้าและกระบนใบหน้ารวมทั้งปรับเซลล์สีผิวให้เรียบเนียนดูสม่ำเสมอเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับสภาพผิวช่วยลดอาการบวมบริเวณใต้ดวงตากระตุ้นการสมานเซลล์ผิวอันเกิดจากแผลต่างๆรวมทั้งแผลเป็นได้อีกด้วยเพิ่มความสดใสให้กับผิวที่แห้งกร้านจากแสงแดดและรังสียูวีสร้างความเชื่อมั่นให้กับผิวหน้าอีกครั้งและปลอดภัยจากสารเคมีที่เป็นพิษเพราะรกแกะสกัดบริสุทธิ์จากธรรมชาตินุ่มละมุนด้วยโมเลกุลของน้ำเพื่อช่วยดูดซึมและกระชับผิวให้แข็งแรงลดริ้วรอยหมองคล้ำก่อนวัยฟื้นฟูสภาพผิวให้บริสุทธิ์สดใสเสริมสร้างดูแลและลบเลือนจุดด่างดำบนใบหน้า ausway sheep placenta.
ausway sheep placenta
ausway sheep placenta รกแกะ มีดีอย่างไร? จากการศึกษาวิจัยพบว่า…การใช้ *….เซลล์บำบัดเซลล์…..*นั้นได้ผลดีกว่าการรักษาผิวหน้าด้วยวิธีอื่น ๆ …ดีกว่าการทำ โบท็อกซ์ และ การฉีดคอลลาเจนทุกชนิด เนื่องจากปราศจากผลข้างเคียงใดๆ ทั้งสิ้น……

รกแกะ- ช่วยกระตุ้นการหายใจของเซลล์ผิว เพิ่มการไหลเวียนของเลือด ผลิตภัณฑ์นี้ช่วยในการสร้างผิวใหม่ ปรับปรุงสีผิวให้ดูอ่อนกว่าวัย ลดรอยเหี่ยวย่น ทำให้ผิวเนียนเรียบ แลดูอ่อนเยาว์ รกแกะซึ่งอุดมไป ด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อผิว สารสกัดจากรกแกะมีสารกระตุ้นทางชีวภาพที่สามารถซึมซับเข้าสู่ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังเต็ม เปี่ยมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นในการสร้างเซลล์ผิวใหม่ เพิ่มความยืดหยุ่นและบำรุงผิวให้ดูเปล่งปลั่ง ทำให้ผิวกลับมามีชีวิตชีวา และสุขภาพ ประโยชน์ของเซรัมรกแกะ ausway sheep placenta

ทานรกแกะ แล้วได้อะไร??? มีสารอะไร บ้างในรกแกะ ข้อแนะนำ ในการทานรกแกะ

ผลิตภัณฑ์รกแกะ คงคุ้นเคยกันดีในแวดวงความสวยความงาม แต่รู้กันหรือเปล่า ว่ารกแกะมีประโยชน์อย่างไร ดีกับผิวอย่างไร…. รกแกะ – ช่วยกระตุ้นการหายใจของเซลล์ผิว เพิ่มการไหลเวียนของเลือด ผลิตภัณฑ์นี้ช่วยในการ สร้างผิวใหม่ ปรับปรุงสีผิวให้ดูอ่อนกว่าวัย ลดรอยเหี่ยวย่น ทำให้ผิวเนียนเรียบ แลดูอ่อนเยาว์ รกแกะซึ่งอุดมไป ด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อผิว สารสกัดจากรกแกะมีสารกระตุ้นทางชีวภาพ ที่สามารถซึมซับเข้าสู่ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังเต็ม เปี่ยมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็น ในการสร้างเซลล์ผิวใหม่ เพิ่มความยืดหยุ่นและบำรุงผิวให้ดูเปล่งปลั่ง ทำให้ผิวกลับมามี ชีวิตชีวา และสุขภาพดี

ากการศึกษาวิจัยพบว่าการใช้เซลล์บำบัดเซลล์นั้นได้ผลดีกว่าการรักษาผิวหน้าด้วยวิธีอื่นๆ ซึ่งดีกว่าการทำ โบท็อกซ์และการฉีดคอลลาเจนทุกชนิด เนื่องจากปราศจากผลข้างเคียงใดๆทั้งสิ้น”

➜ รกแกะคือ

รกแกะเกิดจากการสกัดโปรตีนที่ได้มาจากแกะ มีคุณสมบัติช่วยซ่อมแซมรวมไปถึงช่วยในการ
ฟื้นฟูสภาพเซลล์ผิว โปรตีนที่สกัดจากรกแกะต้องเป็นโปรตีนบริสุทธิ์100%เท่านั้น และต้องมี
ชีวภาพสอดคล้องกับมนุษย์ถึงจะใช้ได้ดี

ต้นกำเนิดของรกแกะ เกิดจากทีมวิจัยชาวออสเตรเลีย สงสัยว่าทำไมมือของหญิงชราที่มี
อาชีพตัดขนแกะนานกว่า 20 ปีถึงไม่เหี่ยวย่น ความสงสัยเป็นที่มาของความพยายามวิจัยทุ่ม
เทค้นหาคำตอบมากว่า 20 ปี เขาพบว่าน้ำมันที่ได้จากรกแกะหรือ “Sheep Placenta” คุณสม
บัติช่วยชะลอความแก่ ลดริ้วรอยเหี่ยวย่น รอยหมองคล้ำบนใบหน้าได้ดีเกินคาด รกแกะเลย
เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ผู้หญิงนิยม

เกี่ยวกับแกะ (Sheep) ออกลูกเป็นตัว และเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมชอบ
อยู่รวมกันเป็นฝูง ขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่มาก ausway sheep placenta ชอบอาศัยอยู่ตามพื้นที่หนาวเย็นแถบภูเขา
และพื้นที่ราบโล่ง สามารถใช้ประโยชน์ได้จาก ขน นม และเนื้อแกะ ปัจจุบันมีการพัฒนามา
เป็นสินค้าประเภทบำรุงผิว

ประโยชน์ของรกแกะมีดังนี้ ลดรอยหมองคล้ำก่อนวัย , ปกป้องผิวจากแสงแดดUv , ลดริ้ว
รอยหยาบกร้านให้กับผิว , ช่วยลบเลือนจุดด่างดำบนใบหน้า , กระตุ้นการสร้างและผลัดเซลล์
ผิวใหม่ ,ช่วยสมานเซลล์ผิวซึ่งเกิดจากรอยแผลเป็นต่างๆ , ทำให้ผิวกระชับเรียบเนียนและเต่ง
ตึงขึ้น , คืนความสดใสให้ผิวและคงความยืดหยุ่นตามธรรมชาติเอาไว้

➜ รกแกะ
ช่วยกระตุ้นการหายใจของเซลล์ผิว เพิ่มการไหลเวียนของเลือด ผลิตภัณฑ์นี้ช่วยในการสร้างผิวใหม่ ปรับปรุงสีผิวให้ดูอ่อนกว่าวัย ลดรอยเหี่ยวย่น ทำให้ผิวเนียนเรียบ แลดูอ่อนเยาว์รกแกะซึ่งอุดมไป ด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อผิว สารสกัดจากรกแกะมีสารกระตุ้นทางชีวภาพที่สามารถซึมซับเข้าสู่ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังเต็มเปี่ยมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นในการสร้างเซลล์ผิวใหม่เพิ่มความยืดหยุ่นและบำรุงผิวให้ดูเปล่งปลั่ง ทำให้ผิวกลับมามีชีวิตชีวาและสุขภาพดี

➜ ประโยชน์ของเซรั่มรกแกะ
1. กระตุ้นให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวใหม่ บำรุงเซลล์ผิวหน้าให้เปล่งปลั่ง ลดรอยเหี่ยวย่นทำให้ผิวดูอ่อนกว่าวัย
2. ปกป้องสภาพผิวไม่ให้แห้งกร้าน สร้างความกระชับให้กับผิวหน้าดูเต่งตึงขึ้น
3. เสริมสร้างความอ่อนนุ่มละมุนให้กับผิว สัมผัสความอ่อนนุ่มหลังการใช้แค่ 2-3 นาที
4. ลดรอยด่างดำ ฝ้าและกระบนใบหน้า รวมทั้งปรับเซลล์สีผิวให้เรียบเนียนดูสม่ำเสมอ
5. เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับสภาพผิว ช่วยลดอาการบวมบริเวณใต้ดวงตา
6. กระตุ้นการสมานเซลล์ผิวอันเกิดจากแผลต่างๆ รวมทั้งแผลเป็น ใช้ได้ผลดีสำหรับแผลใหม่และช่วยลดอาการหน้าท้องลายได้อีกด้วย
7. เพิ่มความสดใสให้กับผิวที่แห้งกร้านจากแสงแดด และ UV
8. สร้างความเชื่อมั่นให้กับผิวหน้าอีกครั้ง และปลอดภัยจากสารเคมีที่เป็นพิษ เพราะรกแกะสกัดบริสุทธิ์จากธรรมชาติ ausway sheep placenta.

chular chular detox อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงล้างพิษ เพื่อที่จะขับสารพิษ

chular chular detox อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงล้างพิษ เพื่อที่จะขับสารพิษ และของเสียออกมาให้ได้มากที่สุด ร่างกายจำเป็นต้องอยู่ในสภาพที่เตรียมพร้อม กล่าวคือ เนื้อเยื่อ และกระแสเลือดต้องมีความเป็นด่างอ่อนๆ ร่างกายมีการรับ และผลิตของเสียน้อยลง ในขณะที่มีการปลดปล่อยสารพิษ และของเสียที่สะสมอยู่ออกมา นอกจากนั้น ร่างกายยังต้องมีการสะสมพลังงาน และเอนไซม์ที่จำเป็นต่อกระบวนการล้างพิษต่างๆ เช่น การยุติการเติบโตของเนื้องอก การกำจัดเซลล์ร่างกายที่ได้รับความเสียหาย หรือเสื่อมสภาพ การทำลายเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นอันตราย ดังนั้นในช่วงนี้ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมภายในร่างกายให้มีความเหมาะสมต่อการล้างพิษ ควรหลีกเลี่ยงอาหารดังต่อไปนี้ chular chular detox.
chular chular detox
chular chular detox • ข้าวขาว และแป้งขัดขาว

