percy daily detox ด้วยมลภาวะ วิถีการดำเนินชีวิต รวมทั้งการบริโภคแบบผิดๆ

percy daily detox ด้วยมลภาวะ วิถีการดำเนินชีวิต รวมทั้งการบริโภคแบบผิดๆ ที่ล้วนเป็นสาเหตุ ก่อให้เกิดสารพิษขึ้น ในร่างกายโดยไม่รู้ตัวซึ่งสารพิษเหล่านี้ แม้ร่างกายของเรา จะมีระบบกำจัดออกไป ตามธรรมชาติอยู่แล้ว แต่กระบวนการดังกล่าว ก็สามารถเสื่อมประสิทธิภาพลงได้หากร่างกาย ได้รับสารพิษมากเกินกว่า จะชำระล้างได้หมด และเกิดการสะสม จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยรวมทำให้ในปัจจุบัน กระแสของการล้างพิษ (Detoxification) ให้กับร่างกายจึงถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวถึงบ่อยขึ้น โดยเฉพาะ “การกินเพื่อล้างพิษ”เพราะเป็นวิธีการที่ง่าย รวมทั้ง มีอาหารให้ได้เลือกกันอย่างหลากหลาย แต่ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ก็คือ “ผลไม้”เพราะนอกจาก จะดีต่อสุขภาพและระบบภูมิคุ้มกันแล้ว ผลไม้หลายชนิด ยังมีคุณสมบัติ ที่ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกายได้ด้วย ซึ่งมีดังนี้ percy daily detox.

percy daily detox
percy daily detox ผลไม้ ที่มีคุณสมบัติในการล้างพิษ มีอะไรบ้าง?

ผลไม้ล้างพิษ

แตงโม

แตงโม เป็นผลไม้ที่นิยมนำมารับประทาน หรือนำมาทำเป็น เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เพราะมีรสชาติหวาน เย็น และฉ่ำน้ำ ช่วยดับกระหายคลายร้อน และช่วยขับปัสสาวะได้ดี percy daily detox

จึงมีคุณสมบัติ ช่วยลดการสะสมของกรดยูริก ในไตและในกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเกาต์ และโรคไขข้ออักเสบ

ทั้งนี้ แตงโมยังมีสรรพคุณ ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร และทำให้สบายท้อง

แอปเปิ้ล

เป็นผลไม้ที่มีสารอาหารสำคัญ ได้แก่ เบต้าแคโรทีน และวิตามินซี ซึ่งมีคุณสมบัติ ช่วยกำจัดสารพิษ รวมทั้ง ช่วยป้องกัน การบูดเน่าของโปรตีนในลำไส้

นอกจากนี้ ยังมี “เพกติน” ซึ่งเป็นเส้นใยอาหารชนิดละลายน้ำได้ในปริมาณมาก จึงมีส่วนสำคัญในกระบวนการทำความสะอาดลำไส้

รวมทั้ง ช่วยให้ตับ และระบบย่อยต่างๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการจะรับประทานแอปเปิ้ล เพื่อให้ได้ประโยชน์ดังกล่าว

ควรล้างให้สะอาดแล้ว รับประทานทั้งเปลือก เพราะจะทำให้ได้ คุณค่าทางโภชนาการสูงสุดควบคู่ไปด้วย

detox ผลไม้

สับปะรด มะละกอ และมะม่วง

เพราะสับปะรด เป็นผลไม้ที่มีเอนไซม์โบรมีลินสูง ส่วน มะละกอและมะม่วง จะมีเอนไซม์พาเพน ในปริมาณมาก

ซึ่งเอนไซม์ทั้ง 2 ชนิดนี้ มีคุณสมบัติช่วยทำให้ของเสีย ที่เป็นโปรตีนแตกตัวได้เร็วขึ้น จึงมีสรรพคุณช่วยล้างสารพิษ ช่วยทำความสะอาดลำไส้

รวมทั้ง ช่วยในการทำงาน ของระบบย่อยอาหารให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

อะโวคาโด

เป็นผลไม้ ที่เป็นแหล่งของกลูตาไทโอน (Glutathione) ที่มีคุณสมบัติ ช่วยลดคอเลสเตอรอล ช่วยป้องกัน การอุดตันและ เพิ่มความยืดหยุ่นของหลอดเลือด

ทั้งยังมีฤทธิ์ ช่วยดักจับสารพิษกว่า 30 ชนิด ที่เป็นตัวการก่อโรคมะเร็ง และมีส่วนช่วยในกระบวนการ กำจัดสารพิษและโลหะหนักของตับ ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จากคุณสมบัติ ในการช่วยกำจัดสารพิษ ออกจากร่างกายของผลไม้ หลายชนิดดังกล่าว คงทำให้ใครหลายคน หันมาใส่ใจกับ “การกินเพื่อล้างพิษ” กันบ้าง

