แป้ง cho เคล็ดลับการใช้แป้งพัฟ และ แป้งฝุ่น

แป้ง cho เคล็ดลับการใช้แป้งพัฟ และ แป้งฝุ่น ข้อดีของการทาแป้งมีมากมายไม่ว่าจะเป็น ทำให้ใบหน้าความนวลเนียน และยังทำให้เมกอัพประเภท อายแชโดว์ บลัชออน ดินสอเขียนคิ้วที่เราแต่งแต้มลงบนใบหน้านั้นติดทนไม่เลอะเทอะตลอดทั้งวัน ทั้งยังป้องกันความมันเงาทำให้ใบหน้าดูเนียนใสไปตลอดทั้งวันด้วยค่ะ สำหรับสาวๆคนไหนที่ยังเป็นมือใหม่ในการแต่งหน้าก็อาจจะยังไม่รู้ว่าแป้งแต่ละชนิดมีคุณสมบัติและมีวิธีการใช้แตกต่างกันอย่างไรบ้าง เรามาดูกันเลยค่ะโดยทั่วไปแล้วแป้งที่นิยมใช้เมคอัพมีอยู่ 2ชนิด คือแป้งพัพและแป้งฝุ่นซึ่งมีคุณสมบัติแตกต่างกันดังนี้ค่ะ แป้ง cho.
แป้ง cho
แป้ง cho แป้งพัฟ ,แป้งทูเวย์,แป้งผสมรองพิ้น (Pressed Powder)

คือแป้งรองพื้นที่อัดแข็งบรรจุอยู่ในตลับ ใช้คู่กับพัฟฟ์ฟองน้ำ จะเหมาะกับการแต่งหน้าที่ไม่ต้องการความละเอียดมากนัก เช่นการแต่งหน้าในชีวิตประจำวัน หรือเหมาะกับคนที่ไม่มีเวลาในการแต่งหน้ามาก เพราะในเนื้อแป้งจะมีส่วนผสมของรองพื้นอยู่ด้วย เพื่อให้สะดวกในการใช้งาน มีความ สามารถในการปกปิดปานกลาง หากลงหลายรอบก็อาจช่วยปกปิดได้มากขึ้น ข้อดีของแป้งชนิดนี้คือสามารถใช้เติมให้หน้าดูนวลเนียนได้ในระหว่างวันและพกพา ได้สะดวก แต่อย่างไรก็ตามข้อเสียของแป้งชนิดนี้ก็คืออาจจะไม่ติดทนนานเท่ากับการใช้รองพื้น และผิวสัมผัสจะไม่เรียบเนียนเท่าการใช้รองพื้นที่มีเนื้อเหลวสามารถแทรกซึมเข้าซอกมุมหรือร่องเล็กๆได้ดีกว่า

แป้งฝุ่น ( Loose Powder)

แป้งฝุ่นมีคุณสมบัติดูดซับความมัน เวลาทาแล้วใบหน้าจะดูเนียนบางเป็นธรรมชาติ แนะนำให้ใช้ควบคู่กับรองพื้นชนิดฟลูอิด หรือครีม ด้วยคุณสมบัติของแป้งจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับรองพื้นที่ทาได้เป็นอย่างดี เมื่อใช้ควบคู่กันผิวหน้าจะดูเรียบ แป้งฝุ่นถูกออกแบบมาให้อณูเล็กและละเอียดกว่าแป้งฝุ่นทาตัว หรือแป้งเด็ก ทำให้สามารถแทรกซึมไปกับบริเวณริ้วรอยหรือร่องลึกต่างๆได้ดีกว่า และไม่อุดตันรูขุมขนอีกด้วย สำหรับการใช้งานของแป้งฝุ่น เหมาะสำหรับการนำมาเซ็ทตัวรองพื้น หรือเมคอัพเบส เพราะโดยส่วนมากรองพื้นหรือเมคอัพเบสเหล่านี้จะมีส่วนผสมของน้ำมันอยู่ เมื่อทาลงไปบนผิวก็จะทำให้หลงเหลือความมันอยู่บนใบหน้า แป้งฝุ่นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยดูดซับความมันจากรองพื้นอีกด้วย ทั้งนี้ปัจจุบันแป้งฝุ่นได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน เพราะบางคนอาจจะระคายเคืองกับละอองของแป้งฝุ่นที่ฟุ้งในอากาศ ที่เรียกว่า “แป้งฝุ่นอัดแข็ง” ซึ่งดูภายนอกอาจจะไม่แตกต่างจากแป้งผสมรองพื้นค่ะ แต่แป้งฝุ่นอัดแข็งนั้น ไม่มีส่วนผสมของรองพื้น จึงทำให้สามารถนำมาเซ็ทตัวรองพื้นได้โดยไม่เพิ่มชั้นความหนาของการแต่งหน้ามากนัก อีกทั้งยังอยู่ในรูปแบบของแป้งอัดแข็ง จึงสะดวกกับการนำมาเติมระหว่างวันมากกว่าแป้งฝุ่นปกติอีกด้วยหลังจากที่สาวๆได้ทารองพื้นแล้วไม่ว่าจะเป็นชนิดฟลูอิดหรือครีม ขั้นตอนต่อมาคือการลงแป้งฝุ่น โดย กดซับแป้งฝุ่นให้ทั่วใบหน้าเพื่อให้แป้งฝุ่นกับรองพื้นหลอมรวมเป็นเนื้อ เดียวกัน ทำให้ใบหน้าแลดูเนียนนุ่มงดงาม แต่ถ้าสาวคนไหนยังเป็นมือใหม่อยู่ยังใช้ไม่ค่อยชำนาญ ถ้าทาแป้งในปริมาณที่มากเกินไป สามารถใช้แปรงปัดแป้งส่วนเกินออกไปได้ค่ะ จากนั้นแต่งแต้มสีอายแชโดว์ที่เปลือกตา กรีดอายไลน์เนอร์ ปัดมาสคาร่า ลงบลัชออนที่แก้ม และเติมปากเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จพิธีค่ะ ในระหว่างวันหากสาวๆต้องการเติมแป้ง ก่อนอื่นเลยต้องกำจัดความมันและเหงื่อบนใบหน้าเสียก่อนด้วยกระดาษซับมันก่อนค่ะ แล้วจึงใช้แป้งพัฟกดซับกระจายทั่วใบหน้าเบา ๆ เพียงเท่านี้ใบหน้าของเราก็จะสวยนวลเนียนเนิ่นนานตลอดทั้งวันเลยค่ะ แป้ง cho