ควรงดข้าวขาว และอาหารที่ทำจากแป้งที่ผ่านกระบวนการแปรรูป เช่น ขนมปังขาว พาสต้า เนื่องจากอาหารเหล่านี้ มีผลทำให้ภายในร่างกายมีความเป็นกรด และเพื่อที่จะย่อยสลายอาหารเหล่านี้ ร่างกายจำเป็นต้องใช้เอนไซม์ และพลังงานเป็นจำนวนมาก ผลลัพธ์ที่ได้จากการกินอาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูปสูงในช่วงระหว่างล้างพิษก็คือ จะสูญเสียสารอาหารที่จำเป็นต่อกระบวนการล้างพิษ และทำให้ร่างกายไม่สามารถขับสารพิษออกจากร่างกายได้อย่างเต็มที่

• เนื้อสัตว์

ในช่วงล้างพิษ ควรงดอาหารที่ทำจากนม ไข่ และเนื้อสัตว์ทั้งหมด เนื่องจากอาหารดังกล่าว จะก่อให้เกิดกรดในทางเดินอาหาร และกระแสเลือด และยังก่อให้เกิดของเสียประเภทโปรตีน ตกค้างภายในลำไส้ อีกทั้งร่างกายจะถูกบังคับให้นำเอาพลังงาน และเอนไซม์ที่สำรองเอาไว้ไปใช้ในการย่อยสลายโปรตีนที่มีความซับซ้อน และไขมันที่อยู่ในเนื้อสัตว์เหล่านั้น และยังต้องนำไปใช้ในการจัดการของเสียที่เกิดจากกระบวนการย่อยสลายอาหารดังกล่าว ที่ตกค้างอยู่ในทางเดินอาหารอีกด้วย chular chular detox

• น้ำอัดลม

น้ำอัดลม เป็นเครื่องดื่มที่ประกอบไปด้วย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ น้ำตาลทราย และกรดฟอสฟอริก ซึ่งส่วนประกอบเหล่านี้ มีผลต่อความเป็นกรดของเลือด ทำให้เลือดมีความเป็นกรดสูงขึ้น ร่างกายจึงมีระบบการป้องกันความปลอดภัย โดยการดึงเอาแคลเซียมที่เก็บสะสมไว้ มาช่วยปรับค่าความเป็นกรดด่างของเลือด และเนื้อเยื่อให้กลับมาอยู่ในสภาพปกติ ทั้งนี้ การดึงเอาแคลเซียมที่สะสมอยู่ออกมาใช้งาน ร่างกายจะถูกบังคับให้ใช้พลังงาน และแคลเซียมจำนวนมาก ไปกับการพยายามปรับค่าความเป็นกรดด่างให้กลับมาเป็นปกติ แทนที่จะนำไปใช้ในกระบวนการชะล้างสารพิษ จึงเป็นการเสียพลังงาน และแร่ธาตุสำรองที่จำเป็นไปโดยเปล่าประโยชน์

• นมโคพาสเจอร์ไรซ์

ในช่วงล้างพิษ ควรเลี่ยงการดื่มนมโคพาสเจอร์ไรซ์ เนื่องจากน้ำนมโคมีโปรตีนเคซีน (Casein) ซึ่งเป็นโปรตีนที่มีความเหนียว และแข็งแรงมาก จึงทำให้ลำไส้ของเราต้องทำงานหนัก เพื่อที่จะย่อยน้ำนมดังกล่าว นอกจากนั้น น้ำนมโคที่ผ่านการพาสเจอร์ไรซ์ยังสูญเสียเอนไซม์ ที่มีหน้าที่ในการย่อยนมดังกล่าวไป ดังนั้น เมื่อเราดื่มนมเข้าไป นมจะตกค้างอยู่ในกระเพาะอาหาร ไม่สามารถย่อยสลายได้ จนทำให้นมเน่า และกลายเป็นเมือกเหลวๆ ที่เคลือบอยู่ตามผนังลำไส้ ทำให้ลำไส้อุดตัน

• น้ำตาลทรายขาว

น้ำตาลทรายขาว หรือน้ำตาลซูโครส เป็นอาหารที่จัดว่ามีอันตรายที่สุด เนื่องจากก่อให้เกิดกรดภายในร่างกาย ในเวลารวดเร็ว และรุนแรง ระบบป้องกันตัวของร่างกาย จึงดึงเอาแคลเซียมจากกระดูก และฟันในปริมาณมาก เข้ามายังกระแสเลือด เพื่อปรับเลือดที่เป็นกรดให้มีความเป็นกลาง

• ธัญพืชส่วนใหญ่

ในระหว่างล้างพิษ ไม่ควรกินธัญพืช หรือถั่ว เพราะในการย่อยอาหารที่ทำจากธัญพืชดังกล่าวจะทำให้เกิดกรด และจำเป็นต้องใช้พลังงาน และเอนไซม์ในการย่อยจำนวนมาก ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ทำจากข้าวสาลี เช่น ขนมปัง หรือพาสต้า เพราะแป้งสาลีไม่เพียงเป็นธัญพืชที่ก่อให้เกิดกรดมากที่สุด แต่ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการแพ้ในคนจำนวนมาก และในช่วงล้างพิษ อาการแพ้ดังกล่าวอาจรุนแรงมากยิ่งขึ้น

อาหารที่ควรกินในช่วงล้างพิษ

ในขณะที่ล้างพิษ ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่สร้างความเป็นกรดให้แก่เลือด และเนื้อเยื่อ แล้วอาหารที่ควรกินในช่วงล้างพิษ ควรเป็นอาหารที่มีส่วนช่วยสร้างสภาพแวดล้อม ภายในร่างกายให้มีความเป็นด่าง ช่วยทำความสะอาดเลือด และเนื้อเยื่อ ช่วยชะล้างของเสีย หรือสารพิษที่มีสภาพเป็นกรด มีสารอาหารที่จำเป็นต่อการล้างพิษ ก่อให้เกิดของเสียจากกระบวนการเผาผลาญ หรือการย่อยอาหารน้อยที่สุด และใช้พลังงาน และเอนไซม์ในการย่อยสลายน้อยที่สุด มีดังต่อไปนี้

• พริกป่น

พริกป่น เป็นหนึ่งในสมุนไพรที่มีประสิทธิภาพในการเยียวยา และล้างพิษมากที่สุด พริกป่นช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ช่วยบำรุงหัวใจให้ทำงานอย่างเป็นปกติ และอยู่ในสภาวะสมดุล ทำให้เซลล์ และเนื้อเยื่อของร่างกายได้รับออกซิเจน และสารอาหารที่จำเป็นอย่างพียงพอ ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบฮอร์โมน เพื่อเป็นการกระตุ้นการบีบตัวของทางเดินอาหาร รักษาภาวะเลือดคั่งในตับ เพิ่มความแข็งแรงของภูมิคุ้มกัน ลดการทำงานของลำไส้ และกระตุ้นระบบการย่อยอาหารให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น ช่วยรักษาแผลเรื้อรังในกระเพาะอาหาร เนื่องจากพริกป่นช่วยทำความสะอาด และฆ่าเชื้อโรคของแผลเรื้อรังดังกล่าว ทำให้แผลหายเร็วขึ้น พริกป่นมีคุณสมบัติเป็นด่าง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่เหมาะสำหรับการล้างพิษมากที่สุด

• ผัก และผลไม้สด

ผัก และผลไม้สด มีสรรพคุณในการทำความสะอาด และชำระล้างร่างกาย การย่อยสลายผัก และผลไม้สดจะก่อให้เกิดของเสียในร่างกายในปริมาณน้อย และใช้พลังงาน และเอนไซม์ในการเผาผลาญน้อยด้วยเช่นกัน ในขณะที่ให้สารอาหาร และแร่ธาตุที่จำเป็นสำหรับการล้างพิษ และซ่อมแซมร่างกายจำนวนมาก นอกจากนั้น อาหารที่ได้จากพืชผัก ยังมีวิตามินในปริมาณที่พอเหมาะ ที่จะช่วยบำรุงรักษาลำไส้ ตับ รวมไปจนถึงอวัยวะที่ใช้ในการขจัดของเสียต่างๆ อีกด้วย ผลไม้ที่เหมาะสำหรับการล้างพิษควรเป็นผลไม้จำพวกส้ม และมะนาว หรือผลไม้ที่มีความหวานเพียงเล็กน้อย เช่น แอปเปิ้ล แบล็คเบอร์รี่ ลูกแพร์ แตงโม องุ่นดำ กีวี มะม่วงดิบ แคนตาลูป มะละกอ เสาวรส สับปะรด เป็นต้น ส่วนผักที่มีคุณสมบัติที่เหมาะแก่การล้างพิษ ได้แก่ แตงกวา แครอท กระเทียม พริก ขิง มันเทศ หัวหอม บีทรูท กะหล่ำปลี มันแกว มะเขือเทศ ฟักทอง เซเลอรี พาร์สลีย์ รวมไปถึงผักใบเขียวเข้มต่างๆ

• ธัญพืช และถั่วบางชนิด

ในการล้างพิษนั้น ไม่ได้หมายความว่า ควรงดอาหารที่ทำจากธัญพืชทุกชนิด เพราะยังมีธัญพืชบางชนิดที่มีสภาพเป็นด่าง ได้แก่ ข้าวฟ่าง ข้าวแดง ข้าวบาร์เล่ย์ ข้าวไรย์ อาหารที่ทำจากธัญพืชเหล่านี้ จะง่ายต่อการย่อย และยังให้สารอาหารสำคัญที่ร่างกายต้องการอีกมากมาย เช่น คาร์โบไฮเดรต ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานของกระบวนการเผาผลาญสารอาหาร มีใยอาหารที่ช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ มีกรดอะมิโน วิตามินบี และแร่ธาตุ นอกจากนี้ เมล็ดถั่วอย่างอัลมอนด์ เมล็ดถั่วที่ย่อยง่าย ช่วยทำให้ระบบต่างๆ ภายในร่างกายอยู่ในสภาวะเป็นด่าง เป็นแหล่งของกรดอะมิโน และกรดไขมันที่จำเป็น เป็นแหล่งของแคลเซียม และแมกนีเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นสำหรับกระบวนการล้างพิษ