เพราะเป็นวิธีที่ง่าย แต่เป็นทางออกที่ดี ของการมีสุขภาพที่แข็งแรง ปราศจากโรคภัย และช่วยให้มีชีวิตที่ยืนยาวขึ้นด้วยค่ะ

เม็ดแมงลัก เม็ดพืชเล็กๆ ของต้นแมงลักซึ่งเป็นพืชในตระกูลเดียวกันกับกะเพราและโหระพา แตกต่างก็แต่ลักษณะของใบ

และกลิ่นที่หอมต่างกัน นอกจากนี้ ประโยชน์และสรรพคุณจากเม็ดแมงลัก ยังมีโดดเด่นต่างกันอีกด้วย ว่าแต่จะมีอะไรบ้าง ติดตามได้เลยดังนี้
ประโยชน์และสรรพคุณของเม็ดแมงลัก

เม็ดแมงลัก นับเป็นสมุนไพรที่มากด้วยประโยชน์และสรรพคุณมากมาย ดีทั้งต่อสุขภาพและการดูแลรูปร่าง

ดังนั้น เรามาดูกันดีกว่าว่า ประโยชน์และสรรพคุณจากเม็ดแมงลัก นั้นมีอะไรบ้าง?

1.เม็ดแมงลัก ช่วยขับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีและลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

อาหารทุกชนิดที่เรารับประทานเข้าไป โดยเฉพาะอาหารที่อุดมไปด้วยไขมัน ล้วนมีทั้งคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL)

และคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) ทั้งสิ้น แต่เม็ดแมงลักมีคุณสมบัติ ช่วยขับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี ออกจากร่างกายได้

เนื่องจากมีเส้นใยที่จะคอยทำหน้าที่ดูดซับไขมันเอาไว้ หากร่างกายไม่สามารถย่อยกาก ใยอาหารได้

ไขมันชนิดไม่ดีก็จะถูกขับออกมาพร้อมกับเส้นใยของเม็ดแมงลักนั่นเอง โดยที่ไขมันดียังคงทำ หน้าที่บำรุงสุขภาพได้อยู่ดังเดิมต่อไป

เพราะฉะนั้น การรับประทานเม็ดแมงลักเป็นประจำ จึงไม่เพียงแค่ช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ แต่เพียงเท่านั้น

หากแต่ยังช่วยลดความเสี่ยง ในการเกิดโรคหัวใจได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

2.เม็ดแมงลัก ดีต่อผู้ป่วยเบาหวาน

เนื่องจาก เม็ดแมงลัก สามารถพองตัวได้อย่างเต็มที่ จึงทำให้การดูดซึมสารอาหารเป็นไปได้อย่างช้าลง ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่พุ่งขึ้นสูง

ดังนั้น เม็ดแมงลักจึงเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวานด้วยนั่นเอง

3.เม็ดแมงลัก ช่วยลดน้ำหนักอย่างได้ผล

เพราะเม็ดแมงลักมีคุณสมบัติในการพองตัวได้มากถึง 45 เท่า หากรับประทานก่อนอาหารก็จะทำให้รู้สึกอิ่มท้อง

ทั้งยังอยู่ท้องนาน ทำให้เราทานอาหารหลักได้น้อยลง และยังช่วยลดอาการหิวจุบจิบในระหว่างมื้อได้

ฉะนั้น สาวๆ คนไหนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก การรับประทานเม็ดแมงลัก ย่อมช่วยให้รูปร่างของคุณดูดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

โดยเฉพาะผู้ที่มีน้ำหนักตัว 50 – 60 กิโลกรัม ให้คุณ รับประทานเม็ดแมงลักควบคุมน้ำหนัก โดยใช้สูตรนี้

วิธีรับประทาน : นำเม็ดแมงลัก 2 ช้อนชาผสมกับน้ำ 1 แก้วใหญ่ จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ จนเม็ดแมงลักพองตัวเต็มที่

แล้วนำมารับประทานก่อนมื้ออาหาร นอกจากทำให้อิ่มท้องดีแล้ว สรรพคุณจากเม็ดแมงลัก ยังช่วยป้องกันการดูดซึมน้ำตาล

ไม่ให้เข้าสู่กระแสเลือดได้อีกด้วย แต่หากน้ำหนักตัวเพิ่มมากกว่าดังกล่าวก็ให้เพิ่มปริมาณขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า ประโยชน์จากเม็ดแมงลักช่วยลดน้ำหนักได้ แต่การรับประทานเป็นประจำทุกมื้อ จะทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร และเจ็บป่วยตามมาได้ เช่นเดียวกัน แนะนำให้ทานเพียงแค่บางมื้อ หรือทานแค่รู้สึกอิ่มก็พอแล้ว