นขั้นตอนการแต่งหน้านั้น จะขาดไอเท็มที่สำคัญอย่างแป้งสำหรับทาหน้าไปไม่ได้ เพราะจะช่วยดูดซับความมันส่วนเกินและช่วยให้ผิวหน้าดูผ่องนวลเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้การใช้แป้งทาบางๆให้ทั่วผิวหน้าเป็นขั้นตอนสุดท้ายภายหลังจากแต่งหน้าเสร็จแล้ว ยังเป็นเคล็ดลับที่ช่วยให้เครื่องสำอางติดทนนานอีกด้วย ดังนั้นสาวๆจึงต้องให้ความสำคัญกับแป้งไม่น้อยกว่าเมคอัพไอเท็มชนิดอื่นๆ

ชนิดของแป้งที่ใช้สำหรับทาผิวหน้า มีอยู่ด้วยกันหลายประเภทดังต่อไปนี้

Loose Powder มีเนื้อที่ค่อนข้างละเอียด นุ่ม เบา ใช้ทาผิวภายหลังจากลงรองพื้นเพื่อช่วยดูดซับความมันส่วนเกินบนใบหน้า ภายหลังจากการแต่งหน้าหรือในระหว่างวัน ส่วนใหญ่แล้ว Loose Powder  จะมีลักษณะที่โปร่ง เบา ไม่มีสี อย่างเช่น   Cliniqueแป้งฝุ่น Blended Face ที่มีลักษณะโปร่งใสไม่มีสี สามารถเกลี่ยได้ง่ายและทำให้ผิวหน้าดูนวลเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ

Pressed Powder มีลักษณะเป็นแป้งเนื้อแข็งที่บรรจุเอาไว้ในตลับ มักใช้กับพัฟฟองน้ำเพื่อความสะดวกในการเติมหน้าระหว่างวัน และรูปแบบที่บรรจุอยู่ในตลับก็ทำให้สะดวกกับการพกพาใส่กระเป๋า แป้ง cho ซึ่ง Pressed Powder สามารถทาลงไปบนผิวหน้าได้โดยตรงเพื่อปกปิดผิวหรืออาจจะใช้แปรงแต่งหน้าปัดแป้งให้กระจายทั่วผิวหน้าก็ได้ เพื่อให้ผิวหน้าดูนวลเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่ง Pressed Powder ที่จำหน่ายในตลาดมีอยู่ด้วยกันหลายยี่ห้อ และมีเนื้อให้เลือกหลายประเภททั้งเนื้อเชียร์และเนื้อ matte อย่าง  Maybelline Clear Smooth All In One SPF32 PA++

Setting Powder ที่ใช้ภายหลังจากแต่งหน้าเสร็จแล้ว เพื่อช่วยให้เมคอัพเซ็ตตัวและติดบนผิวหน้าได้ทนทานตลอดทั้งวัน รวมถึงพกพาเพื่อเติมลงบนผิวหน้าโดยไม่ทำให้รู้สึกหนาหนักผิวหน้าจนเกินไป อย่างเช่น  Laura Mercier Loose Setting Powder – Translucent

Finishing Powder มีลักษณะเป็นผงสีขาว โปร่งแสง มักใช้หลังแต่งหน้าเพื่อช่วยปกปิดริ้วรอยและรูขุมขนอีกชั้นหนึ่งเพื่อให้เมคอัพของสาวๆออกมาดูสวยสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ยังช่วยให้เมคอัพติดทนนานตลอดทั้งวันและช่วยควบคุมความมันบนใบหน้าได้ดีอีกด้วย อย่างแป้ง Yves Rocher CN3 Velvet Finish Loose Powder Transparence Beigeแต่การใช้ finishing powders อาจมีข้อควรระวังสำหรับสาวๆที่ต้องออกงานและอาจต้องถ่ายภาพโดยใช้แฟลช เพราะหากเบลนด์ลงบนผิวหน้าได้ไม่สนิทพออาจจะทำให้รูปถ่ายของคุณออกมาดูไม่ดีเท่าที่ควร เพราะอาจเห็นผงของ finishing powders กระจายตัวไม่สม่ำเสมอหรือเป็นกระจุกอยู่บนผิวหน้า แต่หากใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไปก็ไม่มีอะไรน่าห่วง แป้ง cho.