• แคลเซียม

ในระหว่างล้างพิษ ร่างกายต้องการแคลเซียม และแมกนีเซียมในปริมาณที่มากกว่าปกติ แคลเซียมช่วยปรับสภาพแวดล้อมภายในร่างกายให้เป็นด่าง ช่วยในการทำงานของระบบเผาผลาญ และจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเซลล์ และเนื้อเยื่อที่สร้างขึ้นใหม่ เนื่องจากแหล่งสำคัญของแคลเซียม ซึ่งก็คือ นมโค เป็นอาหารต้องห้ามของการล้างพิษ เราจึงสามารถได้รับแคลเซียมจากอาหารประเภทอื่นแทน เช่น งา บร็อคโคลี่ สาหร่าย เป็นต้น

• แมกนีเซียม

แมกนีเซียม เป็นองค์ประกอบสำคัญของเอนไซม์ที่เป็นด่าง ซึ่งร่างกายจำเป็นต้องผลิตขึ้นสำหรับกระบวนการล้างพิษ และยังเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาสมดุลการทำงานของระบบหัวใจ และระบบประสาท เนื่องจากทั้งแคลเซียม และแมกนีเซียม จะทำงานร่วมกันในการขับสารพิษออกจากร่างกาย จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ร่างกายต้องได้รับแร่ธาตุทั้งสองในปริมาณที่เพียงพอ ร่างกายจะนำแมกนีเซียมมาใช้งานได้ง่ายที่สุด ในรูปของแมกนีเซียมคลอไรด์ ซึ่งพบได้ในเกลือทะเล

• คลอโรฟิลล์จากธรรมชาติ

ดร.เบอร์นาร์ด เจนเซ็น (Dr.Bernard Jensen) หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านการบำบัดร่างกายด้วยการล้างพิษกล่าวว่า “คลอโรฟิลล์ มีคุณสมบัติในการเร่งกระบวนการชะล้างสารพิษ chular chular detox และของเสียในตับ กระแสเลือด และลำไส้ใหญ่ให้เป็นไปเร็วขึ้น” คลอโรฟิลล์ เป็นหนึ่งในสารที่ช่วยทำความสะอาดระบบเลือด และเนื้อเยื่อ ทำให้ฮีโมโกลบินแข็งแรง ซึ่งเป็นองค์ประกอบของเม็ดเลือด ที่ทำหน้าที่ในการลำเลียงออกซิเจนไปยังเซลล์ และเนื้อเยื่อ แหล่งที่พบคลอโรฟิลล์ได้แก่ สาหร่ายสไปรูลิน่า น้ำคั้นต้นอ่อนธัญพืชต่างๆ เป็นต้น

• นมแพะ

เพื่อให้ร่างกายได้รับโปรตีน แคลเซียม และสารอาหารที่จำเป็นจากน้ำนมสัตว์ในช่วงล้างพิษ น้ำนมจากแพะ และผลิตภัณฑ์จากนมแพะ จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง เช่น โยเกิร์ต เนยแข็ง และน้ำนม ซึ่งมีสภาวะเป็นด่างอ่อนๆ และมีแร่ธาตุพื้นฐาน เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส โปรตีน และสารอาหารที่จำเป็นอื่นๆ คล้ายคลึงกับน้ำนมมนุษย์ นอกจากนี้ นมแพะยังมีไขมัน และให้พลังงานน้อยมาก ร่างกายสามารถย่อยสลาย และดูดซึมมาใช้ประโยชน์ได้อย่างง่ายดาย

• ชาสมุนไพร

ชาสมุนไพรเกือบทั้งหมดจะมีความเป็นด่าง และมีประโยชน์ในแง่ของการช่วยบำบัด มีคุณสมบัติในการกระตุ้นการทำงานของอวัยวะ รวมไปจนถึงต่อมต่างๆ ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการขับสารพิษให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น

• น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล

น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล มีสรรพคุณแตกต่างจากน้ำส้มสายชูทั่วไป กล่าวคือ ในขณะที่น้ำส้มสายชูที่ใช้กันทั่วไปในครัวเรือน จะมีส่วนผสมของกรดอะซิติก ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นกรด ทำให้เกิดอุปสรรคในการล้างพิษ แต่น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล จะมีส่วนผสมของกรดมาลิก ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นด่าง จึงเป็นอาหารที่เหมาะกับการรับประทานในช่วงล้างพิษ

• ถั่วงอก

เมล็ดพืชที่ถูกเพาะจนงอกเป็นต้นอ่อน หรือที่เรียกกันว่าถั่วงอก ถือเป็นแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น วิตามิน แร่ธาตุ โปรตีน เอนไซม์ และพลังงานที่จำเป็นต่อร่างกายมากมาย นักชีววิทยายืนยันว่า ถั่วงอกดีต่อระบบย่อยอาหาร และมีความเป็นด่าง ที่เหมาะสำหรับการล้างพิษ

• น้ำ

น้ำ กลายเป็นสื่อกลางในการชะล้างสารพิษ และของเสียออกจากร่างกาย โดยเฉพาะในช่วงล้างพิษ จำเป็นต้องดื่มน้ำสะอาดให้มากกว่าปกติ เพื่อละลายของเสีย และสารพิษที่อยู่ในกระแสเลือด และเนื้อเยื่อ และเพื่อเจือจาง และปรับค่าความเป็นกรดด่างของของเสียดังกล่าว ให้มีความเป็นกลางก่อนที่จะถูกขับออกไปทางอวัยวะขับถ่าย chular chular detox.

cher อาหารเสริม แน่นอนว่าถ้าพูดถึงอาหารเสริม หลายๆ คนก็คงจะรู้ว่ามีขายอยู่ทั่วไป

cher อาหารเสริม แน่นอนว่าถ้าพูดถึงอาหารเสริม หลายๆ คนก็คงจะรู้ว่ามีขายอยู่ทั่วไป ตามที่ต่างๆ มากมาย อีกทั้งมีหลายสูตรให้เลือกรับประทานกันอย่างอิสระ อย่างไรก็ตาม หลักในการกินอาหารเสริมให้ได้ประโยชน์นั้น หลายๆ คนกลับยังไม่ค่อยรู้กันสักเท่าไหร่ (คือเห็นคนอื่นว่าดีก็กินตามๆ กันไป) ดังนั้นวันนี้เรามีสูตร ในการรับประทานอาหารเสริม ที่จะทำให้ร่างกายได้รับประโยชน์มากที่สุด มาฝากกันค่ะ โดยมีเคล็ดลับดังนี้ 1. ไม่ควรเน้น กินวิตามินรวม เพื่อหวังผลในทางด้านใดด้านหนึ่ง เพราะชื่อของมันก็บอกอยู่แล้วว่า วิตามินรวม ซึ่งมักจะเป็นการรวมเอาสารอาหารประเภทวิตามินต่างๆ มาอัดกันอยู่ในเม็ดเดียว ซึ่งถ้าเรารับประทานในรูปแบบของการบำรุงสุขภาพ ก็สามารถรับประทานได้ แต่ถ้าเน้นวิตามินประเภทใดประเภทหนึ่ง เพื่อหวังผลอย่างใดอย่างหนึ่ง ควรหาวิตามินประเภทนั้นมากินไปเลยดีกว่าจะมากินวิตามินรวม cher อาหารเสริม.

cher อาหารเสริม

cher อาหารเสริม 2. เน้นรับประทานอาหารเสริม ที่มีราคาแพง แต่ได้คุณภาพ ดีกว่าพวกอาหารเสริมราคาถูก เพราะคุณภาพมักจะมาพร้อมกับระดับราคา อาหารเสริมก็เป็นสินค้าที่หนีไม่พ้นกฏเกณฑ์นี้ เพราะสารอาหารที่มีคุณภาพ มักจะมีราคาแพงอยู่แล้ว หากจะกินอาหารเสริม ควรเลือกแบบมีคุณภาพไปเลยจะดีกว่า แม้ว่าราคาจะแพงหน่อยก็ตาม

3. เลือกซื้อและรับประทานอาหารเสริม ที่มีการออกฤทธิ์ตลอดทั้งวัน เพราะจะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะวิตามินบางชนิด มักจะถูกร่างกายขับออกมาในฐานะของวิตามินส่วนเกิน ดังนั้นเราจึงควรเลือกอาหารเสริมประเภทที่ทำให้ร่างกายต้องการใช้งานอยู่ตลอดเวลาจะได้ผลเต็มที่กว่า cher อาหารเสริม

4. เน้นรับประทานอาหารเสริม ให้พร้อมกับมื้ออาหาร เพราะว่ารจะเป็นช่วงที่ร่างกายนั้น จะมีการย่อยสลาย เพื่อดูดซึมเอาสารอาหารต่างๆ เข้าสู่ร่างกาย ไม่ควรกินอาหารเสริมในขณะที่ท้องว่าง เพราะระบบการย่อย และการดูดซึมจะทำงานไม่เต็มที่ การรับประทานอาหารเสริมที่แนะนำ คือ รับประทานก่อนหรือหลังมื้ออาหารเล็กน้อย

5. รับประทานอาหารเสริม โดยการอ่านทำความเข้าใจและปฏิบัติตามวิธีการกิน ที่ระบุไว้ด้านขางโดยผู้ผลิต เพราะจะทำให้สามารถได้สารอาหารที่มีประโยชน์เต็มที่ จากอาหารเสริมสูตรนั้นๆ

6. เลือกรับประทานอาหารเสริมที่เหมาะกับตนเอง (อาหารเสริม จะมี หลายลักษณะ เช่น เป็นเม็ด แคปซูล และน้ำ) โดยหากเป็นไปได้แนะนำอาหารเสริมที่เป็นน้ำ ซึ่งร่างกายไม่จำเป็นต้องเสียเวลาในการย่อย ทำให้สามารถดูดซึมได้เร็วมากกว่าการรับประทานอาหารเสริมที่เป็นเม็ด อย่างไรก็ตาม อาหารเสริมบางประเภทก็ไม่เหมาะกับการนำมารับประทานเช่นกัน โดยเฉพาะอาหารเสริม ที่เมื่อถูกน้ำแล้วจะเป็นฟอง ซึ่งนักโภชนาการของต่างประเทศเคยให้ความเห็นว่ามันผสม น้ำตาลและสารปรุงแต่งหลายชนิด