4.เม็ดแมงลัก เป็นยาระบาย แก้อาการท้องผูก

เม็ดแมงลักที่มีคุณสมบัติในการพองตัวได้มาก ด้วยเหตุนี้ มันจึงเพิ่มกากใยอาหารและช่วยในการหล่อลื่น

ลดการเกาะตัวระหว่างอุจจาระไม่ให้ติดกับลำไส้ ทำให้ขับถ่ายคล่องตัวมากขึ้น จึงเปรียบดั่งยาระบาย และช่วยแก้อาการท้องผูกได้เป็นอย่างดีนั่นเอง

วิธีรับประทาน : นำเม็ดแมงลัก 1 – 2 ช้อนชา แช่ในน้ำสะอาด 1 แก้วเพื่อให้พองตัว จากนั้นดื่มก่อนนอน

5.เม็ดแมงลัก ล้างลำไส้ ดีท็อกซ์ลำไส้ และขับของเสียออกจากร่างกาย

ร่างกายของคนเรามีสารพิษตกค้างมากมาย นอกจากทำให้ภูมิคุ้มกันโรคบกพร่องตามมาได้แล้ว ยังส่งผลทำให้เจ็บป่วยบ่อยหรือเกิดโรคต่างๆ ได้ง่ายขึ้นด้วย

ดังนั้น นับว่าจำเป็นอย่างมากที่เราจะต้องหมั่นล้างลำไส้ หรือดีท็อกซ์ลำไส้เพื่อขับสารพิษและของเสียออกจากร่างกาย

ซึ่ง ประโยชน์จากเม็ดแมงลัก ก็สามารถช่วยล้างลำไส้ ดีท็อกซ์ลำไส้ และช่วยขับของเสียออกจากร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม

วิธีรับประทาน : นำเม็ดแมงลักประมาณ 2 ช้อนชา ผสมน้ำร้อน 1 แก้ว จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ 30 นาทีแล้วดื่มก่อนนอน โดยควรดื่มด้วยสูตรนี้ เป็นประจำทุกวันหรือสัปดาห์ละ 3 – 4 วัน
โทษของเม็ดแมงลัก กับการรับประทานแบบผิดๆ !!

อาหารทุกอย่าง แม้เป็นพืชพรรณสมุนไพรจากธรรมชาติก็ตาม percy daily detox หากรับประทานอย่างถูกต้อง ก็ย่อมส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดีได้

แต่หากรับประทานในแบบผิดๆ ก็ย่อมก่อให้เกิดโทษได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะเม็ดแมงลัก

เรามาดูกันนะคะว่า หากรับประทานแบบผิดๆ โทษของเม็ดแมงลัก จะมีอะไรบ้าง

1.เกิดอาการท้องอืด และท้องผูกหนักขึ้น

หากดื่มเม็ดแมงลักในขณะที่ยังไม่พองตัวเต็มที่ เม็ดแมงลักจะเข้าไปดูดน้ำภายในทางเดินอาหาร ส่งผลให้เกิดการจับตัวเป็นก้อนแข็งๆ

และก่อให้เกิดการอุดตันของลำไส้ ในที่สุดก็จะทำให้มีอาการท้องอืดและท้องผูกในเวลาต่อมา

2.ร่างกายดูดซึมตัวยาได้น้อยลง

เม็ดแมงลักที่พองตัวเต็มที่ จะเข้าไปขัดขวางการดูดซึมของตัวยา ทำให้ฤทธิ์จากยาเข้าสู่ร่างกายได้น้อยลง

ดังนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานยาพร้อมเม็ดแมงลัก แนะนำให้ทานยาก่อนประมาณ 15 – 30 นาที จากนั้นจึงทานเม็ดแมงลักได้

3.โรคขาดสารอาหาร

ในผู้ที่ใช้ เม็ดแมงลักลดน้ำหนัก มักจะรับประทานเม็ดแมงลักเป็นประจำแทบทุกมื้ออาหาร หรือรับประทานแทนอาหารหลัก

หากยังคงทานเช่นนี้ เป็นเวลาติดต่อกันนาน ก็ย่อมทำให้ร่างกายขาดสารอาหารและเจ็บป่วยตามมาได้

ทราบกันแล้วนะคะว่า ประโยชน์และสรรพคุณของเม็ดแมงลัก ดีทั้งต่อสุขภาพ ช่วยลดน้ำหนัก ล้างลำไส้ และดีท็อกซ์ลำไส้ได้

รวมถึง โทษจากการทานเม็ดแมงลักแบบผิดๆ ก็มีให้เราต้องพึงระวังก่อนรับประทานเช่นเดียวกัน

ฉะนั้น จากนี้คงต้องหันมาใส่ใจการรับประทานเม็ดแมงลัก เพื่อสุขภาพที่ดีอย่างถูกต้องกันมากขึ้นแล้วค่ะ percy daily detox.