ธาตุเหล็ก” เป็นแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการในปริมาณเล็กน้อย แต่มีความสำคัญมาก เนื่องจากธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง ถ้าคุณรู้สึกเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ใจสั่น และหายใจลำบาก หรือดูซีดเซียวไม่มีน้ำมีนวลแบบเมื่อก่อน นี่เป็นสัญญาณให้คุณรู้ว่า…ร่างกายของคุณกำลังต้องการธาตุเหล็ก ดังนั้น รีบหาอาหารเสริมธาตุเหล็กมาทานด่วน!!
รู้จักธาตุเหล็กกันดีกว่า

แม้ธาตุเหล็กเป็นธาตุที่ร่างกายต้องการในปริมาณน้อย แต่มีความสำคัญมาก เม็ดเลือดแดงทำหน้าที่ในการนำเม็ดเลือดแดงในปอดไปเลี้ยงเซลล์ทั่วร่างกาย และช่วยขจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซออกจากร่างกาย เห็นหรือไม่ว่าธาตุเหล็กมีหน้าที่สำคัญจริงๆ ถ้าร่างกายเราได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอ หรือธาตุเหล็กที่สะสมไว้มีน้อยลงร่างกายจะอ่อนเพลีย ไม่มีสมาธิ ผิวพรรณซีดเซียวไม่มีน้ำมีนวล สุดท้ายน่ะเหรอก็เกิดโรคโลหิตจางน่ะสิโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก (ภาษาชาวบ้าน) ซึ่งเป็นปัญหาของสังคมไทยในปัจจุบัน สาเหตุหลักๆ มาจากการรับประทานอาหาร (อาหารเสริมธาตุเหล็ก) ไม่เพียงพอ
ธาตุเหล็กสำคัญต่อสตรีอย่างไร?

ธาตุเหล็กสำคัญต่อสตรี โดยเฉพาะคนที่ตั้งครรภ์ เพราะต้องนำไปสร้างเม็ดเลือดซึ่งเป็นตัวนำออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย เลือดแม่สู่ลูก กรมอนามัยกระทรวงสาธารณะสุขให้ข้อมูลว่า cher อาหารเสริม หน้าที่สำคัญของธาตุเหล็กคือองค์ประกอบหลักในการสร้างเม็ดเลือดแดง นำเลือดดำไปฟอกที่ปอด กลายเป็นเลือดแดงที่ร่างกายนำไปใช้ได้ หากร่างกายขาดธาตุเหล็กก็จะทำงานหนักขึ้น เสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว ธาตุเหล็กจะถูกดูดซึมได้ง่ายต้องทานวิตามินซีควบคู่กันไปด้วยนะคะ
10 ผักไทย อาหารเพิ่มธาตุเหล็กให้ร่างกายสูงปรี๊ด

1. ผักกูดเสริมธาตุเหล็ก 36.3 มิลลิกรัม/100 กรัม

2. ถั่วฝักยาวเสริมธาตุเหล็ก 26 มิลลิกรัม/ 100 กรัม

3. เห็ดฟางเสริมธาตุเหล็ก 22.2 มิลลิกรัม / 100 กรัม

4. ใบแมงลักเสริมธาตุเหล็ก 17.2 มิลลิกรัม / 100 กรัม

5. พริกหวานเสริมธาตุเหล็ก 17.2 มิลลิกรัม / 100 กรัม

6. ผักเม็กเสริมธาตุเหล็ก 11.6 มิลลิกรัม / 100 กรัม

7. ผักแว่นเสริมธาตุเหล็ก 25.2 มิลลิกรัม/ 100 กรัม

8. (ยอด) มะกอกเสริมธาตุเหล็ก 9.9 มิลลิกรัม / 100 กรัม

9. (ยอดอ่อน) กระถินเสริมธาตุเหล็ก 9.2 มิลลิกรัม / 100 กรัม

10. ใบกะเพราเสริมธาตุเหล็ก 15.1 มิลลิกรัม / 100 กรัม

แหล่งอาหารเสริมธาตุเหล็กโดยทั่วไปธาตุเหล็กจะอยู่ใน 2 รูปแบบคือ สารประกอบฮีม (heme iron) และสารประกอบที่ไม่ใช่ฮีม (heme iron) cher อาหารเสริม.

ยาระบาย เป็นที่ทราบกันดีว่า “มะขาม” นั้นเป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์ในหลายๆ ด้าน

ยาระบาย เป็นที่ทราบกันดีว่า “มะขาม” นั้นเป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์ในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะนำมาใช้กินเป็นอาหาร หรือใช้ทาตัวเพื่อขัดผิวพรรณให้เนียนนุ่มได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย และยังมีคุณสมบัติที่ช่วยในเรื่องของการดูแลสุขภาพให้หายจากโรคอีกด้วย
“มะขาม” ผลไม้ดี มีสรรพคุณทางยา แก้ปัญหาสารพัดเพราะฉะนั้นเราจึงอยากให้ทุกคนมีสุขภาพร่างกายที่ดี และมะขามก็เป็นอีกหนึ่งสมุนไพรที่น่าสนใจมาก โดยเราสามารถนำทุกส่วนของมะขามมาใช้ประโยชน์ได้หมด เนื่องจากมะขามนั้นจัดเป็นผลไม้ที่มีสารอาหารทางโภชนาการสูง พร้อมกับมีสรรพคุณทางยาที่ช่วยป้องกันและรักษาอาการเจ็บป่วยได้หลายโรค คุณสมบัติสำคัญที่มะขามมีมาแต่โบราณคือ มีสรรพคุณเป็นยาระบายที่แก้อาการท้องผูกได้เป็นอย่างดี รวมทั้งเป็นยาขับพยาธิ แก้ท้องเดิน และขับเสมหะ โดยเฉพาะใครที่อยากมีผิวขาวผุดผ่องก็ให้มองหามะขามมาช่วยกันได้เลย ยาระบาย.
ยาระบาย
ยาระบาย นอกจากนี้ในมะขามยังมีสารเคมีต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอยู่มากมาย ซึ่งจะเสริมสร้างให้เรามีสุขภาพที่แข็งแรงยิ่งขึ้น อย่างสารต้านอนุมูลอิสระในมะขามนั้นมีสูงจนทำให้ภูมิต้านทานในร่างกายก็ดีขึ้นตามไปด้วย ช่วยปกป้องอวัยวะต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกไม่ให้เสื่อมก่อนวัยอันควร แก้อาการไอ เจ็บคอ หรือแก้อาการเหงือกบวม แก้ฟันผุ

หรือหากคนที่มีปัญหาของน้ำหนักเกิน มีโรคประจำตัวที่ต้องควบคุมน้ำหนัก มะขามมีความสามารถที่จะช่วยลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมะขามไม่ได้มีแค่เส้นใยอาหาร แต่มีสารสำคัญหลายชนิดที่มีประสิทธิภาพยับยั้งการสร้างไขมันในร่างกาย ลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีและลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีทีเดียว จากสรรพคุณและประโยชน์ต่างๆ ของมะขาม เราจึงไม่ควรจะมองข้ามผลไม้ชนิดนี้กันเชียวนะ ยาระบาย
14 สรรพคุณของมะขาม ประโยชน์ในการรักษาโรค

1. มะขามทำให้ผิวพรรณทั้งผิวหน้าและผิวกายเปล่งปลั่ง สดใส เพราะวิตามินซีที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดีซึ่งจะช่วยปกป้องผิวจากมลพิษต่างๆ บำรุงผิวพรรณให้เนียนนุ่ม ลดการเกิดริ้วรอยแห่งวัยและช่วยชะลอความแก่

2. มะขามมีสรรพคุณเป็นยาระบาย จึงเหมาะกับคนที่มักมีปัญหาท้องผูก โดยมะขามมีกรดอินทรีย์หลายชนิดซึ่งมีคุณสมบัติในการระบายและช่วยลดความร้อนในร่างกาย เพียงกินมะขามสุก 3-4 ฝัก ดื่มน้ำอุ่นตามเยอะๆ จะช่วยได้

3. มะขามมีประโยชน์ในด้านของความงาม ตามสรรพคุณโบราณมะขามจะถูกนำมาใช้ขัดตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นแขน ขา ข้อพับ ซอกขาหนีบหรือรักแร้ ซึ่งจะช่วยให้รอยคล้ำลดลง ทำให้ผิวหนังชุ่มชื่นได้ตลอดวัน แถมช่วยกำจัดแบคทีเรียได้เป็นอย่างดี

4. มะขามใช้พอกหน้าก็ได้ ซึ่งมีสรรพคุณทำให้ผิวหน้าที่เคยหมองคล้ำดูขาวใสขึ้น กำจัดเซลล์เก่าที่ตายแล้วให้หลุดออก ผิวพรรณสะอาด สดใส นุ่มนวล และกระชับขึ้นด้วย

5. มะขามมีฤทธิ์ช่วยลดคอเลสเตอรอลให้อยู่ในระดับปกติ ลดความดันให้เป็นปกติ และลดระดับของน้ำตาลในเลือด

6. ประโยชน์ของมะขามใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ช่วยยับยั้งการเกิดนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ และยังช่วยขับพยาธิที่ได้ผลดี

7. สรรพคุณมะขามใช้เป็นผลไม้ลดน้ำหนักได้ ซึ่งมะขามได้รับการยืนยันทางวิชาการแล้วว่าช่วยลดน้ำหนักได้ เพราะมะขามอุดมด้วยเส้นใยอาหารและสารเคมีสำคัญที่มีคุณสมบัติช่วยให้การขับถ่ายเป็นปกติแล้วยังช่วยดักจับไขมันจากอาหาร ยับยั้งการสร้างไขมันไม่ให้ไปสะสมตามอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย

8. มะขามอุดมด้วยธาตุแคลเซียม ยาระบาย หากกินเป็นประจำจะช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง นอกจากนี้ก็มีสรรพคุณใช้รักษาอาการเหงือกบวม ฟันผุ และโรคเลือดออกตามไรฟัน

9. มะขามมีสรรพคุณช่วยรักษาโรคหวัด คัดจมูก แก้ไอ ขับเสมหะ ละลายเสมหะ

10. มะขามเป็นแหล่งของธาตุเหล็ก ที่มีหน้าที่ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง บำรุงเลือดและฟอกเลือดได้

11. ประโยชน์ของมะขามมีทั้งวิตามินเอและเบต้าแคโรทีน ที่มีประสิทธิภาพในการช่วยบำรุงสายตา มองเห็นในตอนกลางคืนได้ชัด รวมทั้งบำรุงผิวพรรณและลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง

12. สรรพคุณของมะขามมีธาตุฟอสฟอรัส ซึ่งมีความจำเป็นต่อกระบวนการทำงานภายในทุกส่วนของร่างกาย โดยประโยชน์สำคัญของฟอสฟอรัสคือ ช่วยในการเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ทำให้กล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่นขึ้น

13. มะขามมีประโยชน์ในการลดอุณหภูมิในร่างกาย แก้อาการตัวร้อนและเป็นไข้

14. มะขามมีฤทธิ์ในการสมานแผล รักษาแผลสด และสามารถช่วยถอนพิษได้ ยาระบาย.

percy daily detox ด้วยมลภาวะ วิถีการดำเนินชีวิต รวมทั้งการบริโภคแบบผิดๆ

percy daily detox ด้วยมลภาวะ วิถีการดำเนินชีวิต รวมทั้งการบริโภคแบบผิดๆ ที่ล้วนเป็นสาเหตุ ก่อให้เกิดสารพิษขึ้น ในร่างกายโดยไม่รู้ตัวซึ่งสารพิษเหล่านี้ แม้ร่างกายของเรา จะมีระบบกำจัดออกไป ตามธรรมชาติอยู่แล้ว แต่กระบวนการดังกล่าว ก็สามารถเสื่อมประสิทธิภาพลงได้หากร่างกาย ได้รับสารพิษมากเกินกว่า จะชำระล้างได้หมด และเกิดการสะสม จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยรวมทำให้ในปัจจุบัน กระแสของการล้างพิษ (Detoxification) ให้กับร่างกายจึงถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวถึงบ่อยขึ้น โดยเฉพาะ “การกินเพื่อล้างพิษ”เพราะเป็นวิธีการที่ง่าย รวมทั้ง มีอาหารให้ได้เลือกกันอย่างหลากหลาย แต่ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ก็คือ “ผลไม้”เพราะนอกจาก จะดีต่อสุขภาพและระบบภูมิคุ้มกันแล้ว ผลไม้หลายชนิด ยังมีคุณสมบัติ ที่ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกายได้ด้วย ซึ่งมีดังนี้ percy daily detox.

percy daily detox
percy daily detox ผลไม้ ที่มีคุณสมบัติในการล้างพิษ มีอะไรบ้าง?

ผลไม้ล้างพิษ

แตงโม

แตงโม เป็นผลไม้ที่นิยมนำมารับประทาน หรือนำมาทำเป็น เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เพราะมีรสชาติหวาน เย็น และฉ่ำน้ำ ช่วยดับกระหายคลายร้อน และช่วยขับปัสสาวะได้ดี percy daily detox

จึงมีคุณสมบัติ ช่วยลดการสะสมของกรดยูริก ในไตและในกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเกาต์ และโรคไขข้ออักเสบ

ทั้งนี้ แตงโมยังมีสรรพคุณ ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร และทำให้สบายท้อง

แอปเปิ้ล

เป็นผลไม้ที่มีสารอาหารสำคัญ ได้แก่ เบต้าแคโรทีน และวิตามินซี ซึ่งมีคุณสมบัติ ช่วยกำจัดสารพิษ รวมทั้ง ช่วยป้องกัน การบูดเน่าของโปรตีนในลำไส้

นอกจากนี้ ยังมี “เพกติน” ซึ่งเป็นเส้นใยอาหารชนิดละลายน้ำได้ในปริมาณมาก จึงมีส่วนสำคัญในกระบวนการทำความสะอาดลำไส้

รวมทั้ง ช่วยให้ตับ และระบบย่อยต่างๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการจะรับประทานแอปเปิ้ล เพื่อให้ได้ประโยชน์ดังกล่าว

ควรล้างให้สะอาดแล้ว รับประทานทั้งเปลือก เพราะจะทำให้ได้ คุณค่าทางโภชนาการสูงสุดควบคู่ไปด้วย

detox ผลไม้

สับปะรด มะละกอ และมะม่วง

เพราะสับปะรด เป็นผลไม้ที่มีเอนไซม์โบรมีลินสูง ส่วน มะละกอและมะม่วง จะมีเอนไซม์พาเพน ในปริมาณมาก

ซึ่งเอนไซม์ทั้ง 2 ชนิดนี้ มีคุณสมบัติช่วยทำให้ของเสีย ที่เป็นโปรตีนแตกตัวได้เร็วขึ้น จึงมีสรรพคุณช่วยล้างสารพิษ ช่วยทำความสะอาดลำไส้

รวมทั้ง ช่วยในการทำงาน ของระบบย่อยอาหารให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

อะโวคาโด

เป็นผลไม้ ที่เป็นแหล่งของกลูตาไทโอน (Glutathione) ที่มีคุณสมบัติ ช่วยลดคอเลสเตอรอล ช่วยป้องกัน การอุดตันและ เพิ่มความยืดหยุ่นของหลอดเลือด

ทั้งยังมีฤทธิ์ ช่วยดักจับสารพิษกว่า 30 ชนิด ที่เป็นตัวการก่อโรคมะเร็ง และมีส่วนช่วยในกระบวนการ กำจัดสารพิษและโลหะหนักของตับ ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จากคุณสมบัติ ในการช่วยกำจัดสารพิษ ออกจากร่างกายของผลไม้ หลายชนิดดังกล่าว คงทำให้ใครหลายคน หันมาใส่ใจกับ “การกินเพื่อล้างพิษ” กันบ้าง

เพราะเป็นวิธีที่ง่าย แต่เป็นทางออกที่ดี ของการมีสุขภาพที่แข็งแรง ปราศจากโรคภัย และช่วยให้มีชีวิตที่ยืนยาวขึ้นด้วยค่ะ

เม็ดแมงลัก เม็ดพืชเล็กๆ ของต้นแมงลักซึ่งเป็นพืชในตระกูลเดียวกันกับกะเพราและโหระพา แตกต่างก็แต่ลักษณะของใบ

และกลิ่นที่หอมต่างกัน นอกจากนี้ ประโยชน์และสรรพคุณจากเม็ดแมงลัก ยังมีโดดเด่นต่างกันอีกด้วย ว่าแต่จะมีอะไรบ้าง ติดตามได้เลยดังนี้
ประโยชน์และสรรพคุณของเม็ดแมงลัก

เม็ดแมงลัก นับเป็นสมุนไพรที่มากด้วยประโยชน์และสรรพคุณมากมาย ดีทั้งต่อสุขภาพและการดูแลรูปร่าง

ดังนั้น เรามาดูกันดีกว่าว่า ประโยชน์และสรรพคุณจากเม็ดแมงลัก นั้นมีอะไรบ้าง?

1.เม็ดแมงลัก ช่วยขับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีและลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

อาหารทุกชนิดที่เรารับประทานเข้าไป โดยเฉพาะอาหารที่อุดมไปด้วยไขมัน ล้วนมีทั้งคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL)

และคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) ทั้งสิ้น แต่เม็ดแมงลักมีคุณสมบัติ ช่วยขับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี ออกจากร่างกายได้

เนื่องจากมีเส้นใยที่จะคอยทำหน้าที่ดูดซับไขมันเอาไว้ หากร่างกายไม่สามารถย่อยกาก ใยอาหารได้

ไขมันชนิดไม่ดีก็จะถูกขับออกมาพร้อมกับเส้นใยของเม็ดแมงลักนั่นเอง โดยที่ไขมันดียังคงทำ หน้าที่บำรุงสุขภาพได้อยู่ดังเดิมต่อไป

เพราะฉะนั้น การรับประทานเม็ดแมงลักเป็นประจำ จึงไม่เพียงแค่ช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ แต่เพียงเท่านั้น

หากแต่ยังช่วยลดความเสี่ยง ในการเกิดโรคหัวใจได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

2.เม็ดแมงลัก ดีต่อผู้ป่วยเบาหวาน

เนื่องจาก เม็ดแมงลัก สามารถพองตัวได้อย่างเต็มที่ จึงทำให้การดูดซึมสารอาหารเป็นไปได้อย่างช้าลง ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่พุ่งขึ้นสูง

ดังนั้น เม็ดแมงลักจึงเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวานด้วยนั่นเอง

3.เม็ดแมงลัก ช่วยลดน้ำหนักอย่างได้ผล

เพราะเม็ดแมงลักมีคุณสมบัติในการพองตัวได้มากถึง 45 เท่า หากรับประทานก่อนอาหารก็จะทำให้รู้สึกอิ่มท้อง

ทั้งยังอยู่ท้องนาน ทำให้เราทานอาหารหลักได้น้อยลง และยังช่วยลดอาการหิวจุบจิบในระหว่างมื้อได้

ฉะนั้น สาวๆ คนไหนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก การรับประทานเม็ดแมงลัก ย่อมช่วยให้รูปร่างของคุณดูดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

โดยเฉพาะผู้ที่มีน้ำหนักตัว 50 – 60 กิโลกรัม ให้คุณ รับประทานเม็ดแมงลักควบคุมน้ำหนัก โดยใช้สูตรนี้

วิธีรับประทาน : นำเม็ดแมงลัก 2 ช้อนชาผสมกับน้ำ 1 แก้วใหญ่ จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ จนเม็ดแมงลักพองตัวเต็มที่

แล้วนำมารับประทานก่อนมื้ออาหาร นอกจากทำให้อิ่มท้องดีแล้ว สรรพคุณจากเม็ดแมงลัก ยังช่วยป้องกันการดูดซึมน้ำตาล

ไม่ให้เข้าสู่กระแสเลือดได้อีกด้วย แต่หากน้ำหนักตัวเพิ่มมากกว่าดังกล่าวก็ให้เพิ่มปริมาณขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า ประโยชน์จากเม็ดแมงลักช่วยลดน้ำหนักได้ แต่การรับประทานเป็นประจำทุกมื้อ จะทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร และเจ็บป่วยตามมาได้ เช่นเดียวกัน แนะนำให้ทานเพียงแค่บางมื้อ หรือทานแค่รู้สึกอิ่มก็พอแล้ว

4.เม็ดแมงลัก เป็นยาระบาย แก้อาการท้องผูก

เม็ดแมงลักที่มีคุณสมบัติในการพองตัวได้มาก ด้วยเหตุนี้ มันจึงเพิ่มกากใยอาหารและช่วยในการหล่อลื่น

ลดการเกาะตัวระหว่างอุจจาระไม่ให้ติดกับลำไส้ ทำให้ขับถ่ายคล่องตัวมากขึ้น จึงเปรียบดั่งยาระบาย และช่วยแก้อาการท้องผูกได้เป็นอย่างดีนั่นเอง

วิธีรับประทาน : นำเม็ดแมงลัก 1 – 2 ช้อนชา แช่ในน้ำสะอาด 1 แก้วเพื่อให้พองตัว จากนั้นดื่มก่อนนอน

5.เม็ดแมงลัก ล้างลำไส้ ดีท็อกซ์ลำไส้ และขับของเสียออกจากร่างกาย

ร่างกายของคนเรามีสารพิษตกค้างมากมาย นอกจากทำให้ภูมิคุ้มกันโรคบกพร่องตามมาได้แล้ว ยังส่งผลทำให้เจ็บป่วยบ่อยหรือเกิดโรคต่างๆ ได้ง่ายขึ้นด้วย

ดังนั้น นับว่าจำเป็นอย่างมากที่เราจะต้องหมั่นล้างลำไส้ หรือดีท็อกซ์ลำไส้เพื่อขับสารพิษและของเสียออกจากร่างกาย

ซึ่ง ประโยชน์จากเม็ดแมงลัก ก็สามารถช่วยล้างลำไส้ ดีท็อกซ์ลำไส้ และช่วยขับของเสียออกจากร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม

วิธีรับประทาน : นำเม็ดแมงลักประมาณ 2 ช้อนชา ผสมน้ำร้อน 1 แก้ว จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ 30 นาทีแล้วดื่มก่อนนอน โดยควรดื่มด้วยสูตรนี้ เป็นประจำทุกวันหรือสัปดาห์ละ 3 – 4 วัน
โทษของเม็ดแมงลัก กับการรับประทานแบบผิดๆ !!

อาหารทุกอย่าง แม้เป็นพืชพรรณสมุนไพรจากธรรมชาติก็ตาม percy daily detox หากรับประทานอย่างถูกต้อง ก็ย่อมส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดีได้

แต่หากรับประทานในแบบผิดๆ ก็ย่อมก่อให้เกิดโทษได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะเม็ดแมงลัก

เรามาดูกันนะคะว่า หากรับประทานแบบผิดๆ โทษของเม็ดแมงลัก จะมีอะไรบ้าง

1.เกิดอาการท้องอืด และท้องผูกหนักขึ้น

หากดื่มเม็ดแมงลักในขณะที่ยังไม่พองตัวเต็มที่ เม็ดแมงลักจะเข้าไปดูดน้ำภายในทางเดินอาหาร ส่งผลให้เกิดการจับตัวเป็นก้อนแข็งๆ

และก่อให้เกิดการอุดตันของลำไส้ ในที่สุดก็จะทำให้มีอาการท้องอืดและท้องผูกในเวลาต่อมา

2.ร่างกายดูดซึมตัวยาได้น้อยลง

เม็ดแมงลักที่พองตัวเต็มที่ จะเข้าไปขัดขวางการดูดซึมของตัวยา ทำให้ฤทธิ์จากยาเข้าสู่ร่างกายได้น้อยลง

ดังนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานยาพร้อมเม็ดแมงลัก แนะนำให้ทานยาก่อนประมาณ 15 – 30 นาที จากนั้นจึงทานเม็ดแมงลักได้

3.โรคขาดสารอาหาร

ในผู้ที่ใช้ เม็ดแมงลักลดน้ำหนัก มักจะรับประทานเม็ดแมงลักเป็นประจำแทบทุกมื้ออาหาร หรือรับประทานแทนอาหารหลัก

หากยังคงทานเช่นนี้ เป็นเวลาติดต่อกันนาน ก็ย่อมทำให้ร่างกายขาดสารอาหารและเจ็บป่วยตามมาได้

ทราบกันแล้วนะคะว่า ประโยชน์และสรรพคุณของเม็ดแมงลัก ดีทั้งต่อสุขภาพ ช่วยลดน้ำหนัก ล้างลำไส้ และดีท็อกซ์ลำไส้ได้

รวมถึง โทษจากการทานเม็ดแมงลักแบบผิดๆ ก็มีให้เราต้องพึงระวังก่อนรับประทานเช่นเดียวกัน

ฉะนั้น จากนี้คงต้องหันมาใส่ใจการรับประทานเม็ดแมงลัก เพื่อสุขภาพที่ดีอย่างถูกต้องกันมากขึ้นแล้วค่ะ percy daily detox.

healthway grape seed เกร็ดความรู้ !!!ทำไม สาวๆถึงชอบสารสกัดจากเมล็ดองุ่น!!

healthway grape seed เกร็ดความรู้ !!!ทำไม สาวๆถึงชอบสารสกัดจากเมล็ดองุ่น!! สารสกัดเมล็ดดองุ่นดีต่อสุขภาพและผิวพรรณอย่างไร 10 อันดับประโยชน์สารสกัดจากเมล็ดองุ่นประโยชน์ขององุ่นนั้นมีมากมาย เพราะในผลองุ่นนั้นอุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหารไม่ว่าจะเป็น วิตามินซี น้ำตาลกลูโคส น้ำตาลซูโครส ธาตุเหล็ก แคลเซียม เป็นต้น องุ่นนั้นสามารถปลูกได้ทั้งในพื้นที่ ที่เป็นเขตหนาว เขตกึ่งร้อนกึ่งหนาว หรือไม่ว่าจะเป็นเขตร้อนอย่างบ้านเราก็สามารถปลูกองุ่นได้ ประโยชน์ขององุ่นนั้นไม่ใช่แค่ได้จากผล ประโยชน์ของรากองุ่น ประโยชน์ของใบองุ่นก็มีเช่นเดียวกัน เพราะสามารถใช้เป็นยาขับลม ขับปัสสาวะ รักษาโรคไขข้ออักเสบ อาการเป็นเอ็นปวดกระดูกได้ และนอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติทางยามีฤทธิ์ระงับประสาทแก้ปวด แก้อาเจียนได้อีกด้วย การรับประทานองุ่นเป็นประจำยังมีประโยชน์ช่วยในการบำรุงหัวใจ แก้กระหาย บำรุงกำลังวังชาได้ องุ่นยังแบ่งสายพันธุ์ออกเป็นหลายพันธุ์ด้วยกัน เช่น องุ่นเขียว องุ่นดำ องุ่นแดง healthway grape seed.
healthway grape seed
healthway grape seed 1. ช่วยหัวใจและหลอดเลือด

– ยับยั้งการเกาะตัวของคอเลสเตอรอลที่ผนังหลอดเลือด จึงป้องกันหลอดเลือดอุดตัน
– เพิ่มความสามารถในการไหลเวียนของโลหิต
– ส่งเสริมให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง ไม่เปราะหรือแตกหักง่าย สามารถรวมตัวกับคอลลาเจนของผนังหลอดเลือดได้ดีจึงป้องกันอนุมูลอิสระที่จะมา ทำลายเซลล์ผนังหลอดเลือดช่วยบรรเทาอาการเส้นเลือดขอดหรือโป่งพองได้

2.ช่วยให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง

ไม่เปราะหรือแตกหักง่าย สามารถรวมตัวกับคอลลาเจนของผนังหลอดเลือดได้ดี จึงป้องกันอนุมูลอิสระ ที่จะมาทำลายเซลผนังหลอดเลือด ช่วยบรรเทาอาการเส้นเลือดขอดหรือโป่งพองได้ เนื่องจากมีคุณสมบัติจับกับอนุมูลอิสระที่คอยทำลายเซลล์ผนังหลอดเลือดเพิ่ม ความแข็งแรงให้กับคอลลาเจน และยับยั้งเอนไซม์ที่ทำลายคอลลาเจน บริเวณหลอดเลือด ได้แก่ เอนไซม์ คอลลาจิเนส (Colleganase) ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) อีลาสเตส (Elastase) ซึ่งจะส่งผลให้ผนังหลอดเลือดแข็งแรง ป้องกันการเป็นเส้นเลือดขอดได้ และแก้ไขปัญหาเส้นเลือดขอดระยะเริ่มต้น (Spider web) healthway grape seed
3.ต้านการอักเสบ (Anti-Inflammation)

จะยับยั้งการสังเคราะห์และการปล่อยสารที่จะ ทำให้เกิดการอักเสบทำให้เนื้อ เยื่อเกี่ยวพันของข้อต่างๆ ทำงานได้ดี ลดอาการข้อกระดูกอักเสบ โรคเนื้อเยื่อแข็ง
4.ลดอาการภูมิแพ้

มีคุณสมบัติในการต้านสารฮิสตามินจึงช่วยลด อาการภูมิแพ้หอบหืด เนื่องจากช่วยปกป้อง mast cell มิให้ถูกโจมตี เมื่อไม่ถูกรบกวนก็ไม่หลั่ง histamine มากทำให้ไม่เกิดอาการภูมิแพ้ ดังนั้น OPC จึงดีกว่ากินยาแก้แพ้ (Antihistamine) เพราะไม่ง่วง ไม่เกิดซึมเศร้า หรือนมโตในผู้ชาย อันเป็นผลข้างเคียงของ Antihistamine
5.ป้องกันสมองเสื่อม

สามารถผ่านแนวกั้นสมองได้ จึงป้องกันสมองจากการทำลายของอนุมูลอิสระ
6.ป้องกันการเสื่อมของดวงตา

ชะลอภาวะการเกิดต้อกระจก ช่วยให้สายตาปรับการมองเห็นในที่มืดได้ดี
7.ป้องกันมะเร็ง

ป้องกันมิให้อนุมูลอิสระไปทำความเสียหายต่อ DNA ของเซลล์ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นเซลล์มะเร็ง
8.ป้องกันริ้วรอย

ฝ้า กระ ช่วยต้านอนุมูลอิสระที่จะมาทำลายคอลลาเจน healthway grape seed และอิลาสตินในผิวหนัง อันเป็นสาเหตุทำให้ผิวเสื่อมสภาพ เกิดริ้วรอยก่อนวัย นอกจากนี้ยังปกป้องผิวจากรังสี UV ทำให้ฝ้าและกระ จางลง
9.คงความยืดหยุ่นของเซลล์ผิว

ช่วยลดเลือนริ้วรอย เพื่อผิวเรียบเนียน แลดูอ่อนกว่าวัย เนื่องจาก OPC มีคุณสมบัติยับยั้งเอนไซม์ที่ทำลายคอลลาเจนใต้ผิว ได้แก่ เอนไซม์คอลลาจิเนส (Colleganase) จึงทำให้หลอดเลือดฝอยแข็งแรง สามารถนำสารอาหารไปเลี้ยงเซลล์ผิวได้ดี ผิวจึงดูสดใส มีน้ำมีนวลา
10.วิตามินซี

ทำงานร่วมกันกับวิตามินซี เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย และทำให้คอลลาเจนทั่วร่างกายแข็งแรงขึ้น และยังช่วยป้องกันการสูญเสียวิตามินซีและอี healthway grape seed.

ยาสีฟันสมุนไพร ยาสีฟันสมุนไพรธรรมชาติ รักษาโรคกลิ่นปาก และเหงือกอักเสบได้

ยาสีฟันสมุนไพร ยาสีฟันสมุนไพรธรรมชาติ รักษาโรคกลิ่นปาก และเหงือกอักเสบได้ รอยยิ้มพิมพ์ใจมักจะมาควบคู่กับฟันขาวสะอาดเสมอ นอกจากนี้ เหงือกและฟันยังเป็นอวัยวะช่วยในการย่อยอาหารที่สำคัญ เมื่อเกิดปัญหากลิ่นปาก เหงือกอักเสบ การจะรักษาโรค เหงือกอักเสบ และ กลิ่นปาก นั้นสามารถรักษาได้ด้วย ยาสีฟันสมุนไพรในช่องปากย่อมกระทบกับการทำงานในระบบที่เกี่ยวเนื่องกันได้ เมื่อย้อนกลับไปศึกษาประวัติศาสตร์ของการใช้แปรงสีฟันและยาสีฟันพบว่ามีมานานกว่า 2,500 ปีแล้ว เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศจีน โดยใช้ขนหมูมัดติดกับไม้ไผ่ใช้แปรงฟัน ส่วนในอินเดียจะใช้กิ่งข่อยแปรง เช่นเดียวกับประเทศไทยใช้กิ่งข่อยและกิ่งสีฟันคนทาแปรงฟันยาสีฟันเก่าแก่และโบราณที่สุดในโลก ได้แก่ เกลือ คนโบราณจึงใช้เกลืออมบ้วนปากและแปรงฟัน ต่อมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ในการทำความสะอาดช่องปากเจริญรุดหน้า เราจึงได้เห็นแปรงสีฟันในรูปแบบต่าง ๆ เช่นที่พบในปัจจุบัน ส่วนยาสีฟันก็ไม่แตกต่าง มีการค้นพบสารซักฟอกที่ใช้ในการทำความสะอาด ยาสีฟันในปัจจุบันจึงมีทั้งฟอง รสชาติต่าง ๆ กลิ่นที่แตกต่างกันไป ยาสีฟันสมุนไพร.
ยาสีฟันสมุนไพร
ยาสีฟันสมุนไพร ยาสีฟันในปัจจุบันมีบทบาทสำคัญต่อการทำความสะอาดฟัน เพราะสารขัดถูและสารทำความสะอาด ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักที่จะช่วยขจัดคราบฟันได้ดี และทำให้ฟันขาวสะอาด และยังมีสารตัวอื่น ๆ เพิ่มลงไปเพื่อช่วยเสริมในการดูแลปากและฟัน เช่น ฟลูออไรด์ ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของผิวฟัน สารฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ช่วยลดจำนวนเชื้อแบคทีเรียในช่องปาก เป็นต้น

ทำไมเราต้องใส่ใจว่ายาสีฟันนั้นเป็นแบบธรรมชาติหรือไม่ เพราะส่วนผสมของยาสีฟันทั่วไปนั้นจะมีสารซักฟอกเป็นส่วนประกอบ ซึ่งในระยะยาวแล้วสารเหล่านี้ย่อมส่งผลกระทบต่อสุขภาพ แตกต่างจากการใช้ยาสีฟันธรรมชาติที่จะไม่มีสารซักฟอกทิ้งสารตกค้างไว้ในร่างกาย และยังสามารถเพิ่มสรรพคุณโดยการเลือกใช้สมุนไพรที่หาได้ง่ายมาเป็นส่วนประกอบของยาสีฟันสมุนไพร ซึ่งเราสามารถเลือกเองได้ ยาสีฟันสมุนไพร

ส่วนประกอบหลักของยาสีฟันทั่วไปและธรรมชาติโดยทั่วไป จะประกอบด้วย
สารขัดถู ทำหน้าที่ขัดถูผิวฟัน ขจัดเศษอาหาร คราบที่ติดอยู่บนผิวฟัน ในยาสีฟันทั่วไปใช้แคลเซียมคาร์บอเนตเป็นตัวการขัดถู ส่วนยาสีฟันธรรมชาติ ก็จะใช้แคลเซียมคาร์บอเนต และเกลือแกง ผงฟูหรือโซเดียมคาร์บอเนต

สารทำความสะอาด ทำหน้าที่เพิ่มประสิทธิภาพในการทำความสะอาดฟัน สารที่ใช้เป็นสารลดแรงตึงผิว เช่น สบู่ หรือสารซักฟอก ใช้แปรงฟันแล้วเกิดฟอง สารนี้จะไม่เป็นพิษ ไม่ระคายเคืองต่อเยื่อบุในช่องปาก ยาสีฟันทั่วไปใช้สารซักฟอก ตัวที่นิยมคือสาร SLS (Sodium Lauryl Sulfate ) ใช้ได้ไม่เกิน 2% แต่สำหรับในยาสีฟันธรรมชาตินี้จะใช้ผงสบู่ ไม่เกิน 1-2% หรือเกลือแกง ก็สามารถช่วยทำความสะอาดได้เช่นกัน
สารฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ทำหน้าที่ช่วยลดแบคทีเรียในช่องปาก ในยาสีฟันทั่วไป มักจะใช้สารไตรโคลซาน(Triclosan) ที่เป็นชนิดเดียวกับที่ใช้ในสบู่ยา ส่วนในยาสีฟันธรรมชาติจะใช้ผงฟู (โซเดียมไบคาร์บอเนต) สมุนไพรต่าง ๆ ที่บดเป็นผงและน้ำมันหอมระเหย เช่น อบเชย กานพลู เป็นต้น
สารเพิ่มความชุ่มชื้น ใช้เฉพาะในยาสีฟันที่เป็นครีม ในยาสีฟัน สารเพิ่มความหวาน เพื่อให้รสหวานในยาสีฟัน ไม่ได้เป็นสารจำเป็นแต่อย่างใด ในกรณีที่จะใช้ก็จะใช้กลีเซอรีน หรือซอร์บีทอล
ฟลูออไรด์ (Fluoride) เป็นสารที่ช่วยทำให้เคลือบฟันแข็งแรง ป้องกันฟันผุ ฟลูออไรด์ที่ใช้คือ โซเดียมฟลูออไรด์ หรือโซเดียมโมโนฟลูไรฟอสเฟต ต้องใช้ในปริมาณเจือจางมาก ๆ มีข้อควรระวังในการใช้สำหรับเด็กต่ำกว่า 6 ปี ใช้แล้วต้องบ้วนน้ำมาก ๆ ไม่ควรกลืน สำหรับยาสีฟันธรรมชาติจะไม่ใส่

ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ยาสีฟันสมุนไพรวางขายมากมายในท้องตลาด แต่ละแบบก็มีคุณสมบัติแตกต่างกันออกไปตามส่วนผสมของสมุนไพรแต่ละชนิด ซึ่งก็มีข้อดีตรงที่สามารถเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคอย่างเราๆได้หลากหลาย โดยแต่ละยี่ห้อก็มีการปรับให้เหมาะกับผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายแตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นรส กลิ่น สี ยาสีฟันสมุนไพร หรือลักษณะของเนื้อยาสีฟัน (แบบแป้ง แบบครีม) แต่โดยพื้นฐานแล้ว ยาสีฟันเกือบทุกประเภทรวมถึงยาสีฟันสมุนไพร ล้วนมีส่วนผสมตั้งต้นคล้ายๆกัน จะมีสารอะไรบ้างนั้น สุขภาพดี…มีข้อมูลมาฝากค่ะ
ส่วนผสมหลักของยาสีฟัน

1 สารขัดฟัน (Abrasives) แน่นอนว่ายาสีฟันจะต้องมีสารที่ขัดฟันให้สะอาด ช่วยกำจัดรอยเปื้อนและคราบหินปูน โดยส่วนใหญ่จะใช้แคลเซียมฟอสเฟต (Calcium phosphate) อะลูมินา (Alumina) หรือแคลเซียมคาร์บอเนต (Calcium carbonate) แต่สารเหล่านี้หากอยู่ในยาสีฟันแบบผงอาจไม่เหมาะเท่าไร เพราะถ้าเกิดสูดดมหรือหายใจเข้าไปจะก่อให้เกิดอันตรายได้ แต่หากอยู่ในยาสีฟันชนิดครีมหรือเจลก็ไม่มีปัญหาค่ะ

2 ฟลูออไรด์ (Fluoride) เป็นสารสำคัญอีกชนิดหนึ่งที่จะขาดไม่ได้เลยในยาสีฟัน เพราะมีคุณสมบัติช่วยป้องกันฟันผุ โดยทำหน้าที่เคลือบฟัน ป้องกันการกัดกร่อนของกรดที่เกิดจากแบคทีเรียได้ แต่หากได้รับฟลูออไรด์ในปริมาณที่มากเกินไปจะทำให้ผิวฟันขรุขระ และเกิดรอยสีน้ำตาลที่ฟัน และเป็นอันตรายหากกลืนหรือกินเข้าไปเป็นจำนวนมาก ดังนั้นพ่อแม่ผู้ปกครองควรระวัง ถ้ามีลูกวัยกำลังซน ควรดูแลอย่างใกล้ชิดในระหว่างที่ลูกกำลังแปรงฟันนะคะ

3 สารลดแรงตึงผิว ที่มีประจุลบ ( Anionic Surfactant ) เป็นสารที่ช่วยทำให้เกิดฟอง คนส่วนใหญ่มักคิดว่าหากยาสีฟันมีฟองเยอะจะช่วยให้แปรงฟันได้สะอาดขึ้น แต่จริงๆแล้วฟองไม่เกี่ยวกับความสะอาดนะคะ ขึ้นอยู่กับวิธีแปรงฟันของเรามากกว่า

4 สารกันเสีย (Preservatives) สารกันเสียมีคุณสมบัติช่วยป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ในยาสีฟันทุกชนิด แต่หากมีมากเกินไปอาจทำให้เกิดการแพ้ได้ สังเกตได้จากการรู้สึกคันหรือแสบบริเวณริมฝีปากหรือรอบๆริมฝีปากเมื่อแปรงฟันเสร็จ อาจเป็นไปได้ว่าคุณกำลังแพ้สารกันเสียในยาสีฟันอยู่ค่ะ

5 สารแต่งกลิ่นรส ( Flavors ) และส่วนประกอบ / สารปรับปรุงคุณสมบัติ อื่นๆ ( Other Ingredients / Additives ) ซึ่งสารเหล่านี้จะทำให้ยาสีฟันแต่ละยี่ห้อมีสี รสชาติ กลิ่น หรือคุณสมบัติอื่นๆที่แตกต่างกันออกไป ยาสีฟันสมุนไพร.

ครีมน้ำผึ้งป่า สารสกัดจากน้ำผึ้งป่า” ที่ได้จากผึ้ง ซึ่งหากินโดยดูดน้ำหวานจากเกสรดอกไม้ตามธรรมชาติ

ครีมน้ำผึ้งป่า สารสกัดจากน้ำผึ้งป่า” ที่ได้จากผึ้ง ซึ่งหากินโดยดูดน้ำหวานจากเกสรดอกไม้ตามธรรมชาติ ซึ่งแตกต่างจากผึ้งเลี้ยง ที่เลี้ยงดูโดยการให้น้ำตาล หรือน้ำหวาน จึงมีคุณค่าจากธรรมชาติ 100% ครีมน้ำผึ้งป่า ซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระมีกฤธิ์ต้าน oxidation ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส เชื้อรา และมีคุณสมบัติยับยั้งการเกิดการอับเสบ การสมานแผล ช่วยชะลอความเสื่องของเซลล์ น้ำผึ้งเป็นสารให้ความชุ่มชื่นตามธรรมชาติ คือ สามารถดึงและเก็บความชื้นไว้ได้ ทำให้ผิวหนังมีความอ่อนนุ่มและยืดหยุ่น ช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้นไม่แห้งง่าย ทำให้ผิวแต่งตึง ลดเลือนริ้วรอย พร้อมทั้งยังช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้นอีกด้วย ครีมน้ำผึ้งป่า.
ครีมน้ำผึ้งป่า
ครีมน้ำผึ้งป่า ประโยชน์ของน้ำผึ้ง
– ครีมน้ำผึ้งป่า มีสารต้านอนุมูลอิสระ
– ปกป้องผิวจากรังสี UV
– ลดสิวเสี้ยน / สิวอุดตันบนใบหน้า
– มีฤทธิ์ต้าน Oxidation
– มีสารต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส เชื้อรา ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย
– มีคุณสมบัติยับยั้งการเกิดการอักเสบ
– มีส่วนช่วยในด้านการสมานแผล
– ช่วยชะลดความเสื่อมของเซลล์
– กักเก็บน้ำให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ลดการระคายเคืองสำหรับผิวแพ้ง่าย ครีมน้ำผึ้งป่า

น้ำผึ้งเป็นสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ คือ สามารถดึงและเก็บความชื้นไว้ได้ ทำให้ผิวหนังมีความอ่อนนุ่มและยืดหยุ่น ช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้น ไม่แห้งง่าย ทำให้ผิวเต่งตึง ลดเลือนริ้วรอย พร้อมทั้งยังช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้นอีกด้วย

ประโยชน์จากน้ำผึ้งป่าต่างจากผึ้งเลี้ยงอย่างไร

น้ำผึ้งป่า”ที่ได้จากผึ้งที่หากินจากธรรมชาตินั้นต่างจากผึ้งเลี้ยง ที่เลี้ยงโดยการให้น้ำตาลหรือน้ำหวาน  เพราะผึ้งป่าได้รับคุณค่าจากธรรมชาติ100% นี่จึงทำให้น้ำผึ้งป่ามีประโยชน์มากกว่าผึ้งเลี้ยงนั่นเอง น้ำผึ้งป่ามีฤิทธิ์ต่อต้านเชื้อโรค เชื้อไวรัส และเชื้อรา อีกทั้งยังเด่นทางด้านสมานแผล รักษาสิวอักเสบ สิวเสี้ยน สิวหัวช้างนอกจากนั้นยังช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์อีกด้วย   และนี่ก็คือนานาประโยชน์ของน้ำผึ้งป่า

น้ำผึ้งมีประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะบำรุงร่างกายไปจนถึงรักษาโรคต่างๆ มากมาย แต่ใครจะรู้ถึงวิธีการใช้ประโยชน์จากน้ำผึ้งได้อย่างเต็มที่ วันนี้ได้นำวิธีการดื่มน้ำผึ้งเพื่อประโยชน์ต่างๆ มาให้อ่านกันค่ะ ครีมน้ำผึ้งป่า แล้วลองนำไปใช้ดูนะคะ ได้ผลยังไง มาเล่าให้ฟังกันบ้างนะคะ

1. บำรุงสุขภาพ น้ำผึ้ง 3 ช้อนโต๊ะผสมน้ำอุ่นดื่มทุกวัน
2. อดนอน น้ำผึ้ง 1-2 ช้อนโต๊ะ หรือผสมน้ำผลไม้
3. ยาอายุวัฒนะ น้ำผึ้ง ½ -1 ช้อนโต๊ะ ดื่มทุกวัน เช้า / ก่อนนอน
4. นอนไม่หลับ น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะดื่มเวลาอาหารเย็นหรือก่อนนอน
5 . ไอ หลอดลมอักเสบมีเสมหะ กระเทียม 1-2 กลีบ (ตำให้ละเอียด) น้ำมะนาว ½ เกลือเล็กน้อย พิมเสนหรือการบูร 2-3 เกล็ด น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ
6. ท้องอืด ท้องเฟ้อ น้ำผึ้ง ½ ช้อนโต๊ะน้ำขิงเข้มข้น ½ ถ้วย เกลือเล็กน้อยดื่มวันล่ะ 3 เวลาหลังอาหาร
7. ท้องผูก น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะดื่มก่อนนอน
8. เด็กปัสสาวะรดที่นอน น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา (ไม่ผสมน้ำ) ดื่มก่อนนอน
9. ท้องเสียรุนแรง น้ำผึ้ง 1-2 ช้อนโต๊ะ เกลือ ½ ช้อนชา ผสมน้ำอุ่น 1 แก้ว
10. เด็กหวะนม น้ำผึ้ง ½ -1 ช้อนโต๊ะ ผสมนมให้เด็กดื่ม
11. กล้ามเนื้อเป็นตะคริว น้ำผึ้ง 2 ช้อนชา ดื่มทุกเมื่ออาหาร
12. ล้างแผล แผล ฝี หนอง แผลเรื่อรัง น้ำผึ้ง 1 ส่วน ผสมน้ำ 9 ส่วนชะล้างแผล หัวหอมแดง 2 หัวตำให้ละเอียด+น้ำผึ้งพอกฝี น้ำสุกที่เย็นแล้วล้าง ให้สะอาด ใช้สำลีหรือผ้าพันแผลชุบน้ำผึ้งปิดบริเวณแผล
13. แผลไฟไหมน้ำร้อนลวก ถูกท่อไอเสีย ใช้ผ้าพันแผลชุบน้ำผึ้งปิดแผล ไว้แล้วเปลี่ยนผ้าพันแผลทุก 12 ชั่วโมง
14. โรคกระเพาะ ดื่มน้ำผึ้ง 2-3 ช้อนโต๊ะขณะปวด และ 3 ช้อนโต๊ะ ก่อนนอน
15. ผู้ป่วยด้วยโรคพิษสุรา(ตับแข็ง/โรคตับ) น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะผสมน้ำ ½ ถ้วยแก้ว ดื่มวันละ 3 ครั้งเป็น ประจำ คอเหล้าดื่มน้ำผึ้ง 1-2 ช้อนโต๊ะก่อนนอน
16. ผู้ป่วยริดสีดวงทวาร น้ำผึ้งผสมกระเทียมโทน บริโภควันละ 3 ครั้งหลังอาหาร
17. เด็กโตช้า และโลหิตจาง น้ำผึ้งผสมนมดื่มเป็น ประจำ
18. เสียน้ำหรือเสียเลือด( 10-20 % ) น้ำ 1 ถ้วยแก้วผสมเกลือ ¼ ช้อนชา น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ
19. โรคเด็ก (ทางเดินอาหารผิดปกติ) น้ำผึ้ง 1 ช้อนชาต่อน้ำ 1 ถ้วย

สุดยอดคุณประโยชน์จาก “น้ำผึ้ง”🐝
-ต่อต้านเชื้อโรค ให้ห่างไกลโรคผิวหนัง✅
-เร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิว ให้กระจ่างใส✅
-ชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย✅
-ช่วยรักษาสิว ลดการอักเสบของสิว✅
-รักษาแผลให้หายเร็วขึ้นและช่วยสมานผิว✅
-เติมความชุ่มชื่นให้ผิวพรรณ✅ ครีมน้ำผึ้งป่า.